ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ สมาคมไร้สาระ ที่ๆท่านควรระลึกไว้ว่าท่านจะไม่พบความมีสาระ ณ ที่นี่
 
เธšเน‰เธฒเธ™PortalliCalendarเธŠเนˆเธงเธขเน€เธซเธฅเธทเธญเธ„เน‰เธ™เธซเธฒเธชเธกเธฑเธ„เธฃเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ(Register)เธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเธเธฅเธธเนˆเธกเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš(Log in)

Share | 
 

 Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)

Go down 
เน„เธ›เธ—เธตเนˆเธซเธ™เน‰เธฒ : 1, 2, 3  Next
เธœเธนเน‰เธ•เธฑเน‰เธ‡เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Thu Mar 29, 2007 9:15 am

เอาลงแต่แรกเลยแล้วกัน จะได้เอาที่ปรับแก้เล็กๆ น้อยๆ ลงด้วย^^
-------------------------------------------------------------------------

อารัมภบท
เรื่องเล่าใต้แสงตะเกียง


เปลวไฟสีเหลืองส้มไหววูบ ทำให้เงาสีดำสั่นไหวตามเจ้าแสงไฟดวงเล็กที่กำลังเริงร่าอยู่ในโคมไฟเจ้าพายุบนโต๊ะอ่านหนังสือ เตียงไม้สองชั้นบ่งบอกถึงจำนวนของเจ้าของห้องนอนเล็กๆ หน้าต่างห้องเปิดรับแสงพระจันทร์ ผ้าม่านสีอ่อนพลิ้วไหวเพียงเบาๆ เมื่อถูกสายลมสัมผัส

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าให้เตรียมเข้านอนได้แล้ว แต่เจ้าของเตียงชั้นบนก็ยังคงนอนถ่างตาอ่านหนังสือเล่มโปรดในมือ เท้าทั้งสองข้างโยกไปมาอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ

“นี่.. นอนเถอะเค้าง่วงแล้ว..” เจ้าของเตียงชั้นล่างโผล่หน้าขึ้นมาบอก ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกำลังปรือเพราะความง่วง มือเล็กๆ เอื้อมมาปิดปากที่หาวหวอด

“พี่สาว พี่ว่านานเท่าไหร่แล้วนะที่เราไม่ได้อ่านนิทานก่อนนอน?” เจ้าของหนังสือถามความเห็นจากพี่สาว

หญิงสาวที่เป็นฝาแฝดผู้พี่ทำหน้าครุ่นคิด “นิทาน? เราสองคนเคยอ่านของอย่างงั้นก่อนนอนด้วยรึไง เห็นอ่านทีไรก็มีแต่หนังสือตำรามนตรากับคาถาเวท” พี่สาวว่าแล้วทิ้งตัวเบาๆ ลงบนเตียงนอนชั้นล่าง แล้วซุกตัวลงในผ้าห่มเพราะความหนาวของอากาศต้นเหมันต์

“แล้วสนไหมล่ะ วันนี้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ให้ฟังเป็นไง” คนเป็นน้องก้มหน้าลงมาจากเตียงชั้นสอง แล้วยิ้ม “เอามั๊ย?”

สาวน้อยหัวเราะหึๆ ยกมือขึ้นมากอดอก “ใครจะกล้าปฏิเสธคุณน้องลงกันคะ”

คนไม่ถูกปฏิเสธพลิกหนังสือในมือไปที่หน้าแรก ดวงตาสีน้ำตาลจางๆ ทั้งคู่ไล่ผ่านไปตามแต่ละตัวอักษร ปากก็เล่าไปเรื่อยๆ..

...

เทียร่า.. ดินแดนแห่งเวทมนตร์ที่เป็นเพียงมหาทวีปล่องลอยอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางนทีแห่งหมู่ดาว มีเพียงดวงจันทร์ 2 ดวงโคจรรายรอบ

ดินแดนนี้จัดเป็นดินแดนที่มีความหลากหลายทางเผ่าพันธุ์มาก ประชากรถูกแบ่งเป็นหลายเผ่าพันธุ์ เมื่อมีความแตกต่างมากประวัติศาสตร์จึงถูกแบ่งยิบย่อยเป็นของแต่ละเผ่า นับตั้งแต่ที่มีการสร้างอารยธรรมของแต่ละเผ่า การสถาปนาอาณาจักร ความเจริญรุ่งเรืองและการคงอยู่ จนกระทั่งการล่มสลาย โดยทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นวัฏจักรไม่มีสิ้นสุด เพราะกงล้อแห่งความหายนะวงหนึ่ง ที่มีชื่อว่า ‘สงคราม’

สงครามเกิดขึ้นในดินแดนนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้คนมากมายล้มตายเป็นใบไม้ร่วง บ้านเรือนถูกแผดเผาวอดวายด้วยเปลวเพลิงสงคราม จิตใจถูกครอบคลุมด้วยความหวาดกลัวจนกระทั่ง..

สาวงามผู้มีจิตใจเมตตาคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น เรื่องราวทุกอย่างจึงดูเหมือนคลี่คลายลง..

โซเฟีย หญิงสาวผู้ที่ทั่วทั้งเทียร่าขนานนามว่า นักบุญแห่งนครเหนือ นางเป็นเพียงคนเดียวที่ทุกๆ นครให้การต้อนรับ เพราะความสามารถและอุดมการณ์อันสูงส่ง อุดมการณ์ที่จะทำให้โลกทั้งโลกปราศจากสงคราม!

แม้จะมีความสามารถอันมากมากมายเพียงใดการยุติสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ก็ยังคงเป็นแค่ความฝัน นางจากไปด้วยความผิดหวัง นับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีใครเห็นนางอีกเลย

หลังจากการจากไปของนักบุญแห่งนครเหนือผู้ปลูกฝังอุดมการณ์ไว้ให้กับทุกชนทุกชั้น ในเวลาไม่นานนักความสันติจึงได้เกิดขึ้น ศักราชใหม่แห่งความฝันจึงถูกพร้อมใจกันบัญญัติขึ้นโดยเหล่านักปราชญ์จากทั่วสารทิศ ศักราชแห่งความสงบสุข ศักราชที่จะไร้ซึ่งสงครามการฆ่าฟัน ศักราชที่ตั้งตามชื่อของนักบุญแห่งนครเหนือ ศักราชโซเฟีย

แต่ความสงบสุขนั้นเป็นเพียง ช่วงเวลาสงบก่อนพายุร้ายจะมา!

ศักราชโซเฟียที่ 17 ประมาณ 120 ปีก่อน..
ลูนาร์เทีย ดินแดนแห่งแสงพระจันทร์

“ที่นี่คือ..” น้ำเสียงแสดงความแปลกใจของสตรีสูงศักดิ์ในชุดเกราะอัศวินสีขาวบริสุทธิ์ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งสถานที่ ดวงตาสีน้ำเงินจับจ้องรูปภาพฝาผนังที่สลักเสลาอย่างวิจิตร มันคงเป็นสถานที่สำคัญแน่

“ท่านออโรร่าเพคะ เราสำรวจจนทั่วแล้ว แต่ไม่พบอะไรเลยเพคะ เว้นแต่ห้องที่ถูกปิดผนึกทางด้านใน” อัศวินหญิงถอนสายบัวงดงามแล้วกล่าวกับผู้สูงศักดิ์

ออโรร่าพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปสบตากับอัศวินหนุ่มที่ใส่ชุดเกราะสีเหลืองพระจันทร์ ดวงตาสีน้ำเงินทั้งคู่มองตอบมาเช่นกัน “ราเวน เจ้าว่าที่นี่เป็นที่ไหน”

คนถูกถามโค้งคำนับแล้วยิ้มน้อยๆ “ข้าคิดอย่างที่พี่หญิงคิด ที่นี่คงเป็นสถานที่สำคัญมาก และหากดูจากภาพสลักที่ฝาผนังแล้ว..” นัยน์เนตรสีน้ำเงินฉายแววครุ่นคิด

“มันเป็นคำทำนาย.. หรืออะไรซักอย่าง ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ว่า..” หญิงสาวสูงศักดิ์ถอนหายใจ “มันไม่เคยมีบันทึกเรื่องสถานที่แห่งนี้ ไม่เคยมีแม้แต่นิทานหรือตำนานด้วยซ้ำ”

“ท่านว่ารูปนี้เป็นใคร” ราเวนชี้นิ้วไปยังรูปสลักบนผนังที่เป็นรูปของหญิงสาวที่ดูคุ้นตา

ออโรร่าหรี่นัยน์ตาสีน้ำเงินของนางลง “ตามความคิดข้านะนี่เป็นรูปของ เซนต์โซเฟีย นักบุญแห่งนครเหนือ ชาวแสงจันทร์อย่างเรานับถือนางเหมือนเทพเจ้าองค์หนึ่ง”

“ราชินีแห่งนครแสงจันทร์ไม่มีอะไรที่ไม่รู้ค่ะ ท่านลอร์ดราเวน” นักรบหญิงคนสนิทของราชินิกล่าวอย่างภาคภูมิ จนออโรร่าต้องกระแอมเป็นเชิงตำหนิ ลอร์ดราเวนโบกมือแสดงความไม่ถือสา ก่อนที่จะพูดด้วยแววตาเป็นประกาย “แล้วพี่หญิงว่าที่ๆ มีรูปสลักคนสำคัญอย่างนี้ มันจะเป็นเพียงโบราณสถานธรรมดาๆ รึไง”

ราชินีแห่งนครแสงจันทร์เพียงแต่ยิ้มรับ ก่อนที่นางจะเดินตรงไปทางที่อัศวินหญิงบอก “งั้นเราเข้าไปดูห้องปิดผนึกด้านในกันเถอะ”

...

นั่นเป็นวันและเวลาสุดท้ายก่อนที่พายุทมึนลูกใหญ่จะถาโถมใส่เทียร่า พายุร้ายที่มีชื่อว่า ความโลภและการแก่งแย่ง เมื่อสิ่งที่ถูกปิดผนึกมานานแสนนานได้ออกมาอวดโฉมอันงดงามของตนสู่สายตาของชนชั้นสูง สิ่งนั้นคือ..

อัญมณีในตำนาน ผลึกมานา ลูกไม้ลูกเดียวในรอบหลายหมื่นปีของต้นมานา ต้นไม้แห่งโลกที่แผ่กิ่งใบและรากออกปกคลุมเกือบครึ่งดินแดนตอนเหนือบนเกาะขนาดใหญ่ แอตลาส

มานา เป็นต้นไม้ในตำนานและจินตนาการไม่มีใครเคยค้นหาที่ตั้งของมันพบ มีแต่เพียงนิทานปรัมปราที่เล่าขานสืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นเท่านั้น หากแต่ที่จริงแล้วมันตั้งตระหง่านอยู่บนดินแดนเหนือนับหมื่นๆ ปี รากของมันดูดซับพลังงานบริสุทธิ์ที่เกิดจากความฝันและความหวังของผู้คนมากมายเป็นเวลานับพันปี จนกำเนิดผลึกสีชมพูที่บรรจุเอาไว้ด้วยพลังแห่งความฝันและจินตนาการอันเต็มเปี่ยมจนสามารถบันดาลสิ่งในความคิดของผู้ถือครองให้เป็นจริงแค่เพียงเอ่ยปากขอ!

ข่าวการค้นพบอัญมณีวิเศษได้แพร่สะพัดราวกับไฟลามทุ่ง ผู้คนมากมายกระหายอยากได้อำนาจนั้นไว้ในครอบครอง ผู้มีอำนาจ เศรษฐี หรือแม้แต่คนธรรมดา ต่างส่งคนเพื่อที่จะขโมยมันออกไปเป็นของตน คนแล้วคนเล่า แต่ทว่ากลับไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จแม้คนเดียว

ในที่สุด.. ข่าวลือก็ได้มาถึงหูของกษัตริย์ผู้เป็นเจ้าของนครน้ำแข็งออโรเรีย ด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชังที่ชาวมังกรอสูรไร้อำนาจ หาใช่เพราะความโลภหรือความอยากไม่ ราชาผู้ครองประเทศเล็กๆ ที่เป็นเพียงเมืองขึ้นของนครแห่งแสงตะวันต้องการสิ่งนั้นเพื่อใช้แก้แค้น เมื่อมีการเจรจาต่อรอง จนถึงร้องขอไปแล้วแต่ได้รับเพียงคำปฏิเสธจากผู้ครอบครอง ฉนวนแห่งสงครามจึงอุบัติขึ้นเพียงเพราะอัญมณีชิ้นเล็กๆ ชิ้นเดียวเท่านั้น

เผ่ามังกรแตกออกเป็น3เผ่าพันธุ์ คือชาวมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสายเลือดผสมระหว่างชาวมังกรกับภูติ ทำให้มีความสามารถด้านมนตราสูงมาก ชาวมังกรเทพที่สายเลือดของมนุษย์ไม่ได้ลดทอนพลังอำนาจของมังกรเลย สุดท้ายคือชาวมังกรอสูรเผ่าพันธุ์ที่ถูกเหยียดหยามจากเผ่ามังกรเทพ เพราะมีต้นตระกูลมาจากกาผสมกันระหว่างสายเลือดของเผ่ามังกรและโลหิตที่ถูกเกลียดชังของชาวปีศาจ หากแต่ชาวมังกรสายเลือดแท้นั้นไม่มีหลงเหลืออยู่อีกแล้ว จึงไม่แปลกที่ชาวมังกรเทพจึงถือตัวว่าตัวเองเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีสายเลือดสูงส่งที่สุด

...

อัศวินหญิงนางหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในท้องพระโรง นางทรุดตัวลงนั่งก้มหน้าคุกเข่าอยู่บนพื้นท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมาจากผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ประดับประดาด้วยเครื่องเงินและอัญมณีสีเหลืองพระจันทร์ “ออโรเรียประกาศสงครามกับเราแล้วเพคะ”

ทุกอย่างเงียบลงเป็นเวลาชั่วอึดใจ ผู้เป็นราชาเพียงแต่ฝืนยิ้ม “ขอบใจมาก เจ้าไปเถอะ” อัศวินหญิงลุกขึ้นแล้วถอนสายบัวคำนับแล้วค่อยๆ ผละออกไปทิ้งห้องใหญ่ให้เหลือเพียงคนไม่กี่คน

“มันเป็นความผิดของข้าเอง ถ้าตัวข้าไม่ดื้อดึง และเชื่ออย่างที่ราเวนบอก เรื่องมันก็คง..” ราชินีแห่งนครแสงจันทร์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแสดงความรู้สึกผิด

บุรุษผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์กลับส่ายหน้าเล็กน้อย ดวงตาทั้งคู่จับจ้องมองวัตถุทรงกลมที่ถูกเรียกให้ปรากฏขึ้นต่อหน้า “เจ้าสิ่งนี้มีพลังอันยิ่งใหญ่เกินไป.. สมควรแล้วที่สถานที่ที่ปิดผนึกมันจะเป็นความลับไม่มีปรากฏแม้แต่ในนิทานปรัมปรา” น้ำเสียงทรงอำนาจนั้นออกจะกังวล

“ใช่ มันควรถูกปิดผนึกอยู่ที่เดิม ข้าจะนำมันกลับไป แล้วกระจายข่าวว่าผลึกนั้นได้ถูกขโมยไปแล้ว” ออโรร่าถอนหายใจเล็กน้อย ที่หาทางออกเรื่องนี้ได้ องค์ราชินีก้าวเท้าตรงไปหาผู้ปกครองลูนาเทีย

ราชาแห่งนครแสงจันทร์ยกมือขึ้นเป็นการบอกให้หยุด “มันคงช้าไปแล้วล่ะออโรร่า ถึงพูดอะไรไปตอนนี้หมอนั่นคงคิดว่าพวกเราแก้ตัว คงยากที่จะหลีกเลี่ยงสงครามครั้งนี้เสียแล้ว ”

“..เซซิล.. ท่านคิดวิธีอะไรได้ไหม?” สตรีสูงศักดิ์ถามด้วยเสียงแผ่วเบา

“ยังเลย..” น้ำเสียงของราชาเซซิลตอบกลับมาแผ่วเบาเฉกเช่นเดียวกัน

...

และแล้วสงครามครั้งใหญ่ก็อุบัติขึ้น สงครามครั้งที่สร้างความเสียหายมากมาย กลิ่นคาวของโลหิตและควันไฟสงครามกระจายฟุ้งในอากาศ อาณาจักรถึงสองอาณาจักรที่ไม่มีแม้ส่วนเกี่ยวข้องได้ล่มสลายลง สงครามครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ สงครามแรกในยุคที่ผู้คนถวิลหาความสงบ สงครามที่ทำให้ความสุขในอุดมคติของสตรีในตำนานต้องพังทลายลง สงครามที่ถูกขนานนามภายหลังว่า มหาสงครามผลึก

ปลายศักราชโซเฟียที่ 22..

มหาสงครามที่กินเวลานานเกือบ 6 ปีได้สิ้นสุดลง ความสงบสุขกลับมาเยือนเทียร่าอีกครั้งหนึ่ง หอคอย 4 หอถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกประวัติศาสตร์หน้าที่แสนเศร้าของเทียร่า หอคอยทั้ง4 จะยังคงตั้งตระหง่านท้าแดดท้าลมเพื่อเป็นสัญลักษณ์ปกป้องความฝันและความหวังของผู้คนไปตลอดนานเท่านาน..

มานา ผลึกในตำนานนั้นไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามันหายสาปสูญไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ทุกคนก็รู้ดีว่า นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสำหรับเทียร่า..

...

ฟรี้..
เสียงกรนดังมาเบาๆ จากเตียงชั้นล่างทำให้เด็กชายรับรู้ว่าพี่สาวได้พาสติเข้าสู่นิทราแล้ว เขาปิดหนังสือในมือเบาๆ แล้วเอ่ยราตรีสวัสดิ์ “ฝันดีนะ พี่สาว..”

แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุที่เคยส่องสว่างถูกดับลงแล้ว สองพี่น้องกำลังนอนหลับใหลอยู่ใต้แสงพระจันทร์สีน้ำเงิน หากแต่หนังสือเล่มนั้นยังคงวางนิ่งสนิทอยู่บนชั้นรอคอยโอกาสที่จะบอกเล่าประวัติศาสตร์ให้แก่ผู้ที่เปิดมันอ่านต่อไป ถ้าลองสังเกตที่ปกด้านในของหนังสือจะพบกับชื่อของผู้เขียนสลักเป็นตัวอักษรตัวเล็กๆว่า “Sophia H. Maxwell”


เนเธเน‰เน„เธ‚เธฅเนˆเธฒเธชเธธเธ”เน‚เธ”เธข เน€เธกเธทเนˆเธญ Sat Jun 30, 2007 11:36 pm, เธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธกเธ” 7 เธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
ReshaValentine
นักเรียนมัธยม
นักเรียนมัธยม
avatar

Female
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 145
อายุ : 26
สังกัด : โทโฮคลับ
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Thu Mar 29, 2007 10:51 am

ตามอ่านใหม่เช่นกันค่า~~
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://members.thai.net/animeost/index.html
Rei
ผู้ดูแลพิเศษ
ผู้ดูแลพิเศษ
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 88
อายุ : 28
สังกัด : Asgard
อาชีพ : Grim Angel
ความสนใจ : Diviner
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: อสูร
อาชีพ: จอมเวท

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Thu Mar 29, 2007 11:08 am

มือหนึ่งประจำบอร์ดกลับมาแล้วสินะ =w=b

_________________


เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://skully.exteen.com
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Mon Apr 02, 2007 9:58 am

บทที่ 1
ฝันร้าย


แสงสีเหลืองนวลจากจันทร์ดวงโตยามต้นสนธยาตัดกับเส้นขอบของปราสาทที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาทำให้เกิดภาพทิวทัศน์ที่งดงาม..


ปราสาทสีขาว ถูกรายล้อมด้วยหมู่สถาปัตยกรรมแบบกึ่งยุโรปที่วางตัวกันอย่างเป็นระเบียบภายใต้เงาปีกแห่งราตรี แสงสีเหลืองสว่างส่องลอดออกมาจากหน้าต่างของบ้านหลายๆ หลัง บ่งบอกว่าเจ้าของบ้านยังไม่เข้านอน ผู้คนบางกลุ่มยังคงสัญจรไปมาท่ามกลางแสงสีอ่อนที่ส่องออกมาจากโคมไฟบนยอดของต้นเสาสีหม่นๆ ข้างทาง บางส่วนก็จับคู่กันอยู่บริเวณลานน้ำพุ กระจกเงาทรงรีความสูงราวๆ สองเมตรลอยเด่นอยู่ที่ใจกลางของอ่างทรงกลมที่ทำจากหินสีสวย

ทุกอย่างยังคงดำเนินไปเหมือนวันวาน ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะเฉลียวใจถึงสิ่งที่กำลังย่างกรายเข้ามา..

บรึ้มมมมมมม!!!!!!!!

เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งบริเวณ ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตกใจ และเปลวไฟสีแดงโร่ที่พวยพุ่งสู่ท้องฟ้าพร้อมกับกลุ่มควันสีทะมึน และเสียงแหลมสูงของสัญญาณเตือนภัย

“ท่านแม่ทัพ!!!! กองทัพของโซเลียบุกขอรับ!!”

เสียงโหวกเหวกโวยวายของเหล่าทหารรักษาการและเหล่าแม่ทัพนายกองดังระงมทั่วทั้งพระราชวัง แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อมีเสียงคำสั่งเฉียบขาดจากสตรีร่างบางในชุดเกราะหนักสีเงินวาวที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงมายังห้องบัญชาการ “เรียกทหารทุกหน่วยให้เตรียมพร้อมรับมือ เมื่อกี้เป็นแค่การขู่”

“พะ..พะย่ะค่ะ!!” เหล่าทหารทั้งยศน้อยใหญ่ลงไปคุกเข่าซ้ายลงกับพื้น ขยับมือขวาแตะบนบ่าซ้ายแล้วค้อมหัวเป็นการทำความเคารพและน้อมรับคำสั่ง คำสั่งอันศักดิ์สิทธ์จากสตรีงดงามผู้เป็น ราชินี ของประเทศนี้ นางเม้มปากแล้วพึมพำกับตัวเอง “ไม่คิดว่าจะมากันเร็วอย่างนี้..”

ใบหน้าที่ยังคงความอ่อนเยาว์และดูอ่อนโยน ทว่าดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่ย้อมไว้ด้วยแววเด็ดเดี่ยวของนักรบที่เคยผ่านสงครามนั้นทำให้ใบหน้าขาวนวลเนียนรูปไข่นั้นดูเข้มแข็งอย่างประหลาด นางหยิบห่วงโลหะสีเงินรวบผมสีรัตติกาลให้เป็นระเบียบ ชุดเกราะสีเงินยวงคลุมทับด้วยผ้าคลุมขนสัตว์สีขาวบริสุทธิ์ประดับไหล่ซ้ายด้วยโล่กลมรูปกางเขน กระโปรงยาวสีครีมที่ทอจากผ้าเนื้อดี บวกกับหมวกเหล็กสีเงินถูกอุ้มแนบชิดไว้กับเอวบางอ้อนแอ้น ดาบสีขาวจัดที่เหน็บไว้ข้างตัว ทุกอย่างนั้นบ่งบอกความเป็นนักรบของหญิงผู้นี้อย่างเด่นชัด ราชินีผู้มียศ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ <white paladin>

"บ้าจริง.. ถ้าเซซิลไม่บาดเจ็บหนักล่ะก็.."
ราชินีถอนใจเบาๆ พลางแหวกม่านสีขาวบริสุทธิ์ที่มีประกายมุกออก ทอดเนตรไปยังกองทัพใหญ่ทางตะวันตกของเมือง ธงพื้นสีแดงเพลิงรูปมังกรคาบตะวันโบกพลิ้วดูสง่าและน่าเกรงขาม ทัพหน้าเป็นทัพของนักรบเกราะสีดำสนิทที่นั่งบนหลังมังกรสีน้ำตาลรูปร่างคล้ายนกกระจอกเทศ มือข้างหนึ่งกำหอกประจำกายส่วนอีกข้างก็คุมบังเหียนไว้ด้วยความทะมัดทะแมง เหล่าทหารราบเดินเท้าเข้าแถวเรียงแน่นเป็นตับเตรียมพร้อมรับคำสั่งจากผู้นำทัพ

สตรีผู้สูงศักดิ์ไล่สายตาจากกองทัพภาคพื้นดิน มองสูงขึ้นจนเห็นเงาสีดำหลายสิบเงาบินฉวัดเฉวียนเล่นลมไปมา ริมฝีปากสวยเผยอออกแล้วเปรยกับตัวเองเบาๆ “นี่เอง.. ตัวการของเสียงระเบิดเมื่อครู่ หน่วยรบมังกรบิน..”

…

เปรี๊ยะ!! เปรี๊ยะ!!

เสียงสะเก็ดไฟปะทุดังขึ้นมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ เคล้ากับกลิ่นควันไฟและกลิ่นกำมะถันที่คละคลุ้ง ผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวของเหล็กที่เป็นเอกลักษณ์ของของเหลวสีแดงสด.. เลือด

เคร้งงง.. เคร้งงงงงง….. ฉัวะ!!

“เฮ!!!!!!”

โลหะปะทะโลหะส่งเสียงกรีดร้องชวนแสบโสตดังมาจากทั่วสารทิศ พร้อมทั้งเสียงคำรามเกรี้ยวกราดของผู้ถือครอง เหล่าโลหะที่ผ่านการหลอม.. ตี.. ผ่านเปลวไฟแดงฉาน จนกระทั่งเป็นรูปร่าง จนกลายเป็น อาวุธ ที่มีไว้เพียงเพื่อทำลายเท่านั้น

“นี่คือสงคราม.. ถ้าไม่ฆ่าเราจะถูกฆ่า ถ้าอยากอยู่รอดก็จงอย่าปราณี ถึงยังไงเราก็ต้องสู้เพื่อปกป้องนครแสงจันทร์นี้ไว้ให้ได้” ชายหนุ่มผู้สวมชุดหนังสีดำที่ปกป้องด้วยเกราะสีเงินเงาวับ ตะโกนสั่งเหล่านายทหารใหม่ในบังคับบัญชา บางคนยังแทบทรงตัวไม่อยู่เพราะความหวาดกลัว ขณะที่ตัวเขากำลังเหวี่ยงดาบเล่มมหึมาฟาดฟันใส่ทหารชั้นเลวของฝ่ายศัตรู

บรึ้มม!!!!!

เหล่ามังกรบินไวเวิร์นบินฉวัดเฉวียนเล่นแสงจันทร์คอยยิงลูกไฟสีเพลิงออกจากปากที่อุดมไปด้วยเขี้ยวขาว อัญมณีสีอำพันในเบ้าตากลอกไปมาราวสอดส่องหาเป้าหมาย นักรบมังกร<dragoon>ในชุดเกราะสีดำเงาประดับศีรษะด้วยเขามังกรนั่งในท่าทะมัดทะแมงอยู่บนหลังของเหล่ามังกรบิน มือที่ใส่เกราะที่ทำคล้ายกรงเล็บคมกริบข้างหนึ่งกำหอก อีกข้างคุมบังเหียนคอยบังคับมังกรพาหนะ

นักรบมังกรคนหนึ่งบังคับไวเวิร์นให้ตรงดิ่งไปยังปราสาทที่ตั้งเด่นตัดกับเงาของพระจันทร์ทั้งสองดวง เขาดึงบังเหียนเบาๆ เจ้าไวเวิร์นคู่ใจของเขาก็ผงกหัวเหมือนจะรับรู้ มันอ้าปากกว้าง แสงเรืองสีส้มเริ่มมารวมตัวอยู่ที่ปากของมันจนมีขนาดใหญ่พอๆ กับลูกฟุตบอลที่มีสิ่งคล้ายๆ กระแสไฟฟ้าอัดอยู่ข้างในแล้วก็..

บรึ้ม!!!!

ครืน..
เสียงไหวของศิลาที่ใช้สร้างปราสาทพร้อมกับฝุ่นควันสีทึมๆ ลอยขึ้นจากจุดที่ถูกยิงด้วยลูกไฟมหาประลัยของเจ้าไวเวิร์น

“เจ้าหญิง!!”
นายทหารคนหนึ่งอุทานลั่น เมื่อเห็นไวเวิร์นตัวนั้นยิงลูกไฟใส่ตัวปราสาทซีกตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเซนต์โซเฟีย นักรบในชุดหนังสีดำคนเดิมและทหารอีกหลายคนแหงนหน้ามองตามเสียงระเบิดใหญ่ทันทีด้วยความตระหนก แต่กลับพบเพียงรอยยิ้มหยันๆจากคนคุมบังเหียนที่โฉบลงมาท้าทายคมดาบ

ช่วงเวลาที่เผลอไผลไปชั่วขณะฝ่ายศัตรูก็ฉวยโอกาสจู่โจมอย่างสายฟ้าแลบ อัศวินฝ่ายศัตรูคนหนึ่งวาดดาบเข้าใส่ใบหน้าของนักรบในชุดหนังสีดำอย่างรวดเร็ว

“ !! ”

ด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้ทำให้ร่างกายตอบสนองโดยอัตโนมัติ เขาเบี่ยงตัวหลบเพียงเล็กน้อยทำให้ได้แค่รอยเฉี่ยวเรียกเลือดเพียงซิบๆ มือตวัดดาบยักษ์ฟันร่างอัศวินเคราะห์ร้ายแยกเป็นสองส่วน โลหิตสีแดงไหลกระเซ็นซ่านไปทั่ว.. ทุกๆ แห่ง ณ ลานหน้าปราสาทเวลานี้หากไม่เต็มไปด้วยเลือด ก็ปกคลุมด้วยซากอสุภกองกลาดเกลื่อนระเกะระกะ และเปลวอัคคีที่คอยแผดเผาให้ความโกรธเกรี้ยวในใจของแต่ละคนเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นเอง

…

ห้องสวดมนต์มหาวิหารเซนต์โซเฟีย ปราสาทแสงจันทร์ซีกตะวันออก..

เปลวเพลิงจากเจ้ามังกรบินได้เผาทำลายบางส่วนของพื้นพรม กระจกภาพเขียนสี ที่เคยสวยงามทั้งในยามทิวาราตรีกลับแตกเป็นเศษๆ ผ้าม่านสีขาวและอุปกรณ์ตกแต่งหลายอย่างกลิ่นไหม้โชยมาต้องนาสิกประสาท เหล่าอัศวินประจำวิหารที่สวมเกราะขนาดเบาคลุมไหล่ด้วยผืนผ้าสีแดงเพลิง ในมือกุมดาบประจำกายแน่น พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับทหารหญิงของฝ่ายศัตรูที่แต่งชุดรัดรูปสีม่วงที่อวดความขาวของผิวกาย

“เจ้าหญิง.. หนีไปเพคะ!” อัศวินปกป้องวิหารคนหนึ่งตะโกนบอกให้เจ้าหญิงน้อยรีบหลีกออกห่างจากสถานที่อันตรายนี้โดยด่วน แต่เธอก็ถูกคมขวานของศัตรูที่เข้ามาประชิดตัวฟันใส่กลางหลังจนล้มลงไปกองกับพื้นทันทีที่ตะโกนเสร็จ แต่เธอช่วยให้เจ้าหญิงของเธอหนีพ้นศัตรูได้ แม้จะแค่ชั่วระยะหนึ่งก็เถอะ..

“ข้าจะจัดการกับเจ้าหญิงเอง.. ที่เหลือฝากด้วย..” ทหารหญิงของฝ่ายศัตรูคนหนึ่งบอกกับพรรคพวกที่เหลือ นางใช้ดวงตาสีแดงเหมือนอัญมณีน้ำงามกวาดไปมาราวกับจะรอฟังคำตอบจากคนที่เหลือ หากดูจากการแต่งกายคงบอกได้ว่านางนั้นมียศศักดิ์สูงกว่า

ชุดหนังรัดรูปสีม่วงที่ประดับด้วยสายคาดตามตัวระโยงระยาง กางเกงหนังขาสามส่วนเอวต่ำโชว์ความขาวนวลเนียนของน่องและหน้าท้อง คาดด้วยเข็มขัดหนังประดับหมุดสีเงินเช่นเดียวกับที่ถุงมือหนังสีน้ำตาลทั้งคู่ ผ้าคาดศีรษะรูปผลึกสีน้ำตาลถูกนำมาใช้แทนผ้าพันคอ ที่หน้าอกด้านซ้ายติดตรารูปมังกรคาบดวงตะวันสัญลักษณ์ของโซเลีย ประเทศแห่งอาทิตย์อรุณ

"ค่ะ ท่านชาล็อตต์.." เหล่าทหารหญิงในชุดแต่งกายรัดรูปสีม่วงเข้มรับคำ หัวหน้าทหารหันมาพยักหน้าก่อนที่จะใช้ขวานรูปสามเหลี่ยมในมือเข้าโรมรันฝ่ากำแพงอัศวินวิหารของฝ่ายนครแสงจันทร์ไปทางเจ้าหญิงที่วิ่งหลบหนีไป

เจ้าหญิงองค์โตแห่งเมืองแสงจันทร์อยู่ในระหว่างความสับสน ใจหนึ่งก็กลัว อีกใจก็ค้านให้กลับไปช่วย หัวของเธอหมุนติ้วๆ เป็นสิบตลบ ลมหายใจถี่รัวแสดงออกถึงความเหน็ดเหนื่อย ด้วยวัยเพียง 16 จึงทำให้ยังตัดสินใจได้ไม่เด็ดขาด “รู้อย่างนี้หัดออกกำลังกายมั่งก็ดีหรอก” เธอตำหนิตัวเองในใจ

“ท่านสังฆราชขาวหนีไปเพคะ.. กรี๊ดดดดดดด”

“หนีไป!! อย่าหันมานะ!! หนีไป.. ไป.. ไป.. …”

เสียงของอัศวินวิหารและเหล่านักบวชขาวดังสะท้อนมาจากห้องเดิมที่เธอวิ่งผละจากมา สังฆราชขาวสะดุดกึกยืนรำพันแผ่วเบาด้วยนัยน์ตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้ “ทุกคน.. ข้าขอโทษนะ” เธอกัดฟันทนหันหน้าหนีแล้วรีบวิ่งต่อไป เพราะรู้ตัวดีว่าถ้าหากตัวเองถูกจับได้ทุกคนที่เสี่ยงชีวิตช่วยเธอให้หนีออกมาก็จะต้องตายเปล่า ประกายจากหยดน้ำเล็กๆ สะท้อนแสงจากเปลวไฟเมื่อเจ้าหญิงน้อยพาร่างบางจากไป..

“ปราสาทซีกตะวันออกนี้ถูกศัตรูบุกเข้ามาได้แล้ว เราคงต้องข้ามไปฝั่งพระราชวัง ขอให้เขาหาเราเจอซักทีเถอะ” เธอร้องภาวนาอยู่ในใจ สายตาก็คอยสอดส่องสำรวจเส้นทางที่จดจำขึ้นใจ แต่ทว่าเธอก็ไม่แน่ใจว่าจะพบทหารฝ่ายศัตรูที่ตรงไหนบ้าง

เธอตั้งใจจะตรงไปยังทางที่สั้นที่สุดที่จะข้ามจากยอดปราสาทจากซีกตะวันออกไปยังยอดปราสาทซีกตะวันตกได้นั่นคือระเบียงลอยฟ้า หรือ ระเบียงชมจันทร์

“แต่มันจะถูกพังลงไปเพราะเสียงระเบิดเมื่อครู่รึเปล่า?” เธอตั้งคำถามกับตัวเอง ก่อนที่จะสั่นหน้าดิกแล้วพูดปลอบใจตัวเอง “คงไม่เป็นอย่างนั้นหรอกน่า..”

เจ้าหญิงวิ่งไปเรื่อยๆ เหมือนไม่รู้จักเหนื่อย ดวงหน้าขาวนวลเนียนมีเหงื่อซึม สองปรางแดงเรื่อเป็นสีเข้ม นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มฉายแววหวาดหวั่น ความกลัวซ่อนเร้นลึกลงไปภายในเนตรสวยทั้งคู่ หาใช่เพราะกลัวตาย.. แต่เธอกลัวการพลัดพรากต่างหาก.. ไม่รู้เพราะอะไรแต่ตอนนี้ราชนิกูลสาวพลันหวนคิดถึงมารดา.. องค์ราชินีผู้สูงศักดิ์และเลอโฉมแห่ง นครแสงจันทร์ ลูนาเทีย

"ขอให้เทพีเทียร์น่าและวิญญาณของนักบุญโซเฟียจกปกป้องท่านแม่ของลูกให้ปลอดภัยด้วยเถิด!!"

พลันความคิดก็ชะงักวูบเมื่อเสียงฝีเท้าแว่วดังมาจากข้างหลัง มันค่อยๆ ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนเจ้าของเสียงนั้นกำลังใกล้เข้ามา เจ้าของร่างเล็กหันไปมองอย่างหวาดๆ หัวใจเต้นถี่ระรัวเหมือนกลองรบ เหงื่อซึมชื้นบนฝ่ามือเล็กๆ ที่เริ่มกำแน่น..

“ไม่นะ.. ขออย่าให้เป็นอย่างที่เราคิดเลย..” เธอหลับตาปี๋ร้องอ้อนวอนขอต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่ในใจ "ทั้งๆที่ทางออกสู่ระเบียงลอยฟ้าอยู่ห่างไม่เกิน 100 เมตรแล้วแท้ๆ.."

“องค์หญิง!!” น้ำเสียงนั้นเป็นน้ำเสียงของคนที่รู้สึกคุ้นเคย เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกแล้วทรุดลงไปนั่งแหมะกับพื้น ส่งเสียงพ้อออกมา “เซน่า.. นี่เกือบทำข้าหัวใจวายรู้มั๊ย?”

ร่างบางของผู้มาใหม่สาวเท้าเข้าหาพร้อมส่งรอยยิ้มบาง ที่หาได้ยากจากใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ เรือนผมยาวสีทองที่รวบเป็นหางม้าส่องประกายวิววับเมื่อสะท้อนกับแสงวูบๆ วาบๆ ของเปลวไฟ นัยน์ตาสีมรกตที่ดูเย็นชาทั้งคู่ฉายแววห่วงใย “หม่อมฉันดีใจที่องค์หญิงไม่เป็นอะไรไปซะก่อน” เธอเหลียวซ้ายแลขวาก่อนจะหันมาจ้องดวงตาสีน้ำเงินเข้มเบื้องหน้า และไล่พิจารณาตลอดทั้งเรือนร่าง

ชุดนักบวชสูงสุดสีขาวที่เคยดูสะอาดบัดนี้มันกลับเปรอะเปื้อนด้วยฝุ่นละอองและเขม่าควันไฟ ดวงหน้ารูปไข่เหมือนมารดาเปียกชุ่มไปหยาดเหงื่อ แต่รอยยิ้มเจื่อนๆบนเรียวปากสีชมพูและดวงตาสีน้ำเงินคู่สวยที่ฉายแววใสซื่อก็ยังคงชวนมอง แม้ว่าผมเส้นบางสีดำสนิทที่ประดับด้วยผ้าคลุมผมสีบริสุทธิ์ดูยุ่งเหยิงไปบ้าง แต่ก็ยังไม่ถือกับว่าดูไม่ได้

“อัศวินวิหารคนอื่นๆละเพคะ ทำไมถึงทิ้งองค์หญิงอยู่องค์เดียว” หญิงสาวในเครื่องแต่งกายของอัศวินวิหาร <Templar> ที่ประกอบด้วยชุดเกราะเบาสีเงินและผ้าคลุมไหล่สีแดงเพลิงเช่นเดียวกับอัศวินกลุ่มที่เจ้าหญิงผละมา แต่ของนางจะแปลกกว่าก็คือมีตราสัญลักษณ์ของราชองครักษ์ประดับอยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายเอ่ยปากถามพร้อมกับส่งสายตาไม่พอใจไปทางวิหารเซนต์โซเฟีย

พลันคิ้วเรียวบางของเจ้าหญิงก็มุ่นลง ริมฝีปากสีชมพูเรื่อเริ่มเบะ นัยน์เนตรสีน้ำเงินเข้มทั้งสองเริ่มส่อประกายสั่นระริก ก่อนที่จะปล่อยโฮออกมาแล้วโผเข้ากอดเซน่าอย่างไม่อาย

“ฮือ.. เซน่า.. ทุกคน.. ทุกคนเค้า..”

เจ้าของตวงตาสีมรกตรับเอาร่างบางเข้ามาปลอบด้วยความงุนงงเล็กน้อย มือซ้ายลูบแผ่นหลังเล็กๆ ของเจ้านาย “หม่อมฉันเข้าใจแล้ว.. อยากร้องไห้ก็เชิญเถอะเพคะ องครักษ์ผู้นี้จะคอยปกป้ององค์หญิงน้อยของหม่อมฉันเอง..”

“ฮึก.. ขอบคุณ..” เจ้าหญิงองค์น้อยสะอื้นตอบแล้วซบลงที่ไหล่ของเซน่า

“รู้สึกว่าหม่อมฉันจะมาเห็นภาพที่ช่างน่าประทับใจนะเพคะ เจ้าหญิง..” เสียงของสตรีลึกลับดังขึ้นจากทางด้านหลังของทั้งสองนายบ่าว เจ้าหญิงสะดุ้งเฮือกแต่นัยน์ตาองครักษ์สาวกลับเริ่มส่งประกายกร้าว

เมื่อหันไปสบตากับเจ้าของเสียง เจ้าหญิงก็ผละออกจากวงแขนของเซน่าพร้อมกับจูงมือองครักษ์สาวให้วิ่ง “หนีเร็วเซน่า พวกทหารหญิงของฝ่ายโซเลีย.. นักบงการธาตุของเมืองน้ำแข็งออโรเรีย <element user> มัน.. มันฆ่าทุกคน!!”

ดวงตาสีแดงทับทิมเย็นเยียบบนดวงหน้าขาวราวนางพญาหิมะหันมองสบกลับมา ริมฝีปากไร้เครื่องประทินเผยอยิ้มบาง "อ๊ะๆ เป็นนักบวชไม่สมควรพูดจาสิ่งที่เป็นเท็จนะเพคะ เจ้าหญิง" นางเลิกคิ้วให้เล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยอาการเบิกบาน เส้นผมสีเงินยาวสลวยพริ้วเบาๆตามกระแสลมอ่อนที่พัดโหมเปลวไฟ ขวานรูปสามเหลี่ยมสีม่วงถูกยกขึ้นพาดบ่า "หม่อมฉันยังไม่ได้ฆ่าใครสักคนเลยนะเพคะ คิกๆ.. แต่จะบอกอะไรให้นะ ข้าจะข้าท่านเป็นคนแรก.. เจ้าหญิง"

"เจ้า!! เจ้ากำลังลบหลู่เบื้องสูง" เซน่าทะลึ่งตัวขึ้นพร้อมชักดาบสีน้ำเงินออกจากฝัก แต่ก็ถูกเจ้าหญิงยั้งเอาไว้เพราะความคิดที่ผุดวูบขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาแน่

หญิงสาวไหวไหล่อย่างไม่ไยดี "เบื้องสูงของเจ้ากับของข้ามันไม่ใช่ที่เดียวกันด้วยสิ แล้วข้าก็ไม่ได้ชื่อเจ้าด้วย" นางพูดพร้อมทำท่าทางยั่วโทสะ ดวงตาสีทับทิมโลหิตหรี่ลง "ชื่อของข้า..."

"ชาล็อตต์.."

พริบตานักบงการธาตุสาวก็พุ่งตัวด้วยความเร็วอ้อมไปโผล่ด้านหลังเป้าหมายพร้อมเงื้อง่าอาวุธคู่กายในมือ "จำเอาไว้ไปบอกยมบาลด้วยล่ะ ว่าตายด้วยน้ำมือใคร คิกๆ.."

เฟี้ยว!!

เคร้ง!!
เซน่าตวัดดาบขึ้นกันขวานรูปสามเหลี่ยมแบนๆ ได้ทัน องครักษ์สาวผลักมันกลับไปด้วยแรงสะท้อนจนเจ้าของขวานกระเด็นไปกระแทกกำแพงที่มีฉากหลังเป็นเปลวเพลิงอ่อนๆ "โอ๊ะโอ.. มีฝีมือเหมือนกันนี่ งั้นเจ้าก็จงตายก่อนเถอะนะ สุนัขน้อยๆ ที่แสนจะซื่อสัตย์" ชาล็อตต์ยันตัวขึ้นอย่างง่ายดายพร้อมทำท่าปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า มือขวาหยิบขวานคู่มือที่หล่นพื้นเพราะการปะทะเมื่อครู่ขึ้นมาด้วยความรวดเร็วและเริ่มเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Mon Apr 02, 2007 9:59 am

เคร้ง!!

เสียงดาบปะทะขวานดังขึ้นนำก่อน 1 ครั้ง ตามมาด้วยเสียงปะทะกันอีกนับไม่ถ้วน

เคร้ง!! เคร้ง!! เคร้ง!! เคร้ง..

ประกายไฟแปลบปลาบของการเสียดสีของโลหะอย่างรวดเร็วปรากฏขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียง ราวกับเป็นดนตรีที่บรรเลงโดยนักรบสองคนที่กำลังร่ายรำเข้ากับจังหวะอันรวดเร็วและหนักหน่วงด้วยท่วงท่าอันสง่าและงดงาม

องครักษ์สาวยันตัวกระโดดถอยออกมาจากการปะทะ นางหันไปมองเจ้าหญิงน้อยผู้ชมระดับ VIP ที่ยืนดูติดขอบสนามและกำลังลุ้นจนตัวเกร็ง "เจ้าหญิง ทำไมไม่เสด็จหนีไปเพคะ.." เซน่าตีหน้ายักษ์ใส่คนดูเพียงคนเดียว

ฟ้าว!!
พูดยังไม่ทันจบขวานรูปสามเหลี่ยมก็แหวกอากาศตรงเข้ามาด้วยความรวดเร็ว เธอยกดาบสีน้ำเงินขึ้นตวัดเบี่ยงมันให้พ้นคอ ชาล็อตต์ส่งยิ้มมาพร้อมกับแววตาที่เยาะเย้ย "ข้าตอบให้แล้วกันนะ ไม่ใช่ไม่หนี.. แต่หนีไปไม่ได้ต่างหากล่ะ" ได้ยินดังนั้นองครักษ์สาวจึงรีบหันควับกลับไปมองนายของตนที่ได้แต่กระพริบตาปริบๆ เป็นเชิงขอโทษขอโพยมาให้

"เจ้าทำอะไรกับเจ้าหญิงของข้า!!" เซน่าขึ้นเสียงเป็นขู่กรรโชก ดาบในมือถูกตวัดกวัดแกว่งออกไปอย่างรวดเร็วไม่มียั้ง ด้วยอารมณ์โกรธจึงทำให้แต่ละดาบที่ฟาดฟันลงไปหนักหน่วงขึ้นหากแต่ฝ่ายตรงข้ามกลับอ่านทางมันออกได้ง่ายกว่าเดิม

นักบงการธาตุชาวออโรเรียกเบี่ยงตัวไปข้างหลังของเซน่าก่อนจะกระซิบเบาๆที่ข้างหูเป็นเชิงยั่วแหย่ "โอ้..องค์หญิงสุดที่รักของเจ้าเป็นอะไรไปรึ แหม.. เล่นลืมความสามารถของนักบงการธาตุแบบข้าก็แย่สิ ข้าแค่ขอให้สายลมพันธนาการนางไว้กับที่ก็เท่านั้น อย่าว่าแต่จะเดินเลย จะขยับปากยังทำไม่ได้เลย เฮ้อ.. น่าสงสารจัง" ชาล็อตต์แสร้งตีหน้าเศร้า

"เจ้า!!" อัศวินวิหารตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล กระหน่ำดาบฟันใส่ฝ่ายตรงข้ามไม่ยั้ง ดวงตาสีมรกตแปรเปลี่ยนจากเรียบเฉยไร้ความรู้สึกเป็นลุกโชนด้วยไฟพิโรธในดวงตาทันที

ชาล็อตต์ส่ายหน้าดิก "อารมณ์ของเจ้า.. ทำให้เจ้าขาดความเยือกเย็นจึงอ่านทางข้าไม่ออก.. หากแต่นั่นทำให้ทางดาบของเจ้าถูกข้าอ่านออกได้ง่ายนัก.."

เคร้ง...

ดาบคู่กายขององครักษ์ถูกขวานของนักบงการธาตุตวัดหลุดลอยออกจากมือไปตกไกลตัว และเจ้าของลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น ดวงตาสีทับทิมฉายแววผิดหวัง "การเล่นจบแล้วเจ้าหมาน้อย องครักษ์แห่งนครแสงจันทร์ช่างอ่อนแออะไรอย่างนี้" ขวานคู่มือนางถูกยกขึ้น..

เหมือนทุกอย่างกลายเป็นภาพช้า สังฆราชขาวมองเห็นชาล็อตต์ค่อยๆ ยกขวานขึ้นอย่างเชื่องช้า.. ขวานสีม่วงค่อยๆ แหวกอากาศลงมายังเป้าหมาย คอ ระหงของอัศวินวิหาร แต่แล้วเจ้าของขวานกลับหยุดชะงักชั่ววินาที แล้วพลิกเอาด้านสันของขวานกระแทกใส่ฝ่ายตรงข้ามแทน

"รู้ไหม ข้าคิดวิธีที่ให้เจ้าเจ็บกว่าตายได้แล้วล่ะ.." นักบงการธาตุชาวออโรเรียลอบยิ้มมุมปากก่อนจะท่องบางสิ่งที่เหมือนกับ เวทมนตร์

"อากาศรายรอบตัวข้า จงเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นโซ่พันธนาการ... แอร์ ไบด์ (Air bide อากาศพันธนาการ)" สิ้นเสียงร่ายของชาล็อตต์ เซน่าก็รู้สึกเหมือนมีลมพัดผ่านตัววูบหนึ่ง แล้วร่างทั้งร่างก็เหมือนไม่ได้อยู่ใต้ความควบคุมของสมองอีกต่อไป เธอถลึงตาด้วยความโกรธ

ชาล็อตต์ค่อยๆ เดินนวยนาดเข้าไปหาเซน่าพร้อมกับใช้นิ้วช้อนปลายคางอัศวินสาวขึ้นมาสบตา "เป็นยังไง ขยับไม่ได้ใช่ไหมล่ะ.. ดีแล้วล่ะ" พูดเสร็จก็ใช้มือขวาตบฉาดเข้าไปที่แก้มซ้ายของฝ่ายตรงข้าม จนองครักษ์สาวหน้าหันตามแรงตบ

เพี๊ยะ!!

คนได้เปรียบทิ้งขวานลงกับพื้น วาดมือซ้ายตบเข้าให้อีกฉาด ตามด้วยมือขวา สลับกันไปอีกหลายครั้ง ยิ่งตบรอยยิ้มแสดงความพอใจบนใบหน้าของนางก็ยิ่งปรากฏเด่นชัดพอๆ กับรอย 5 นิ้วที่แก้มขององครักษ์สาว

"ฮ่าๆๆ" ชาล็อตต์หัวเราะลั่น มือขวาจิกผมของคู่อริขึ้นมา "รู้ไหมว่าข้าจะทำอะไรต่อ ให้ทาย" ดวงตาสีแดงทับทิมนั้นค่อยๆ เหลียวไปทางเจ้าหญิงของเซน่า องครักษ์สาวใช้นัยน์ตาสีมรกตจ้องมองนางด้วยสายตาเคียดแค้น ริมฝีปากที่ไร้เรี่ยวแรงขยับขึ้นลงแผ่วเบา "..จัน.."

"แต่ถึงรู้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีนะข้าว่า" นางว่าด้วยน้ำเสียงร่าเริง รองเท้าบู๊ตหัวโลหะค่อยๆ ย่างก้าวตรงไปยังเป้าหมายหลักที่ยังคงขยับไม่ได้เช่นเดียวกับคนที่เพิ่งถูกจัดการไปเมื่อครู่

กึก.. กึก..
เสียงโลหะบนพื้นของรองเท้าบู๊ตกระทบพื้นยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

"..ทรา.."
น้ำเสียงอ่อนล้าดังขึ้นอีกครั้ง แต่นักบงการธาตุกลับไม่คิดแม้จะสนใจ เพราะเธอเดินมาถึงเป้าหมายแล้ว

"ข้าจะทำอะไรกับท่านดีนะเจ้าหญิง จะฆ่าให้ตายเลย หรือว่าจะทรมานให้หมาตรงนั้นเจ็บใจเล่นดี" ชาล็อตต์แสร้งทำท่าครุ่นคิด และแล้วนางก็ดีดนิ้วเปาะ "ฆ่าเลยดีกว่าหมดเรื่องหมดราว"

"..น้ำเงิน!!"
เซน่ากัดฟันพูดด้วยแรงเฮือกสุดท้าย พลันดาบสีน้ำเงินคู่กายอัศวินวิหารที่เคยนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้นก็พุ่งตรงเข้าเสียบด้านหลังของนักบงการธาตุด้วยความแรงและเร็ว

ฉึก!!
“อั่ก..”

“หนอย ยังมีไพ่เด็ดซ่อนอยู่อีกรึ.. ไม่นึกว่าดาบจะตอบรับเสียงของเจ้า" ดวงตาสีทับทิมลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ริมฝีปากสวยไอเอาเลือดทะลักออกมาเป็นลิ่มๆสีแดงสด เพราะดาบนั้นพลาดหัวใจไปไม่กี่เซนต์ นางชักดาบคู่กายอัศวินวิหารที่เคยเป็นสีน้ำเงินออกจากอกตัวเองแล้วขว้างทิ้งออกไปนอกหน้าต่าง

"สงสัย.. ต้องฆ่าเจ้าก่อนจริงๆ นั่นแหละ"
ชาล็อตต์เปลี่ยนเป้าหมายอีกครั้ง นางค่อยๆ พยุงร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสหันไปหาอริเก่า ขยับปากที่เริ่มเซียวขึ้นลงท่องคาถา

“เปลวไฟจากใต้พิภพเอ๋ย.. จงกลายเป็นเสาเพลิงเผาผลาญศัตรูแห่งข้า......” นักบงการธาตุสาวชูขวานสามเหลี่ยมสีม่วงขึ้นเหนือศีรษะ

“วัลคานิค อีรัปชั่น (Vulcanic eruption เพลิงนรกภูเขาไฟ)”

สิ้นเสียงร่ายคาถาของนาง ขวานสามเหลี่ยมก็ปักฉึกกับพื้น เกิดรอยแยกเป็นแนวตรงไปทางอัศวินวิหารสาว เซน่ามองมาที่เจ้าหญิงเป็นครั้งสุดท้าย "ลาก่อน.. น้องสาวที่รัก.." แล้วนัยน์ตาสีเขียวมรกตทั้งคู่ก็ค่อยๆหลุบลงเหมือนรู้ชะตากรรมของตัวเอง

ครึก ครึก!!
รอยแยกค่อยๆกว้างขึ้นและแตกระแหงเหมือนดินแห้งๆ ตามทุ่งนารกร้าง

ตูม ตูม ตูม!!

ทันทีที่พื้นหยุดการแตกแยกเสียงเสาไฟสีแดงฉานที่ระเบิดพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกกระทบตัวเซน่าดังถึ่ยิบ ระคนกับเสียงกรีดร้องโอดครวญของหล่อนไม่ขาดสาย

“ข้าแต่เทพีเทียร์น่าบนสรวงอันศักดิ์สิทธิ์ ที่พวกข้าเคารพบูชา โปรดแปรเปลี่ยนเปลวเพลิงทมิฬอันร้อนแรง ให้เป็นเปลวศักดิ์สิทธิ์ เพื่อชำระจิตวิญญาณแห่งตัวข้าและรักษาเหล่าสหายของข้าด้วย..” เสียงท่องมนตราดังมาจากปากของเจ้าหญิงที่เป็นอิสระจากพันธนาแห่งสายลม นักบงการธาตุหันไปมองด้วยสายตาเคียดแค้น

“ไวท์ เฟลม (White flame เพลิงบริสุทธิ์)”

สิ้นเสียงร่ายมนต์เสาเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำด้วยความสำราญก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสีบริสุทธิ์จากฐานค่อยๆ ไล่ขึ้นไปจนถึงยอดจากนั้นจึงค่อยๆ ลางเลือนไปจากคลองจักษุ

"สายไปหรือ?" สังฆราชขาวถามตัวเองเมื่อภาพที่ปรากฏต่อหน้าไม่ใช่องครักษ์คนเดิมที่ทำหน้าตายใส่เธอตลอดเวลา หยาดน้ำใสๆ เอ่อท้นออกมาเหมือนเขื่อนทลายเมื่อเธอได้รับรู้ว่าความจริงมันเป็นเช่นไร ไม่มีเวทมนตร์บทไหนที่จะชุบชีวิตคนที่ตายไปแล้วให้กลับฟื้นคืนได้ "ลาก่อนพี่สาวที่แสนดี.." เจ้าหญิงองค์โตแห่งลูนาเทียพึมพำด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย

รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปากที่ซีดเซียว ชาล็อตต์ใช้ขวานคู่ใจพยุงตัวขึ้นช้าๆ "ต่อไป.. ก็ตาของท่าน.. เจ้าหญิง แค่ก.." นางสำรอกโลหิตสดๆ ออกมาคำหนึ่ง

ราชนิกูลสาวลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าแล้วค่อยๆ เดินจากไปโดยไม่ไยดีกับศัตรูใกล้ตาย

"หยุดเดี๋ยวนี้ ข้าจะฆ่าเจ้า" ชาล็อตต์แผดเสียงลั่น แต่ก็ไร้ผล มีเพียงเสียงพึมพำเบาๆ ดังมาจากสังฆราชขาวแห่งลูนาเทีย

"ซาเคร็ด เอ็กซ์โพลสชัน (Sacred explosion ระเบิดแสงศักดิ์สิทธิ์)"

วาบ!!
วงแสงสีขาวก่อตัวที่กลางหน้าอกของนักบงการธาตุก่อนที่มันจะขยายตัวออกและระเบิดดังสนั่น

บรึ้มมมมม!!!

...

ระเบียงลอยฟ้า สะพานเชื่อมปราสาทซีกตะวันตกและตะวันออก..

ที่ระเบียงลอยฟ้าขณะนี้พลุกพล่านไปด้วยเหล่ามังกรไวเวิร์นที่บินฉวัดเฉวียน ที่นั่นอัศวินมังกรคนหนึ่งกำลังปะทะอยู่กับนักรบเกราะสีน้ำเงิน หอกกำลังปะทะหอก ทักษะของทั้งสองถูกงัดออกมาใช้อย่างสุดกำลัง

"หลีกไป ข้าต้องไปช่วยเจ้าหญิง" นักรบเกราะสีน้ำเงินตะโกนขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขามีประกายโกรธ หมวกเหล็กถูกฟันกระเด็นหลุดเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูเด็ก ผมสีบลอนด์ที่รวบไว้ที่ท้ายทอยกำลังพริ้วตามลม ตัดกับเงาพระจันทร์ทั้งสองดวง

อัศวินมังกรที่เอาแต่ยิ้มกวนๆ ดูเหมือนไม่มีทางให้เด็กหนุ่มทำตามใจได้ หอกคู่กายกวัดแกว่งด้วยความเร็วยากที่คนธรรมดาๆ จะมองทัน "ไม่ต้องไปแล้วล่ะมั้ง ป่านนี้เจ้าหญิงโดนเจื๋อน เรียบร้อยแล้วแหละ สู้กับข้าให้สนุกดีกว่า ไอ้หนูกลาดิเอเตอร์"

เจ้าหญิงค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากทางออกซีกตะวันออกอย่างยากเลื่อนลอย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มกลับไร้แววความสดใส มีแต่ประกายของความเศร้าหมอง

"องค์หญิง" นักรบกลาดิเอเตอร์พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม แต่มันกลับจางหายไปเมื่อมองเห็นความจริงที่ว่าคนที่ควรอยู่ข้างกายของนางหายไป เขารำพึงกับตัวเองในใจ "พี่เซน่า.. หรือว่าท่าน.." แต่อัศวินมังกรกลับเบ้หน้า "ชิ มีเรื่องน่าเบื่อมาขัดซะแล้วสิ"

"..ข้าไม่ยอม.. ข้าไม่ยอมตายคนเดียว.. พวกเจ้าต้องไปกับข้า.. ตกลงไปตายให้หมดเลย.." น้ำเสียงขุ่นมัวดังขึ้นข้างหลังของเจ้าหญิง "ร็อค แอวาแลนช์ (Rock avalanche ภูผาทลาย)"

พื้นระเบียงสั่นครืน ก้อนอิฐค่อยๆหลุดร่วงสู่เบื้องล่างทีละก้อนสองก้อน ระเบียงลอยฟ้ากำลังจะถล่มในไม่ช้า!!

"เฮ้ย! ยัยบ้าชาล็อตต์ จะฆ่าข้าด้วยรึไง" อัศวินมังกรสบถอย่างหัวเสีย แล้วผิวปากหวือเรียกมังกรบินประจำตัวมารับ

ครืน.....

ระเบียงค่อยๆ ทลายลง เจ้าหญิงหันมามององครักษ์คนเดียวที่เหลืออยู่ที่อยู่ แต่ทั้งสองอยู่คนละซีกของระเบียงที่ยาวเกือบ 100 เมตร ก่อนที่พื้นจะทลายลงไป ร่างบางค่อยๆ ลอยละลิ่วลงสู่พื้นเบื้องล่างที่การรบยังคงดำเนินต่อไป

เมื่อสติกลับมาเริ่มทำงาน สถานการณ์ที่กำลังประสบอยู่ก็ถูกประมวลผลและรายงานกลับไปยังสมอง คำว่าตายแน่ลอยวนเวียนอยู่เต็มหัวของราชนิกูลสาว และสิ่งเดียวที่จะทำได้ในสถานการณ์นี้ก็คือ..

"กรี๊ดดดดดดด!!"

"เจ้าหญิง!!" องครักษ์ตะโกนลั่น กลาดิเอเตอร์หนุ่มน้อยวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วและกระโจนตามลงไปอย่างบ้าระห่ำ

มือเล็กๆ ของสังฆราชขาวพยายามไขว่คว้ามืออีกข้างที่กำลังยื่นส่งลงมาให้

"คล็อด!!!!!"

มือทั้งสองข้างไขว่คว้าหากันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ภาพทุกภาพจะค่อยๆ ดับมืดลง!!
---------------------------------------------------------------------------------------------------
บอร์ดนี้ต้องหั่นลงแฮะ.. swt


เนเธเน‰เน„เธ‚เธฅเนˆเธฒเธชเธธเธ”เน‚เธ”เธข เน€เธกเธทเนˆเธญ Sat Apr 28, 2007 7:25 pm, เธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธกเธ” 1 เธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Mon Apr 02, 2007 10:00 am

บทที่ 2
แองเจลา เฟรย์อาร์


"ไม่นะ!!!!!"

เด็กหญิงลุกขึ้นพรวดพราดจากที่นอนอ่อนนุ่ม ความฝันเมื่อกี้ปลุกเธอขึ้นจากนิทรา นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดวงโตที่ฉ่ำไปด้วยน้ำใสๆ เหลียวหาแสงเดียวที่หาได้ในยามราตรี ฝ่ามือเล็กๆ ที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อแหวกผ้าม่านสีอ่อนที่บดบังแสงจันทร์ออก

"อีกแล้ว.. ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว.." เด็กสาวใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม "เราต้องลืมได้สิ อย่าไปคิดถึงมัน.." เธอพยายามพูดปลอบตัวเองให้ลืมฝันที่น่ากลัวนั่นอย่างสุดความสามารถแต่หัวใจเจ้ากรรมยังคงสั่น น้ำตารินออกมาจากดวงตาคู่เดิมไม่หยุด

ก๊อกๆ..
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ประตูไม้สีน้ำตาลจะเปิดออกอย่างเชื่องช้า

"เป็นอะไรไปรึเปล่าคะคนดี" น้ำเสียงนุ่มละมุนดังขึ้นจากทางประตู สาวน้อยชูนิ้วขึ้นแล้วเอ่ยคำสั้นๆ เหมือนกับคาถา "ไลท์" มองเห็นแสงสว่างดวงเล็กๆ ที่ปลายนิ้วมือพร้อมกับละอองมนตราที่ส่งประกายระยิบระยับไปทั่ว เธอวาดมือในอากาศ ก้อนผลึกสีเหลืองนวลที่บนเพดานทำปฏิกิริยากับละอองมนต์เหล่านั้นจนตัวเองส่องแสงสีเหลืองนวลสว่างเหมือนหลอดไฟ เพียงแต่ไม่มีความร้อนออกมา

เมื่อห้องสว่างขึ้นเด็กสาวก็มองเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนเจ้าของน้ำเสียงอ่อนโยน เธอรีบเช็ดรอยน้ำตาออกแล้วยิ้ม "คุณแม่"

คุณแม่เดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ตัวแล้วใช้มือค่อยๆ ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู "ฝันร้ายอีกเหรอคะหืม? ดูซิเหงื่อชุ่มเชียว แล้วนั่นร้องไห้รึเปล่าเห็นตาแดงๆ " ดวงตาสีน้ำตาลจางๆ เจือด้วยแววอ่อนโยนนั้นจ้องมองมาที่สาวน้อย

เจ้าของห้องเอนตัวเข้าพิงไหล่มารดา นัยน์ตาทั้งคู่หลุบลงอย่างเชื่องช้า "กี่โมงแล้วคะ"

"ตีสี่จ้ะ" ผู้เป็นมารดามองมาด้วยความสงสัย เนตรสีน้ำตาลอ่อนบนใบหน้าขาวแบบชาวเอเชียเป็นสีเดียวกันกับเส้นผมหนาที่ปรกหน้าผากซีกหนึ่ง ตัดกับชุดนอนสีอ่อน อายุอานามของเธอคงไม่เกินหลักสาม

"ขอโทษค่ะ.. หนูรบกวนคุณแม่อีกจนได้" นัยน์ตากลมโตคู่สวยที่ยังแดงก่ำ เสมองไปทางอื่นอย่างคนสำนึกผิด

"แองเจลา.. มันไม่เคยเป็นการรบกวนอะไรสักนิดเลย หนูเป็นลูกของแม่นะ” มารดาส่งสายตาดุๆ มาให้ แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นอ่อนแสงอย่างเดิม “แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ก็เถอะ แล้วไม่ใช่เรื่องซะหน่อยที่ลูกจะต้องเกรงใจแม่ของตัวเองนะ" มือของเธอวางลงบนมือของธิดาบุญธรรมแล้วกุมไว้

ความอบอุ่นจากมือแม่ค่อยๆ แผ่ขยายออกจนลูกสาวอยากเบียดตัวเข้าไปชิด "ค่ะ คุณแม่"

วจนภาษาเงียบลงไปชั่วขณะ สิ่งที่ทั้งสองคนใช้มีเพียงภาษากายที่แทนความหมายของหัวใจได้ดีกว่า

"แม่คะ หนูอยากให้แม่ที่แท้จริงของหนูได้รู้.. ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกล.. ถึงแม้ว่าหนูจะไม่ได้พบกับท่านอีก.. แต่หนูไม่เคยลืมและจะไม่ลืมความรักของท่านแม่ ความรักของคุณแม่ ความรักของทุกคนที่มีให้หนู.. และ.. และ.. และหนูอยากให้ทุกคนได้รู้ว่าหนูไม่ได้ลำบากอะไร หนูยังมีคุณแม่คนนี้ทั้งคน.. หนู.." เสียงของแองเจลาค่อยๆ เงียบลง มีแต่เสียงสะอื้นเบาๆ กลับดังขึ้นมาแทนที่ เอริก้า ลูบหัวลูกสาวเบาๆ เป็นการปลอบโยน "คุณแม่ของหนูต้องรับรู้ได้แน่นอนจ้ะ ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน"

"อีกไม่นานก็จะเช้าแล้ว ขอหนูอยู่อย่างนี้จนพระอาทิตย์ขึ้นได้ไหมคะ" สาวน้อยเริ่มออกอาการอ้อนแม่

"แต่ว่า.." เอริก้ายังไม่ทันหาเหตุผลค้าน "นะคะ นะคะ คุณแม่ใจดีที่สุดในโลกเลย" สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายหน้าระอา "ก็ได้จ้ะคนดี"



ศักราชโซเฟียที่ 135 ปัจจุบัน..

“นาธาน นาธาน”
เสียงร้องเรียกที่คุ้นหูดังมาจากนอกหน้าต่าง คนถูกเรียกวางมือจากหนังสือแล้วชะโงกหน้าออกไปมอง “แองเจลา มีอะไรเหรอ?”

สาวน้อยในชุดกระโปรงสีขาวยิ้มสดใสให้พร้อมกับชูตะกร้าที่ทำจากไม้สานให้ดู “ฉันจะไปเก็บดอกไม้กับสมุนไพรน่ะ ไปด้วยกันมั๊ย?”

“รอเดี๋ยวนะ เราไปด้วย” คนที่ถูกเรียกว่านาธานบอก ก่อนที่จะปิดหน้าต่างหายไปพักหนึ่ง และเดินออกมาจากหน้าบ้านที่เป็นร้านขายดอกไม้

นาธาน เจ้าของผิวขาวอย่างชาวเอเชีย นัยน์ตาสีน้ำตาลจางๆ และเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเส้นหนาไว้ยาวถึงปลายคาง ดวงหน้าหวานเหมือนผู้หญิง เด็กหนุ่มสวมชุดคลุมสีน้ำตาลออกส้มที่เป็นสัญลักษณ์ของผู้ใช้เวทมนตร์ <magician> เขาหยีตาลงเมื่อเจอกับแสงแดดยามสายที่เริ่มส่องประกายกล้า “แสบตาจัง” เขายกมือขึ้นมาบังแสงแล้วบ่นพึมพำ

“อย่าพากันหลงล่ะ ทั้งสองคน” เจ้าของร้านดอกไม้โผล่หน้าออกมาแซว เธอเป็นพี่สาวคนโตของบ้าน ทั้งสีผมและดวงตาไม่ต่างจากคนน้องแตกต่างกันที่ความสูงซึ่งคนพี่มีมากกว่านิดหน่อย

น้องชายได้ฟังถึงกับค้อนขวับ “พี่อ่ะ แองเจลาพาหลงก็ว่าไปอย่าง.. โอ๊ย” พูดไม่ทันจบก็โดนมือน้อยๆ ของเพื่อนสาวหยิกเข้าที่แขน คนถูกหยิกทำหน้ามุ่นลูบแขนไปมาแต่คนหยิกยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ขอพาไปก่อนนะคะพี่แอนนิต้าแล้วอีกเดี๋ยวจะพากลับมาส่ง” แองเจลาก้มหัวสวัสดีเจ้าของร้านดอกไม้แล้วลากแขนนาธานออกไปอย่างรวดเร็ว

แอนนิต้า เกรย์สโตน เจ้าของร้านดอกไม้บลูมูนโคลงหัวน้อยๆ “ก็สมกันดีนะ เสียแต่..” แล้วก็ยิ้มบางๆ ให้กับคนที่หายลับตาไปแล้ว

นอกเมืองทางตะวันออก ฟลาวเวอร์ ฟิลด์...

ดอกไม้หลากสีสันบานสะพรั่งแข่งกันอวดความงาม กลิ่นหอมจางๆลอยตามลมมาต้องจมูกของหมู่ผีเสื้อ เหล่าแมลงบินว่อนตามหากลิ่นเกสรและหยดน้ำหวานอันล่อใจ มังกรดอกไม้หลายตัวนอนเกลือกกลิ้งอาบแสงแดดอุ่นๆ อยู่บนเตียงดอกไม้อันอ่อนนุ่ม บ้างก็เงยหัวขึ้นมามองแล้วก็ไม่ใส่ใจล้มตัวลงนอนเล่นต่ออย่างสบายอารมณ์

“แล้ววันนี้จะไปเก็บแถวไหนต่อล่ะ?” นาธานถามด้วยเสียงเรียบๆ แต่มันสูงเกินกว่าจะเป็นเสียงของเด็กผู้ชายวัยรุ่น

แองเจลายังคงฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ แต่มือที่ฉุดแขนอีกคนได้ปล่อยไปแล้ว สาวน้อยหันหน้ามามองพร้อมกับดวงตาสีน้ำเงินสวยมาสบ ริมฝีปากได้รูปยกมุมขึ้นสูงเป็นรอยยิ้ม “หาแอนน่อนสีม่วงน่ะ คุณแม่จะเอามาทำยาแก้พิษเกสรดอกไม้”

นักเวทมนตร์พยักหน้ารับรู้ “มันขึ้นอยู่แถบชายป่าเทียร์ฝั่งตะวันออกสินะ ใกล้กับทุ่งดอกไม้ ฟลาวเวอร์ ฟิลด์ ที่เราอยู่ตอนนี้”

“แต่ว่านะ.. พักนี้รู้สึกว่าหมาป่าขาวมันชอบไปป้วนเปี้ยนแถวนั้นนี่สิ” แองเจลาหลิ่วตาให้กับนาธานเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยถูกโรคกับสัตว์ประเภทนี้นัก

“หมาเหรอ..” นักเวทพูดแค่นั้นแล้วเงียบไป เพื่อนสาวเห็นผิดสังเกตจึงอ้าปากเตรียมพูดปลอบ แต่ว่าคนข้างๆ กลับเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มชวนเสียวสันหลัง “ดีล่ะถ้าเจอไอ้ตัวนั้นอีกนะคราวนี้จะจัดการให้น่วมเลย.. อ้าวเป็นอะไรไปน่ะ?”

แองเจลากระพริบตาปริบๆ แล้วส่ายหัวไปมาสลัดความคิด “อึ้งไปนิดนึง”

นาธานหรี่ตาลงแล้วจ้องหน้าเพื่อนสาว ใบหน้าขาวเหมือนหิมะแรกเป็นรูปไข่ล้อมด้วยเส้นผมสีดำสนิทดุจแพรที่ถักทอจากเส้นไหมรัตติกาล ดวงตาสีน้ำเงินกลมโตกำลังจ้องตอบด้วยแววตาที่งุนงง ริมฝีปากได้รูปเม้มขึ้นเล็กน้อย ชุดกระโปรงทำด้วยผ้าเนื้อปานกลาง ไม่บางแต่ก็ไม่หนาเหมาะกับอากาศเมืองร้อนชายกระโปรงที่เป็นระบายซ้อนกันหลายชั้นพลิ้วน้อยๆ เมื่อสายลมพัดมา เธอยกมือขึ้นกอดอก “จ้องอะไร?”

คนมองตีหน้าซื่อ “จ้องคนสวย” คนถูกมองได้ฟังเลยชะงักฝีเท้า หน้านวลขึ้นสีไปพักหนึ่ง

นาธานกลั้นหัวเราะแล้วโบกมือไปมา “ฮ่ะๆ.. ล้อเล่นน่ะ ล้อเล่น อย่าทำเป็นอายสิ”

แทนที่จะหยุดเขินแองเจลากลับหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม “ฉะ..ฉันไม่ได้อายซะหน่อย คนอย่างเธอชมฉันก็ไม่ดีใจหรอก”

คำว่า คนอย่างเธอ มันเสียบเข้าไปในหัวใจดวงเล็กๆ ของนักเวทหนุ่มน้อยเข้าดังฉึก เขาถอนหายใจเฮือกแล้วทิ้งตัวลงนอนหงายบนพรมดอกไม้สีสวย นัยน์ตาสีน้ำตาลจางก้มลงมองตัวเองแวบหนึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเหม่อมองขึ้นไปบนฟ้า “ความจริงหนอความจริง เฮ้อ..”

“ความจริงที่ว่านายเป็น...” หญิงสาวล้มลงนอนคว่ำบนเตียงดอกไม้ เธอหรี่ดวงตาสีน้ำเงินลง มือหนึ่งยกขึ้นเท้าคาง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขบขัน “เป็นแฟนฉันอ่ะเหรอ”

นาธานถึงกับตัวแข็งเป็นหินไปครู่หนึ่ง ก่อนจะผุดตัวลุกขึ้นนั่ง “เธอว่าอะไรนะ?”

แองเจลาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เธอลุกขึ้นยืนเต็มสัดส่วนควมสูง มือทั้งสองข้างเท้าเอว “ก็ถ้ามีใครมาสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไร ถ้าจนแต้มจริงๆ ก็ให้บอกว่าเราสองคนคบกันอยู่ ไม่อยากให้ใครรู้ เข้าใจนะ”

นักเวทกระพริบตาปริบๆ ก่อนที่สายตาจะเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน เขาส่งยิ้มบางให้กับเพื่อนสาวหารู้ไม่ว่าการกระทำนั้นไปโดนใจของเธอพอดี “เธอใจดีจังนะ.. ขอบคุณ”

“นะ.. น่ารักที่สุดเลย” เด็กสาวกระโดดกอดเพื่อนสนิทแบบไม่ให้ตั้งตัว เล่นเอาคนโดนกอดหน้าเหวอ “ทะ..เธอทำอะไรน่ะ”

แองเจลาฉีกยิ้มให้ มือยิ่งกอดแน่น “ก็.. กอดไง รู้มั๊ยว่าเธอน่ารักมากเวลายิ้มน่ะ” คนถูกกอดหน้ายิ่งขึ้นสีแดงเมื่อได้ยิน “ปล่อยนะ อายจะตายอยู่แล้ว”

“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของหญิงสาวดังจนได้ยินไปทั่วทั้งบริเวณทุ่งดอกไม้ ลมอ่อนๆ พัดพาเอาทั้งเสียงและความสุขเพื่อไปมอบให้กับดินแดนทางใต้ลมต่อไป



เนเธเน‰เน„เธ‚เธฅเนˆเธฒเธชเธธเธ”เน‚เธ”เธข เน€เธกเธทเนˆเธญ Sat Apr 28, 2007 7:27 pm, เธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธกเธ” 1 เธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Mon Apr 02, 2007 10:01 am

ควับ! วูบ! เฟี้ยว!
เสียงดาบถูกตวัดแหวกอากาศไปมาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่ไม่น่าพิสมัยนัก

ฉึก!!!
เป้าหมายถูกดาบเรียวเสียบเข้าเต็มรัก ทว่ากลับไม่มีเสียงร้องครวญครางจากร่างเหยื่อเหมือนอย่างที่ควรเป็น

“เฮ้อ.. เหนื่อยจัง” เจ้าของดาบชักดาบจากหุ่นฟางรูปร่างคล้ายคนที่สภาพถูกเล่นงานยับเยิน ตามลำตัวตัวพรุนไปด้วยรอยดาบ นักดาบหญิงหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดทำความสะอาดอาวุธคู่ใจ ดวงเนตรสีน้ำเงินทั้งคู่จดจ้องอยู่กับประกายของดาบ เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบไว้เป็นหางม้าด้วยผ้าผูกผมสีชมพูอ่อน ชุดแต่งกายของอาชีพที่เน้นสีชมพูตัดกับสีฟ้าทำให้ร่างที่อ้อนแอ้นของเธอยิ่งดูเพรียวลม

“ดูเหมือนฝีมือเธอไม่เคยตกเลยนะ แองเจลา เฟรย์อาร์” เสียงวจีดังมาพร้อมกับเสียงปรบมือ คนถูกชมหันมองตามต้นเสียง หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบกำลังส่งยิ้มให้เธอ ลมทะเลอ่อนๆ คลอเคลียใบหน้ามน และผมสีท้องฟ้าที่ยาวแตะบ่า ดวงตาสีเดียวกันมีประกายชื่นชม

แองเจลายิ้มเจื่อนๆ แล้วย่อตัวเล็กน้อยเป็นการคำนับ “ไม่หรอกค่ะ อาจารย์”

พลันคนเป็นอาจารย์ตีหน้าเครียด เธอยกนิ้วขึ้นแตะที่ริมฝีปาก “แน่ะ บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกอาจารย์ มันฟังดูแก่ เธอนี่ไม่จำเลยนะ”

“ก็สมควรเรียกอย่างนั้นไม่ใช่เหรอคะ พี่รีน่า” นักดาบหญิงมุ่นคิ้วถามสตรีผู้มีศักดิ์เป็นอาจารย์

“ก็ใช่ แต่พี่ไม่ชอบนี่” รีน่า สตาร์ริง อดีตนักดาบหญิงที่เก่งที่สุดในเมืองไร้สายลม คาล์ม ส่ายหน้าอย่างหน่ายๆ “แล้วก็นะ อาชีพอย่างนี้มันมีแต่ต้องเสี่ยงตาย แล้วยังชอบมีพวกบ้าพลังมาขอดวลบ่อยๆ อีก เหนื่อยใจจริงๆ”

แองเจลาปลดผ้าผูกผมออก สยายผมสีนิลกาฬที่ไหวดุจระรอกคลื่นให้เข้าทรง “แต่ว่าตอนนี้พี่เลิกไปแล้วไม่ใช่เหรอ?” ลูกศิษย์ที่อายุไม่ห่างกันกว่าคำว่าพี่น้องย้อนถาม

รีน่าไหวไหล่ “ ก็อย่างที่รู้พี่เลิกมาได้หลายปีแล้วล่ะ สาเหตุก็อย่างที่ว่า ตอนนี้ที่ร้านกาแฟกำลังไปได้สวยเลย พี่ว่าพี่เหมาะกับการนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์คอยรับรายการอาหารดีกว่าออกไปเหวี่ยงดาบเสี่ยงตายน่ะนะ”

“แล้วมาหาหนูถึงนี่มีอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าคะ?” สาวน้อยสะบัดมือที่ถือดาบพรึบ ปล่อยให้ดาบคู่ใจลอยขึ้นไปในอากาศก่อนที่มันจะหายเข้าไปในความว่างเปล่า

“มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อยน่ะ” เจ้าของร้านกาแฟที่กำลังไปได้สวยกล่าวเสียงนุ่นนวล “แองเจลาช่วยไปที่เอลรอนให้พี่ทีได้มั๊ยจ๊ะ?”

เนตรสีน้ำเงินคู่โตลุกวาวขึ้นอย่างตื่นเต้นเมื่อได้ยินคำว่า เอลรอน “ไปทำไมเหรอคะ?”

รีน่ายิ้มน้อยๆ ให้พร้อมกับหัวเราะคิกคัก เธอรวบกระโปรงยาวขึ้นแล้วนั่งลงบนชิงช้าไม้ ที่ถูกผูกไว้ใต้ต้นโซน่าต้นใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากทะเลนัก “พี่ให้ช่างตีดาบที่นั่นตีดาบไว้เล่มนึง แล้วพี่เกิดไม่ว่างไปเอาน่ะ นี่ก็ใกล้วันนัดแล้ว เจ้าน้องชายตัวดีก็ไม่อยู่ด้วย พี่อยากให้แองเจลาไปรับดาบมาแทนพี่น่ะค่ะ”

“ได้ค่ะ” แองเจลาพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มยินดี เอลรอน หรือที่คนรู้จักกันในนาม นครลับแลแห่งเอลฟ์ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางป่าเทียร์ถูกปกป้องไว้ไม่ให้ผู้ใดพบเห็นด้วยมนตร์มายามานับศตวรรษ มีเพียงผู้ที่ได้รับความยินยอมจากเหล่าพรายเท่านั้นจึงสามารถเหยียบผืนดินอันหวงแหนของพวกเขาได้ และคนที่กำลังยืนยิ้มอยู๋ตรงหน้าเธอก็เป็นหนึ่งในมนุษย์ผู้ได้รับอนุญาตที่มีน้อยจนนับหัวได้

“แล้วพี่จะเขียนจดหมายขออนุญาตให้นะ ว่าแต่เราจะไปคนเดียวรึว่าจะพายัยหนูไปด้วย?” ผู้มีศักดิ์เป็นอาจารย์ส่งยิ้มหวาน “แต่ยังไงยัยหนูคงไม่แคล้วโดนลากล่ะมั้ง”

นักดาบสาวค้อนควับ “พี่ก็.. รู้ทันไปหมดเลยนะ แต่หนูขอเถอะค่ะเลิกเรียกเพื่อนหนูว่ายัยหนูได้มั๊ย?”

รีน่าหัวเราะเสียงใส เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วเอนตัวไกวชิงช้าเบาๆ “อ้าว.. ต้องรู้สิไม่งั้นจะเป็นอาจารย์ให้แองเจลาได้รึ?”

“แล้วจะให้ไปเมื่อไหร่คะ ท่านอาจารย์หญิง?” แองเจลาย่อตัวลงมากกว่าครั้งแรกเล็กน้อยทำความเคารพเป็นเชิงล้อเลียน จนคนเป็นอาจารย์ส่งสายตาดุๆ มาให้ “นี่.. ล้อเลียนครูบาอาจารย์มันบาปนะ”

“ศิษย์จะจำไว้ในหัวใจค่ะ” นักดาบหญิงพูดทั้งๆ ที่กำลังกลั้นหัวเราะอย่างเต็มกลืน

“แน่ะ ว่าแล้วยัง” รีน่าถลึงตาใส่ลูกศิษย์ที่กลั้นหัวเราะไม่อยู่ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเต็มที่ เจ้าของร้านกาแฟว่าแล้วก็ส่ายหน้าพร้อมกับถอนใจเบาๆ “เฮ้อ.. นี่ก็อีกเรื่องเหนื่อยใจ”

…

“พรุ่งนี้?” เสียงใสถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“ใช่ พรุ่งนี้” อีกเสียงตอบอย่างอารมณ์ดี

“ไม่ไป..”

“อ้าว.. ทำไมไม่ไปล่ะ” เสียงที่สองร้องอย่างเสียดาย ก่อนจะเดินเข้าไปกระเซ้า “น่านะ นาธาน ไปด้วยกันหน่อยนะ นาธานน่ารักที่สุดเลย”

ไม่ใจอ่อน ท่องไว้ ต้องไม่ใจอ่อน..

ดวงตาสีน้ำตาลจางหรี่ลงอย่างรู้ทัน “ไม่ต้องมาอ้อนเลย ไม่ใจอ่อนหรอก” แล้วก็สะบัดหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็นดวงตาเว้าวอนของเพื่อนสาว

“น่า.. นะนะนะ ไปเถอะนะ นะคะ” คนชวนยังไม่ยอมแพ้จับแขนอีกคนให้หันกลับมาสบตา ดวงตาโตสีน้ำเงินสวยทั้งคู่ส่งประกายอ้อนวอนเหมือนเด็กอยากได้ของเล่น “นะ นาธานใจดีที่สุดเลยน้า..”

ไม่ยอมแพ้หรอก คราวนี้ยังไงก็จะไม่ยอมแพ้เสียงอ้อนหวานๆ นั่น..
คนถูกชวนตั้งใจแน่วแน่

“ไม่” คนพูดตัดสินใจเด็ดขาดแล้วหลับตาลง เพื่อไม่มองดวงตาคู่ใสที่ทำให้ใจอ่อนได้เสมอ “ยังไงก็ไม่ไป”

ในเมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล แองเจลาเตรียมใช้ไม้แข็ง รอยยิ้มชั่วร้ายผุดขึ้นบนใบหน้า เสียแต่คนตรงหน้ายังคงหลับตาอยู่จึงมองไม่เห็น ความซวยกำลังมาเยือน..

“ตกลง ฉันไปคนเดียวก็ได้ แต่..” นาธานที่หลงดีใจนึกว่าจะชนะลูกง้อของเพื่อนสาวได้ก็ต้องอึ้งเมื่อฟังประโยคที่เหลือ “..ฉันจะบอกความลับของเธอให้คนอื่นรู้ให้หมด” สาวน้อยตีหน้าขึงขังบอกว่าเธอเอาจริงแน่

บรรลัยแล้วเรา.. แบบนี้มันมัดมือชกกันนี่หว่า
คนเป็นผู้ใช้มนตราหน้าซีดเป็นไก่ต้ม เหงื่อเริ่มผุดพรายตามไรผม ในขณะที่คู่กรณีหันหน้าหนีแต่หูยังคงรอฟังคำตอบ

“เอ่อ.. คือ.. ไปก็ได้” นาธานถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แต่ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะ คราวต่อไปเราจะไม่ใจอ่อนแล้วนะ”

“เย้! นาธานใจดีที่สุดเลย ว้าว! รักเธอจัง” แองเจลาว่าแล้วก็กระโดดกอดอีกฝ่ายอย่างลืมตัว เล่นเอาคนถูกกอดหน้าแดงเป็นลูกตำลึง

“ก็บอกแล้วไงว่าอย่ากอด โธ่!”

“งั้นพรุ่งนี้จะมารอแต่เช้านะ” พูดเสร็จนักดาบสาวก็วิ่งจากไปด้วยความเริงร่า ทิ้งให้อีกฝ่ายได้แต่นั่งกุมขมับ

โดนจนได้สิน่า..

“แล้วแต่งตัวให้สวยๆ ล่ะ” แองเจลายังไม่วายส่งเสียงขึ้นมาจากชั้นล่าง ได้ฟังแล้วนาธานก็ถอนใจอีกเฮือกใหญ่ ชุดสวยๆ มันเหมาะกับ ‘เธอ’ ที่ไหนเล่า
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
ReshaValentine
นักเรียนมัธยม
นักเรียนมัธยม
avatar

Female
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 145
อายุ : 26
สังกัด : โทโฮคลับ
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Mon Apr 02, 2007 4:53 pm

หั่นซะ *-*
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://members.thai.net/animeost/index.html
moopra.
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน


เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 4
Registration date : 01/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Sat Apr 07, 2007 9:47 pm

ยังแจ่มเหมือนเดิม=w=

ว่าแต่นี่ทันตอนปัจจุบันรึยังหว่า จำได้ว่าบอร์ดเก่าถึง14= =........
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
ReshaValentine
นักเรียนมัธยม
นักเรียนมัธยม
avatar

Female
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 145
อายุ : 26
สังกัด : โทโฮคลับ
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Sat Apr 07, 2007 10:51 pm

บอดเก่า18เน้อ...
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://members.thai.net/animeost/index.html
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Wed Apr 11, 2007 1:03 pm

บทที่ 3
นคราเอลรอน


ป่าหยาดน้ำตา เทียร์ ฝืนป่ากว้างใหญ่ทางตอนใต้ของทวีปเกียอา ทวีปที่กินพื้นที่เกินกว่าครึ่งของแผ่นดินทั้งหมด แม้จะไม่กว้างใหญ่เท่าผืนป่าอเมซอน หรือป่าทั้งสี่แห่งเมริน แต่ด้วยความที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นจึงทำให้มีระบบนิเวศน์ที่แตกต่างออกไป ด้านตะวันออกติดกับทุ่งดอกไม้ขนาดมหึมาที่มีดอกไม้บานสะพรั่งตลอดทั้งปี ทางใต้ของฝั่งตะวันตกติดกับเมืองชายทะเลเล็กๆ ที่สงบสุข เมืองที่ชื่อหมายถึงความสงบ คาล์ม แต่จะมีใครรู้บ้างว่านครที่ลึกลับที่สุดในเทียร่าตั้งอยู่ใจกลางของป่าแห่งนี้..


หมอกในยามเช้าลงจัดถึงจะบดบังทัศนวิสัยการเดินทาง แต่มันก็เป็นภาพที่สวยงามอย่างหาได้ยาก หากว่าไม่ได้ย่างก้าวเข้ามาสัมผัสจริงก็คงบอกไม่ได้ว่ามันสวยเพียงใด หมอกของที่นี่จะไม่จางหายจนกว่าตะวันสายจะโผล่พ้นเรือนยอดไม้ นักเดินทางทั้งสองคนจึงทำได้แต่นั่งคุยกันเป็นการฆ่าเวลา

“เธอเป็นยังไงบ้าง” แองเจลาปรายตามองหน้าคนตั้งคำถาม เนตรสีไพลินทั้งคู่หรี่ลงบอกความไม่พอใจ “ห่วงตัวเองเถอะ หนาวจนตัวสั่นแล้ว”

เพื่อนร่วมทางคนเดียวของเธอกำลังสั่นริกๆ เหมือนลูกนก ผ้าห่มผืนหนาที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้ากำลังทำหน้าที่ของมันอย่างเคร่งครัด

ฮัดเช้ย!
เสียงจามดังมาก่อน ตามมาด้วยเสียงหัวเราะแหะๆ

“ยังจะมาหัวเราะ” แองเจลาผุดลุกขึ้นยืน ดวงตาคู่สวยจ้องมองคนหัวเราะอย่างเอาเรื่อง “ไม่สบายทำไมไม่บอกฉันแต่แรก”

“ไม่ใช่ความผิดเราซะหน่อย” คนถูกจ้องแย้งกลับ นัยน์ตาสีน้ำตาลจางค้อนให้เล็กน้อยอย่างงอนๆ แล้วก็จามอีกที

แองเจลาถลึงตาใส่ “อย่ามาเถียงนะ ฉันพูดเพราะเป็นห่วงหรอก ฉันไม่ต้องการเห็นมัน.. ไม่อยากให้ใครตายไปต่อหน้าอีกแล้ว..” ประโยคหลังพึมพำกับตัวเอง

“นี่.. รู้มั๊ยว่าตอนตื่นมาเห็นเธอตัวร้อนจี๋ยังงั้นน่ะ ฉันตกใจแค่ไหน..” นักดาบสาวถอนใจแล้วเดินเข้าไปแล้วทรุดตัวนั่งข้างๆ คนไม่สบาย มือขาวแตะที่หน้าผากของเพื่อน “ไข้ลดแล้ว.. ยาดีจริงๆ”

“ขอบคุณ..” คนป่วยกล่าวขอบคุณโดยไม่สบตา

แองเจลาหลุบตาลงแล้วเอนตัวพิงคนข้างๆ “ขอพิงแป๊บนะ” แต่คนถูกพิงส่ายหน้าปฏิเสธ “อย่าเลยเดี๋ยวติดหวัด..”

“ไม่เป็นไรหรอก ภูมิคุ้มกันฉันสูง ไม่ป่วยง่ายๆ ไม่ต้องห่วง ขอพิงนะ” คนป่วยฟังแล้วก็ใจอ่อนยอมให้พิง “อือ.. งั้นขอพักอีกนิดนะ เดี๋ยวพอหมอกจางแล้วเราจะไปต่อ” ว่าแล้วดวงตาสีน้ำตาลจางก็ค่อยๆ ปรือลงและเปลี่ยนเป็นหลับพริ้ม

“ฉันไม่อยากเสียเธอไปนะ..” แองเจลาที่เหมือนจะหลับไปแล้วพึมพำเบาๆ

...

“อย่าฝืนเลยน่า พักต่ออีกหน่อยก็ได้”

“ไม่อ่ะ หายแล้ว” นาธานพูด หน้าตาที่ดูซีดเซียวเมื่อครู่บัดนี้เปลี่ยนเป็นสดใสเหมือนเดิม “จริงๆ นะ” เขาย้ำเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าไม่เชื่อ

แองเจลาส่ายหัวน้อยๆ ในความดื้อเล็กๆ ของเพื่อน “เชื่อก็เชื่อจ้ะ”

“แต่ว่า.. เราหิวอ่ะ” นักดาบหญิงได้ฟังก็ยิ้มหวานแอบหัวเราะเบาๆ “เจ้าค่ะ ทราบแล้วเจ้าค่ะ” แล้วเธอก็ควานหาอะไรบางอย่างในถุงขนาดเล็กที่ติดตัวไว้เสมอ มือเรียวคว้าขนมปังขึ้นมาก้อนหนึ่งแล้วโยนให้เพื่อนสนิทรับไป

“ถุงนั่นดีจังเนอะ ใส่ของเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม” นาธานว่าพลางบิขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วโยนเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ

นักดาบสาวส่ายหน้า “ไม่หรอก มันมีพื้นที่จำกัดเหมือนกันนะ กว้างพอๆ กับห้องๆ นึงแค่นั้นเอง”

“แค่นั้นก็เหลือแหล่แล้ว” นักเวทมนตร์พึมพำกับตัวเอง

หลังจากจัดการอาหารช่วงสายเสร็จเรียบร้อย หมอกที่เคยลงหนาในยามเช้าก็ค่อยๆ จางหายไปกับแสงตะวันที่แรงกล้าขึ้น นักเดินทางทั้งสองจัดเตรียมบรรจุสัมภาระทั้งหลายลงในถุงเก็บของที่สามารถเก็บได้มากเกินตัวแล้วก็ออกเดินทางต่อไป ด้วยความที่ทั้งสองคุ้นเคยกับป่าแห่งนี้ดีจึงไม่ลำบากอะไรมากมาย หากต้องค้างคืนกลางป่า

แต่สำหรับการเดินทางไปยังเมืองลับแลแห่งเอลฟ์นั้นเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ไม่เคยทำมาก่อน การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นการผจญภัยกลายๆ ภาพต้นไม้ใหญ่ปรากฏให้เห็นมากขึ้นเมื่อทั้งคู่ยิ่งก้าวล่วงล้ำลึกเข้าไปในป่า บางต้นไม่สูงมาก แต่บางต้นก็สูงพอๆ กับยอดปราสาทบางแห่งทีเดียว

นาธานพลิกแผนที่ที่ได้มาจากพี่สาวร้านกาแฟกลับหัวไปมา เขามุ่นคิ้วอย่างไม่พอใจก่อนจะหันมามองหน้าเพื่อนสาวพลางทำตาปริบๆ “รู้สึกว่า.. เราจะหลงทางซะแล้วล่ะ”

“โอย.. ฉันอยากเป็นลม..” พูดไม่ทันขาดคำหญิงสาวก็โอนเอนจนเกือบล้มหงายหลังตึงดีที่เพื่อนสนิทวิ่งเข้ามารับได้ทัน “นี่แองเจลา แองเจลา แองจี้ เป็นอะไรรึเปล่า? นี่!” เขาเรียกชื่อเธอหลายหนเพื่อให้รู้สึกตัว เพราะว่าคนตรงหน้าดันเป็นลมไปจริงๆ

นักเวทมนตร์ร่างบางใช้มือพัดโบกให้หญิงสาวอย่างเป็นห่วง ไปๆ มาๆ เลยจับเธอเอนตัวลงนอนหนุนตัก ระหว่างที่เขาปล่อยให้เธอนอนหนุนตักไปพักใหญ่ๆ ตัวเองก็ล้วงเอาหนังสือเล่มโปรดขึ้นมาจากถุงผ้าขึ้นมากางอ่าน

สายลมอ่อนโชยมาเบาๆ พร้อมกับกลิ่นเย็นของละอองน้ำ ในที่สุดคนนั่งอ่านหนังสือที่เพิ่งพื้นไข้จึงเผลอหลับไปอีกคน

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ได้ นาธานงัวเงียตื่นขึ้นเพราะความร้อนจากเปลวแดดยามเที่ยงวัน นัยน์ตาสีน้ำตาลจางมองสำรวจไปรอบๆ “นี่.. แองเจลา ตื่นได้แล้ว เราต้องไปต่อนะ”

อีกฝ่ายยังคงนอนหลับยาวอย่างสบายอารมณ์ สีหน้าของเธอดูดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว ผู้ใช้มนตราถอนหายใจเบาๆ แล้วสะกิดเรียกอีกหน “ตื่น แองเจลา..” แต่ร่างเล็กๆ ที่ใช้ตักเขาต่างหมอนยังคงไม่ขยับเขยื้อน

“นี่!! ถ้าไม่ตื่นเราจูบนะ” นาธานโพล่งขึ้นมาดังๆ สาวน้อยผุดลุกจาก ‘หมอนกิตติมศักดิ์’ อย่างรวดเร็ว เนตรสีน้ำเงินเข้มจ้องเขาเป๋ง เธอตวาดใส่ “อย่าทำอย่างนั้นกับข้าเชียวนะ”

คนฟังสะดุ้งเฮือกเพราะเสียงสั่งของเธอนั้นแฝงไปด้วยอำนาจ ร่างเล็กๆ ที่เห็นจนชินตากลับดูสง่างามราวนางพญา แม้จะเพียงชั่วขณะหนึ่งก่อนที่ความรู้สึกทั้งมวลจะกลับเป็นอย่างเก่า นัยน์ตาสีไพลินที่แข็งกร้าวเมื่อครู่อ่อนลงจนเหมือนเดิม พ่อมดหนุ่มน้อยกลืนน้ำลายเอื๊อก “...ขอโทษที”

“อะ.. เอ้อ ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ มันลืมตัวน่ะ” แองเจลาแลบลิ้นสีชมพูให้แก้เก้อ “ขอโทษนะที่ตวาดเธอ”

“ฮึ” นาธานเบือนสายตาหนีทั้งที่ยังใจสั่น เขาไม่เคยเห็นเธอทำท่าเหมือนโกรธจัดอย่างวันนี้เลย

“เอ้า อย่างอนสิ” แองเจลาเดินไปด้านหน้าของเพื่อนสนิท “น่า.. ดีกันนะ”

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่มองหญิงสาวตรงหน้า ตาสีน้ำเงินแป๋วคู่นั้นมันทำให้เขา.. ใจอ่อน “..ก็ได้”

นักดาบหญิงดีใจจนเผลอกระโดดกอดเพื่อนรักไว้ “นาธานใจดี๊ดี ฉันชอบเธอที่สุดเลย” คนกอดหน้าขึ้นสีเลือดตะกุกตะกักออกมา “อย่ามากอดได้มั๊ย.. เขิน”

คนกอดหัวเราะคิกอย่างอารมณ์ดีเธอปล่อยตัวเพื่อนสนิทแล้วเปลี่ยนเป็นจูงมือเดินไปเรื่อยๆ แทน “กินข้าวแล้วเดินทางต่อกันเถอะ”

...


เนเธเน‰เน„เธ‚เธฅเนˆเธฒเธชเธธเธ”เน‚เธ”เธข เน€เธกเธทเนˆเธญ Sat Apr 28, 2007 7:29 pm, เธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธกเธ” 1 เธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Wed Apr 11, 2007 1:04 pm

ต้นไม้ที่เห็นมีขนาดใหญ่และสูงขึ้นทุกที นาธานมองสำรวจไปรอบๆ เขาไม่เคยเข้ามาลึกถึงขนาดนี้เป็นธรรมดาที่จะ ‘หลง’ ทั้งสองคนเดินอย่างเรื่อยเปื่อย แผนที่ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วเพราะไม่ว่ามองไปทางไหนก็เหมือนกันหมด ได้แต่มุ่งหน้าขึ้นเหนืออย่างเดียว

ฟ้าว!!

ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เสียงวัตถุแหวกอากาศดังมาพร้อมกับลูกธนู 3 ดอกที่ปักลงพื้นขวางทางเดินตรงหน้าไว้ นาธานเงยหน้ามองหาต้นตอของลูกธนู 3 ดอกที่เป็นการ ยิงขู่

“ผู้บุกรุก อย่าก้าวเท้าเข้าไปไกลกว่านั้น ถ้าพวกเจ้ายังอยากมีชีวิตรอด” เสียงหวานแต่แฝงไว้ด้วยความภาคภูมิและยโสดังมาจากบนกิ่งไม้มหึมา

ผู้บุกรุกทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจตะโกนตอบ “รีน่า สตาร์ริง ให้พวกฉันมารับของแทนนาง”

“รีน่าน่ะรึ? ข้าจะยังไม่เชื่อถ้าไม่ได้เห็นหลักฐาน ถ้าเจ้าบอกว่านางอนุญาตก็จงนำจดหมายของนางมาให้ข้าดู” เจ้าของเสียงลึกลับยังคงสั่งต่อ น้ำเสียงของนางเหมือนยังไม่ค่อยไว้วางใจ

“แน่นอน ถ้าหากว่าพวกเจ้าโกหกล่ะก็ ธนูของข้าได้ปักหัวใจแน่” เจ้าของเสียงขยับกายออกจากเงาไม้ เผยให้เห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริง ดวงตาสีน้ำทะเลที่มีเพียงข้างซ้ายข้างเดียวมองมาอย่างไม่ไว้ใจนัก ดวงตาซีกขวาที่คาดว่าน่าจะบอดถูกปิดทับด้วยแผ่นหนังสีดำ หูแหลมชี้ของเธอประดับด้วยต่างหูรูปดอกไม้สีอ่อน เรือนผมยาวสีทองเป็นประกายถูกรวบไว้อย่างหลวมๆ ภายใต้หมวกผ้าสีเหลืองนวลที่มีร่องรอยความสมบุกสมบันพริ้วไหวตามลม เข้ากับชุดทะมัดทะแมงของพราน <hunter> ที่เธอแต่ง ดูจากหน้าตาอายุของเธอคงไม่มากนัก

“ชาวเอลฟ์จริงๆ อย่างที่คิดสินะ” แองเจลาลอบยิ้มมุมปากแสดงความดีใจ ถึงจะหลงทางแต่ก็โชคดีที่มาถูกจนได้ เธอหยิบจดหมายของอาจารย์ขึ้นมาโบกไปมา “นี่ไงล่ะ จดหมาย”

พรานสาวกระโจนลงจากกิ่งไม้ใหญ่ เธอเดินตรงเข้ามาแล้วคว้าจดหมายในมือของแองเจลาไปพร้อมกับหยิบแว่นขึ้นมาใส่ เอลฟ์สาวกวาดสายตาอ่านผ่านๆ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมามอง “ของจริง..”

ฮันเตอร์ชาวเอลรอนตวัดมือวูบให้ธนูประจำตัวหายไปในอากาศ เธอถอดแว่นตาทรงกลมเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อแล้วยิ้มให้ในแบบของเธอ “ตามข้ามาสิ จะพาไปเอลรอน..” นางพรายว่าแล้วก็หันหน้าออกเดินนำ “อ้อ.. ลืมแนะนำตัวไป ข้าชื่อ บลู มิเรน่า ยินดีที่ได้รู้จัก”

นาธานค้อมหัวเล็กน้อย “นาธาน เกรย์สโตน”

เช่นเดียวกับแองเจลาเธอย่อตัวลงเล็กน้อย “แองเจลา เฟรย์อาร์”

บลูเดินนำมาได้พักหนึ่งเธอก็หยุดเท้า นาธานมองสำรวจบริเวณรอบๆ ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ นอกจากดอกแอนน่อนสีเขียวขึ้นอยู่มากมาย ถ้าพูดถึงแอนน่อนแล้ว มันเป็นดอกไม้ที่มีหลายสีสัน แต่ละสีจะมีสรรพคุณแตกต่างกันไป เช่นสีม่วงจะสามารถรักษาพิษจากดอกไม้และสัตว์มีพิษหลายชนิดได้ สีแดงใช้รักษาแผลไฟลวกได้ผลชะงัด ส่วนสีเขียวที่มีขึ้นอยู่แถบนี้สามารถนำไปปรุงเป็นน้ำยาเวทมนตร์รักษาอาการบาดเจ็บได้ แอนน่อนนั้นเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับโคลเวอร์ มีดอกที่คล้ายกับใบโคลเวอร์หากแต่มี 5 กลีบ

“ไม่ต้องสงสัยหรอก ตรงนี้แหละ” พรานสาวชาวเอลฟ์สังเกตเห็นท่าทางประหลาดใจของนาธานเลยพูดขึ้นมา “เอาล่ะ.. ในนามแห่งชาวเอลรอนทุกคน ข้าขอต้อนรับท่านทั้งสองสู่นคราแห่งพราย” บลูยกมือขึ้นโบกพร้อมกับท่อง ‘รหัส’ บางอย่าง

แล้วรอบๆ ก็เกิดหมอกหนาทึบ..

“นาธาน เราจะได้เข้านครลับแลแห่งเอลฟ์แล้ว” หญิงสาวพูดอย่างตื่นเต้นมือเนียนเกาะผืนผ้าคลุมของพ่อมดหนุ่มน้อยไม่ปล่อย

เมื่อหมอกจางลง.. สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าทั้ง 3 คนก็คือ..

ปราการที่ทำจากไม้ซุงที่ปลายถูกเหลาจนแหลมเหมือนค่ายรบ เถาวัลย์สีเขียวสดเกี่ยวกระหวัดเติบโตพันตามซุงแต่ละท่อนจนกำแพงเมืองถูกปกคลุมด้วยไม้เลื้อยเหล่านี้จนมองเห็นเป็นสีของใบไม้ตลอดความยาวของกำแพงที่ก็ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ใด ป้อมยามสังเกตการณ์มุงหลังคาด้วยใบไม้จำพวกจากมัดเป็นแผงๆ ตั้งอยู่บนประตูเมืองที่สูงราวๆ 3 เมตร เสียงลั่นครืนบ่งบอกถึงความเคลื่อนไหวของบางสิ่งดังขึ้นพร้อมกับประตูเมืองใหญ่มหึมาค่อยๆขยับเปิดออกอย่างช้าๆ

“เจ้าสองคนโชคดีจริงๆ นะ ที่ได้เห็นเอลรอนกับตา มีมนุษย์ไม่มากนักหรอกที่จะได้รับอนุญาต” บลูฉีกยิ้มที่ดูเหมือนหยิ่งๆ แต่นั่นก็เป็นรอยยิ้มที่จริงใจในแบบของเธอ “พวกเราถูกสอนไม่ให้เชื่อใจมนุษย์ เมืองของเราถึงยังเป็นเมืองเช่นทุกวันนี้ หลายศตวรรษแล้วที่พวกเราไม่เคยติดต่อกับโลกภายนอก..” พอถึงตอนนี้แววตาเธอดูเหม่อลอย

“เอาล่ะ เข้าไปกันเถอะ” บลูเปลี่ยนมาเป็นยิ้มจืดๆ แล้วดันตัวแองเจลาเข้าไป เธอพูดคุยอะไรบางอย่างกับทหารชาวเอลฟ์ที่เฝ้าประตู พวกเขาเอามือข้างหนึ่งแตะที่ไหล่ทำความเคารพหญิงสาว แล้วจึงผายมือไปทางในเมืองเป็นเขิงว่าให้เข้าไปได้

คนคนนี้ไม่ธรรมดา..
อาคันตุกะทั้งสองคิดในใจ

นาธานสาวเท้าผ่านประตูเข้าไปอย่างช้าๆ สิ่งที่อยู่ภายในกำแพงเมืองที่ทำจากต้นซุงมหึมาก็คือ.. ป่า ป่าดึกดำบรรพ์ที่มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบ มองเห็นแสงแดดเพียงแค่รางเลือน แม้ต้นไม้ที่เล็กที่สุดในบริเวณก็ยังมีขนาด 3 คนโอบ เสียงสกุณาร้องเพลงประหนึ่งว่าจะต้อนรับแขกที่หาได้ยาก ซึ่งนานๆ จะมีมาสักครั้ง

เขามองสำรวจพื้นหญ้าที่แหวกเป็นทาง ซึ่งดูเหมือนร่องรอยของการเหยียบย่ำด้วยการเดินทางโดยเท้าจะมีไม่บ่อยนัก แล้วก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเพื่อที่จะสำรวจความสูงของต้นไม้ดึกดำบรรพ์ แต่แล้วเขาก็มองเห็นบ้านที่ทำจากไม้ซุงท่อนเล็กๆ ที่ตั้งตระหง่านบนต้นไม้อายุหลายร้อยปี มีบันไดลิงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติทอดลงสู่พื้นหญ้าเขียวขจี เถาวัลย์มากมายห้อยระโยงระยางจากยอดไม้สูงลิบลิ่วเต็มพื้นที่อยู่รอบๆ บ้านและที่หน้าบ้าน เหมือนกับบ้านต้นไม้ในนิทานเพียงแต่ว่ามันไม่ได้มีแค่หลังเดียว

ภาพบ้านต้นไม้หลายร้อยหลังคาเรือนปรากฏสู่สายตาของคนทั้งคู่ นาธานและแองเจลามองขึ้นไปเห็นพอดีที่เอลฟ์หนุ่มชาวเมืองโหนเถาวัลย์ที่ห้อยตัวลงมาจากต้นไม้เพื่อใช้เดินทางเพื่อเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านเหมือนที่ทาร์ซานมักทำเวลาเดินทางหากแต่ว่าเขาไม่ได้โห่ร้องก็เท่านั้น นาธานถึงกับกระพริบตาถี่ด้วยความงุนงง “บ้านต้นไม้?”

“ใช่ คนที่นี่ไม่อยู่บนพื้นหรอก เป็นธรรมเนียมตั้งแต่โบราณแล้ว” คนเดินนำอธิบาย

“ทำไมเหรอ?” แองเจลาร้องถามด้วยความสนใจ

“มังกรดินน่ะ สมัยก่อนที่ๆ พวกเราอยู่น่ะพวกมันมีเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด แต่พวกนี้มันปีนต้นไม้ไม่ได้ บินไม่ได้ ไม่ฉลาด มันเป็นพวกมังกรชั้นต่ำๆ น่ะ” บลูพูดแล้วก็ชำเลืองมองมาที่นักเดินทางทั้งสอง “แต่ว่าพวกเราไม่ได้กลัวมันหรอกนะ รำคาญมากกว่า พวกเราก็เลยสร้างบ้านบนต้นไม้นานเข้ามันก็กลายเป็นธรรมเนียม แม้จะย้ายเมืองมาแล้วแต่พวกเราก็ยังคงสร้างบ้านต้นไม้กันอยู่”

ทั้งสองคนพยักหน้ารับรู้ “ว่าแต่ทำไมพี่รีน่าถึงมีสิทธิ์เข้าออกเอลรอนล่ะ?”

“เรื่องนั้น..” ฮันเตอร์สาวทำท่าอ้ำอึ้ง

“คุณหนูค้าาาาา………”
เสียงหญิงสาวดังลั่นมาจากในเมือง คล็อดมองเห็นเจ้าของเสียงวิ่งจี๋ตรงเข้ามาที่บลูด้วยท่าทางรีบร้อน

บลูอ้าปากเหวอ แองเจลาสังเกตเห็นสีหน้าของเธอเจื่อนลงนิดๆ “นะ.. นีน่า !? ”

“คุณหนูค้า……” นีน่า สาวน้อยเจ้าของเสียงแหลมปรี๊ดในชุดสาวใช้สีฟ้าวิ่งทั่กๆ เข้ามา แล้วกระโดดกอดเอวบลูพาทั้งคู่ล้มลงไปกลิ้งขลุกๆบนพื้นหญ้าเขียว

แองเจลาเห็นก็เลยเอาอย่าง กระโดดโผเข้าหาธานที่ดูเหมือนจะมัวแต่สนใจสองคนด้านหน้าที่กำลังกลิ้งโค่โร่อยู่จนไม่ทันมองคนข้างๆ

“นาธาน…”

“หะ.. หา แองเจลาเธอจะทำอารั๊ย?” นาธานได้แต่กระพริบตาปริบๆ เมื่อแองเจลาพุ่งตรงเข้ามากอดจนทั้งสองคนลงไปล้มกลิ้งเป็นคู่ที่สอง

“สนุกดี” นักดาบสาวหัวเราะแหะๆ อย่างอารมณ์ดี แต่คนโดนกอดจนล้มค้อนควับใส่บ่นพึมพำ “สนุกตายล่ะ”

“แฮ่ม..” บลูแสร้งทำเป็นกระแอมเพื่อเรียกร้องความสนใจ “คนนี้คือ นีน่า เป็นสาวใช้ที่บ้านข้าเอง..” เธอแนะนำสาวใช้คนสนิทที่ชอบตามติดเธอเป็นเงาให้ทั้งสองคนได้รู้จัก และหันไปจ้องหน้าของนีน่าที่มองมาด้วยนัยน์ตาสีฟ้าแป๋วแล้วสั่งเบาๆ “นีน่า นี่คือแขกของข้ามาทำธุระให้รีน่า ช่วยจัดการให้ด้วยล่ะ”

เสร็จแล้วบลูก็ทำท่าจะเดินหนี แต่กลับถูกแขนเล็กๆที่อยู่ข้างๆดึงเอาไว้ “คุณหนูค้า.. คุณท่านต้องการพบนะคะ จะหนีไปไหนคะ.. แล้วคงไม่คิดว่าจะหนีนีน่าคนนี้พ้นหรอกนะคะ..” นีน่าปั้นยิ้มหวานส่งให้ คุณหนูมุ่นคิ้ว เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มไหลซึม “จ้ะ.. ไม่หนีหรอกจ้ะ”

“เอ้า.. เชิญทุกท่านตามมาทางนี้ค่ะ” นีน่าหันมาส่งรอยยิ้มสดใสให้ทุกคน แต่บลูกลับจ้องเขม็งมาเป็นเชิงบอกให้ตามมาซะดีๆ เลยต้องเปลี่ยนคนนำทางโดยปริยาย

“ทางเดินเท้านี้จะใช้สัญจรกันเฉพาะเวลาที่จะเดินทางเข้าหรือออกเมืองค่ะ เพราะฉะนั้นอาจดูรกหูรกตาไปบ้างหวังว่าคงไม่ถือสานะคะ เพราะพวกเราจะใช้เถาวัลย์หรือเส้นทางตามกิ่งไม้เป็นทางเดินหลักค่ะ” นีน่าเริ่มชวนคุยอย่างอารมณ์ดี

“คฤหาสน์ของคุณหนูอยู่ด้านในสุดนั่นเลยค่ะ เดินอีกสักพักก็คงถึง..”

“คฤหาสน์??”

นีน่าทำท่าฉงน “อ้าว.. ยังไม่ทราบกันอีกเหรอคะ แหม.. ขอประทานโทษค่ะ คุณหนูบลูเป็นลูกสาวคนเล็กของท่านเจ้านครค่ะ.. แล้ว..”

ก่อนที่สาวใช้คนสนิทจะพูดอะไรออกไปอีก คุณหนูในมาดของนายพรานสาวก็ส่งเสียงกระแอมไอ ‘แฮ่ม..’ เป็นเชิงขัด

“ลูกสาวของท่านเจ้านคร..” แองเจลาทวนคำเบาๆ

“เอ่อ.. ไม่ทราบว่าข้าจะขออนุญาตถามชื่อพวกท่านได้ไหมคะ? พวกท่านมาธุระให้ท่านรีน่านี่คะ” สาวใช้ที่ชื่อนีน่าส่งยิ้มเขินๆ มาให้กับผู้ชายคนเดียว

“ก็ดีนะ” แองเจลาพูดขึ้นพลางส่งยิ้มให้นีน่าอย่างมีไมตรี “ฉันชื่อแองเจลา เฟรย์อาร์ ส่วนคนนั้นชื่อ นาธาน เกรย์สโตนค่ะ”

“มะ..ไม่ได้ค่ะ ข้าเป็นสาวใช้ พวกท่านเป็นแขก.. ขะ..ข้าควรแนะนำตัวเองก่อนสิคะ..” นีน่า สาวใช้ร่างเล็กโบกมือขอโทษเป็นพัลวัน

นาธานยิ้มบาง “ไม่เป็นไรหรอก เนอะ?” เขาหันไปพยักเพยิดหน้ากับเพื่อนสาว

นีน่าย่อตัวลงต่ำติดพื้น “อ่า.. ข้าชื่อนีน่า เอวาเรรี่ค่ะ ยินดีที่รู้จักทั้งสองท่านค่ะ”

“แล้วพวกเจ้าเป็นอะไรกับรีน่าล่ะ?” จู่ๆ บลูก็ถามแทรกขึ้นกลางวงสนทนา นีน่าจ้องตาเขม็ง “คุณหนูขา.. เสียมารยาทค่ะ”

แองเจลาส่ายหน้าน้อยๆ “ฉันเป็นคนรู้จักค่ะ แล้วพี่รีน่าก็เป็นครูดาบบองฉัน”

“ลูกศิษย์ของแม่นั่นเหรอเนี่ย” คุณหนูของตระกูลมิเรน่าพึมพำเบาๆ ดวงตาสีฟ้าสดใสของเธอจ้องมองมาที่แองเจลาอย่างสนใจ “ท่าทางจะเก่งนะ”

“ต้องเก่งเหมือนอย่างท่านรีน่าแน่เลยค่ะ” สาวใช้ร่างเล็กพูดด้วยน้ำเสียงเพ้อฝัน

นาธานมุ่นคิ้วนัยน์ตาสีน้ำตาลจางๆ เหมือนมีคำถาม “นีน่ารู้จักกับพี่รีน่าด้วยเหรอครับ?” แองเจลาก็คงมีคำถามเดียวกันอยู่ในใจ

“ค่ะ ท่านรีน่าเป็นเพื่อนของท่านบลูค่ะ และยังเป็นลูกศิษย์ของท่านเจ้านครด้วยค่ะ” นีน่ายิ้มตอบอย่างแจ่มใส “ท่านรีน่ากับท่านบลูเก่งคนละอย่างเรียกได้ว่าเป็นทั้งเพื่อนทั้งคู่แข่งก็ว่าได้ค่ะ แล้วท่านรีน่าก็เก่งดาบมากเลยค่ะ” สาวใช้คนเก่งว่าแล้วก็ทำท่าทางตวัดดาบไปมา แต่..

ซวบ..

นีน่าสะดุดก้อนหินลงไปกลิ้งหลุนๆอยู่ในพงหญ้าสูง บลูหลับตาลงพร้อมกับเอามือฟาดใส่หน้าผากตัวเองดังเผียะ “เวรกรรม.. นีน่าเอ้ย..”

นาธานกระวีกระวาดไปช่วยพยุงสาวใช้ที่เผลอวาดลวดลายเกินตัวจนต้องลงไปนอนในพงขึ้นมา นีน่าหัวเราะพร้อมยิ้มแหยๆ อย่างเขินอาย เธอใช้มือปัดเศษหญ้าที่ติดตามกระโปรงออก “ขอบคุณมากค่ะ” เมดสาวหลับตาลงหายใจเข้าลึก และพูดออกมา “เราใกล้จะถึงแล้วนะคะ ต่อไปนี้เราจะต้องไปทางสะพานแขวนนั้น..” แล้วเธอก็ชี้มือขึ้นเหนือศีรษะ

เมื่อทุกคนมองตามนิ้วของนีน่าขึ้นไปก็มองเห็นสะพานแขวนทำด้วยเถาวัลย์สีเขียวสดและไม้กระดาน เชื่อมระโยงระยางไปตามบ้านทุกหลัง แต่มีสายหนี่งมุ่งตรงสู่ป่าด้านในที่มองเห็นต้นซิลฟาที่มีลักษณะคล้ายกับต้นเมเปิลขนาดยักษ์เด่นเป็นประธานอยู่กลางป่า

บลูกระโดดขึ้นไปตามกิ่งไม้จนไปถึงลานกว้างที่ยกสูงขึ้นจากพื้นด้วยไม้ซุงท่อนเล็กๆ อย่างรวดเร็ว เธอสะบัดผมสีทองบลอนด์แล้วโบกมือเรียกหลังจากที่ตนขึ้นมาโดย ‘ทางลัด’ เรียบร้อยแล้ว “เอ้า ขึ้นมาสิ”

แองเจลาและนาธานเดินขึ้นตามขั้นบันไดอย่างไม่รีบร้อน เช่นเดียวกับสาวใช้ของตระกูลมิเรน่าที่สามารถเดินขึ้นลงได้อย่างคล่องแคล่ว ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงลานกว้างที่บลูยืนคอยอยู่

สายตาของอาคันคุกะทั้งสองจับจ้องไปยังไม้ใหญ่สุดสะพานเชือก สิ่งที่ทั้งคู่ได้เห็นคือ..

หอคอยโบราณที่ดูเก่าแก่และมีมนต์ขลังสร้างด้วยศิลาสีทรายหม่นๆ มันถูกไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมจนกลายเป็นภาพที่ประหลาดตา นกสองสามตัวบินออกจากรังในต้นไม้ยักษ์ด้วยตกใจในเสียงอุทานของใครบางคน ที่ชื่นชอบบรรยากาศของเมืองโบราณ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Wed Apr 11, 2007 1:09 pm

บทที่ 4
คฤหาสน์มิเรน่า


“นี่คือ คฤหาสน์ของตระกูลมิเรน่า อายุอานามของตัวคฤหาสน์หากดูจากขนาดของต้นซิลฟาที่ขึ้นปกคลุมจนแทบมิดก็คงพอบอกได้นะคะว่ามากแค่ไหน..” สาวใช้อารมณ์ดี ทำตาลอยเหมือนกำลังวาดภาพคฤหาสน์มิเรน่าเมื่อยังอยู่ในสภาพที่ไร้ต้นซิลฟายักษ์ที่ปกคลุมอยู่ในปัจจุบัน


แองเจลาเปรยขึ้นมาว่า “คงเกินกว่า 500 ปีล่ะ..”

“คฤหาสน์นี้มีอายุพอๆ กับประเทศแซนดราเรียเลย” บลูกล่าวเสริม

“แซนตราเรียถูกก่อตั้งเมื่อประมาณ 500 กว่าปีมาแล้ว โดยผู้หญิงเพียงคนเดียว.. นางทำลายประเทศที่เกรียงไกรในยุคนั้นภายในชั่วข้ามคืน แล้วก็ตั้งประเทศของตัวเองขึ้นมาแทนที่ แต่สำหรับที่นี่ไม่ใช่ พวกเราที่หนีตายมาจากดินแดนบ้านเกิด หนีจากการออกล่าชาวเอลฟ์และชาวฮาล์ฟเมื่อครั้งนั้น กว่าที่เราจะสร้างและฟื้นฟูนครแห่งนี้ให้เป็นอย่างปัจจุบันนี้ได้มันกินเวลามากมายเกินคาด เนื่องด้วยเหตุผลด้านจำนวนประชากรที่มีน้อยนิดของเผ่าเรา” คุณหนูของตระกูลมิเรน่าเล่ายาวเหยียด สาวใช้คนสนิทเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ

“คุณหนูจำประวัติศาสตร์เอลรอนได้ด้วยเหรอคะ? ปกติเห็นเอาแต่ออกไปซนในป่า” นีน่ากระเซ้า

บลูค้อนขวับอมอากาศจนแก้มป่อง “นีน่าก็.. ทำไมชอบว่าเห็นข้าเป็นเด็กอยู่เรื่อย” คนเป็นเจ้านายโอดครวญ จนแขกทั้งสองมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ

“เอ้า.. แล้วเจ้าสองคนจะมองทำไม? ไปได้แล้ว เดินไปเลยไป” พรานสาวหันมาเห็นสายตาสองคู่ที่มองมาพร้อมใบหน้ายิ้มๆ จึงส่งสายตาดุใส่แล้วดันตัวแองเจลาให้เดินต่อ

“ท่านเขิน?” สาวใช้คนสนิทกระเซ้าอีก

“ข้าไม่ได้เขิน!!” บลูปฏิเสธลั่น แต่หน้าเธอกลับขึ้นสีแดงเรื่อๆ “ข้าไม่ได้เขิน..” เธอย้ำอีกครั้งก่อนที่จะเดินดุ่มๆ ข้ามสะพานเชือกที่ไหวเอนไปเอนมาตามจังหวะการเดินตรงไปยังคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว

นาธานมองสองคนที่เดินนำไปไกลแล้วส่ายหน้า เขาหันไปถามสาวใช้คนสนิทของบลูที่นำทางมาได้พักหนึ่ง “ก็รู้นะว่าถามอายุผู้หญิงมันไม่ค่อยสุภาพ.. แต่ว่าตกลงท่านบลูอายุเท่าไหร่กันครับ?”

“ก็.. ประมาณ 60 กว่าปีค่ะ สำหรับชาวเอลฟ์อย่างเราแล้วถือว่ายังเด็กอยู่ ท่านก็เลยออกจะเอาแต่ใจนิดนึงค่ะ” นีน่าตอบพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้

“แล้วนีน่า..”

“ข้าเหรอคะ? อายุข้าก็ 112 ปีเต็มเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ” เมดสาวตอบอย่างหน้าตาเฉย “นี่ข้าเพิ่งจะพ้นช่วงวัยรุ่นนะคะ เพราะชาวเผ่าของเราน่ะมีอายุขัยยาวนานมาก ว่ากันว่าเรามีอายุขัยประมาณ 5 เท่าของพวกมนุษย์น่ะค่ะ แต่ว่า.. การที่มีอายุยืนเกินไปมันก็อาจเป็นเรื่องไม่ดีก็ได้..” ประโยคสุดท้ายน้ำเสียงของเธอแผ่วลง เธอถอนหายใจด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

พรายสาวรู้สึกตัวจึงใช้มือตบหน้าตัวเองเบาๆ “ว้า.. ข้านี่แย่จริงๆ เลย มาพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องซะได้ ท่านคงเสียอารมณ์เที่ยวหมดเลย ข้าขออภัยอย่างสูงค่ะ” เธอก้มหัวขออภัยแล้วยิ้มอย่างเศร้าๆ

พ่อมดหนุ่มน้อยส่ายหน้า “อย่าคิดมากน่า เราไม่เป็นไรหรอก แต่ว่า..”

“แต่ว่าอะไรคะ?” นีน่าถามกลับทันที

คนเป็นแขกชี้มือไปข้างหน้า นีน่าหันกลับไปมองตามนิ้ว “สองคนนั้นไปกันไกลแล้วนะ..”

“ว้าย!! รีบไปค่ะ เดี๋ยวคุณหนูจะโกรธข้าอีก” สาวใช้ว่าแล้วก็ฉุดแขนนาธานวิ่งปรู๊ดตามไปอย่างรวดเร็ว

...

ห้องรับแขกของคฤหาสน์มิเรน่า..

“ฮ่ะๆ รู้สึกนีน่าจะได้คนรู้ใจคนใหม่นะ” เสียงแหบห้าวของบุรุษดังก้องกังวานไปทั่วคฤหาสน์มิเรน่า

“โธ่ คุณท่านก็..” สาวใช้สะบัดหน้าหนีอย่างงอนๆ

‘คุณท่าน’ ลูบหัวสาวใช้คนสนิทของลูกสาวเป็นการปลอบใจ “โอ๋ๆ นีน่า เจ้าก็เหมือนลูกสาวของข้าอีกคนนี่นา ลูกข้าจะชอบใครรักใครข้าก็ต้องเอาใจใส่ดูแลซะหน่อย.. ใช่มั๊ยล่ะ?”

‘คนรู้ใจ’ กลืนน้ำลายเอื๊อกพร้อมส่งยิ้มฝืนๆ ให้กับเจ้านครเอลรอน ที่กำลังนั่งรินน้ำชาให้กับลูกสาวและสาวใช้ และทำท่าว่าจะรินให้กับแขกทั้งสองคนต่อ “มะ..ไม่ต้องหรอกครับ.. ข้าไม่ชอบดื่มชา”

เจ้านครพยักหน้ารับรู้แล้วรินส่งให้กับแองเจลาแทน “นึกไม่ถึงว่ารีน่าจะได้ลูกศิษย์สวยไม่แพ้ตัวเองเลย” เจ้านครเอลรอน เป็นชายรูปร่างสูง ใบหน้ามีโครงคล้ายกับลูกสาวหากแต่ดูกระด้างกว่า เรือนผมสีทองยาวถึงกลางหลังถูกคาดไว้ด้วยแถบผ้า ดวงตาสีเหมือนท้องฟ้าดูอบอุ่น ท่านแต่งกายด้วยชุดสีฟ้าสลับแดงของนักดาบชั้นสูง

“ชมเกินไปแล้วค่ะ” นักดาบหญิงก้มหน้าถ่อมตัว เจ้านครยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มด้วยความพึงพอใจ หากแต่ดวงตาสีสวยกำลังจับจ้องอยู่ที่ต่างหูข้างซ้ายที่ส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งของคู่สนทนา “อะไรกัน ก็เจ้าสวยจริงๆ ไม่ได้ชมเกินไปซักหน่อย โดยเฉพาะนัยน์ตาสีไพลินของเจ้า.. สีตาที่จะมีเฉพาะชาวมังกรศักดิ์สิทธิ์ แล้วยิ่งอัญมณีประดับกุญแจพระจันทร์สีน้ำเงินนั่นน่ะ.. ไม่ใช่ของธรรมดาๆ ไม่ใช่รึ?”

“ท่านรู้?” แองเจลาถามเสียงสูงเธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแสดงความสงสัย เจ้านครยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “ข้าอยู่มา 500 กว่าปีแล้วนะสาวน้อย มีเรื่องอะไรบ้างที่หลุดรอดสายตาข้าไปได้ แล้วของเลอค่าอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่ของที่เด็กผู้หญิงธรรมดาๆ ควรจะมีซะด้วยสิ”

“ถ้าอย่างนั้นท่านคงทราบว่าข้าเป็นใคร..” แองเจลาถามหยั่งเชิง แต่เจ้าบ้านก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “แน่นอน แค่สีตาก็บ่งบอกได้ถึงความสูงส่งในสายเลือด.. และยิ่งสีของต่างหูนั่นมันก็ยิ่งชัด!”

นีน่าเห็นประกายไฟฟ้าระหว่างนัยน์ตาของทั้งเจ้าบ้านที่หาเรื่องแกล้งแขกและแขกบ้านที่ไม่ยอมใครแล้วก็ส่ายหัวเหนื่อยใจ เธอยกถาดใส่เหยือกน้ำหวานขึ้นมาแล้วเดินตรงไปหาแขกอีกคนที่นั่งทำหน้างงๆ อยู่คนเดียว “ท่านนาธาน.. น้ำหวานค่ะ” นีน่าบริการเทน้ำหวานให้คนไม่ดื่มชา นาธานกล่าวขอบคุณเบาๆ แล้วรับแก้วมา เขายกแก้วน้ำหวานขึ้นจิบพร้อมกับเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “แล้ว.. ท่านบลูล่ะครับ?”

เจ้านครหรี่ดวงตาสีท้องฟ้าลงมองคนเปลี่ยนเรื่องสนทนาอย่างสนใจนิดๆ “ขึ้นไปเปลี่ยนชุด เดี๋ยวก็ลงมาเอง นี่รู้มั๊ยว่าลูกสาวข้าคนนี้น่ะเอาแต่ใจยังกะเด็กๆ เรื่องซนเรื่องเที่ยวล่ะที่หนึ่ง”

“ก็เด็กน่ะสิคะคุณท่าน” นีน่าเอ่ยขัด

“นิสัยอย่างนี้ก็เลยยังหาแฟนไม่ได้ เลี้ยงลูกมาหลายคนไม่มีใครเป็นอย่างนี้ซักคน ถ้าเจ้าลูกคนเล็กนี่ได้ซักครึ่งของคิดคงจะดีไม่น้อย” คุณท่านส่ายหน้าอย่างระอา “นีน่าก็เหมือนกัน เรื่องพูดล่ะเก่งที่หนึ่ง ตั้งแต่มาอยู่ไม่เคยเถียงแพ้ใครเลย(ยกเว้นข้า) เจ้าเชื่อมั๊ยล่ะ”

นีน่าสะบัดหน้างอน “แซวข้าอีกแล้วนะคะ เดี๋ยวข้าก็ลาออกซะหรอก”

นาธานแอบอมยิ้มในบทสนทนาที่แสนอบอุ่นของเจ้านครแห่งเอลรอนแล้วคิดในใจ เจ้าเมืองเป็นคนเรียบง่ายอย่างนี้นี่เล่า บ้านเมืองเลยสงบสุขมาได้กว่า 500 ปี

“แล้วตกลงพวกเจ้ามีที่พักรึยัง อยู่กี่วันล่ะ? ข้าจะได้ให้นีน่าจัดให้ ท่าทางนีน่าจะถูกใจเจ้านะเนี่ย” ดวงตาสีฟ้าจ้องมาที่นาธาน

“เอ่อ..” พ่อมดหนุ่มเข้าสู่สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก นีน่าก้มหน้างุดพึมพำอะไรไม่ได้ศัพท์

“พวกข้าคงไม่อยู่นานค่ะ กลัวว่าเป็นการรบกวนเปล่าๆ” แองเจลาเป็นคนตอบให้แทน ดวงตาสีน้ำเงินนิ่งเฉยราวกับทะเลสาบ “ข้ามีธุระเรื่องดาบของอาจารย์หญิงแค่เรื่องเดียว อยู่นานไปเกรงว่าจะเป็นการไม่สมควร”

เจ้านครโบกมือห้าม “โอ้ย! ไม่ต้องเกรงใจหรอก อาจารย์เจ้าก็เหมือนกับลูกสาวข้าแหละ เอ.. รู้สึกว่าข้าจะมีลูกสาวเยอะแยะไปหมดเลยแฮะ” ประโยคหลังพึมพำกับตัวเอง

“เอาเป็นว่าตกลงแล้วกัน นีน่าช่วยจัดห้องสำหรับสองคนให้ห้องนึง” แล้วก็รวบรัดตัดความสั่งสาวใช้คนเก่งให้จัดห้องคู่สำหรับสองคน โดยที่แขกทั้งสองยังไม่ได้อ้าปากค้าน แถมคนหนึ่งยังอ้าปากค้างเสียด้วย

“หา? คุณท่านว่าห้องคู่เหรอคะ?” นีน่าทำตาโตเมื่อได้ยินคำว่าห้องคู่

เจ้านครยิ้มขำๆ เขาหันไปมองสองคนที่ต้องไปนอนห้องเดียวกัน “อืม.. กลัวว่าถ้าเป็นห้องเดี่ยวเดี๋ยวเจ้าจะแอบเข้าไปทำมิดิมิร้ายกับแขกของข้า...”

“คุณท่านคะ! ข้าไม่ทำอย่างนั้นหรอกค่ะ” นีน่าว่าเสียงเย็นดวงตาสีฟ้าฉายแววไม่พอใจชั่วครู่หนึ่งแต่ไม่มีใครเห็น

“เอ..หรือว่าจะให้พ่อหนูคนนั้นอยู่ห้องเจ้าแล้วแม่หนูลูกศิษย์ของรีน่าไปอยู่กับลูกสาวข้าดี จะได้สนิทกันเร็วขึ้น” ผู้ครองคฤหาสน์มิเรน่าทำท่าครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือ “เอล่ะ! ตกลงตามนี้แหละ” แต่คนฟังคนหนึ่งแทบจะลมใส่เมื่อคุณท่านพูดจบ

“คุณท่านคะ..” เสียงสาวใช้คนเก่งยิ่งเย็นเยียบกว่าเดิม

“เอาตามนี้แหละนีน่า จัดการให้ด้วย” เจ้านครสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบทรงอำนาจ แต่ในใจกำลังนึกสนุกอย่างเต็มที่ที่ได้แกล้งลูกสาว สาวใช้คนสนิท และยังได้แกล้งแขกที่น่ารักทั้งสองคนด้วย

“...ได้ค่ะ” นีน่ารับคำอย่างจนใจแล้วเดินขึ้นบันไดหายไป

เจ้านครเอลรอนมองมาที่นักเวทหนุ่มน้อยและนักดาบหญิงอย่างมีเลศนัยแล้วพูดขึ้นว่า “ก็บอกแล้วว่า ไม่มีเรื่องอะไรหรอกที่จะหลุดรอดสายตาข้าไปได้ รวมทั้งเรื่องของเจ้าด้วย แม่หนู”

ย้ำชัดอย่างนี้ก็ตายสิ..
‘แม่หนู’ ถอนหายใจเฮือกอย่างปลงตก อย่างนี้ต้องขอแก้ซะหน่อยแล้ว เจ้าเมืองเอลรอนไม่ได้แค่เป็นคนเรียบง่ายแค่อย่างเดียว แต่ยังเป็นคนเจ้าเล่ห์แถมยังขี้แกล้งสุดๆ ด้วย

“เอ้อ.. เดี๋ยวให้นีน่ากับบลูพาเที่ยวนะ จะต้องไปรับดาบของรีน่านี่” เจ้านครยิ้มให้อย่างอารมณ์ดีผิดปกติ ซึ่งอาจเพราะว่าเพิ่งได้แกล้งคนมาหมาดๆ ก็ได้
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Wed Apr 11, 2007 1:10 pm

...

นีน่าเดินพาทั้งสองคนไปที่ห้องพักที่จัดให้ด้วยอารมณ์กรุ่นๆ “ถึงแล้วค่ะ นี่ห้องข้า ข้าจะให้ท่านยืมใช้นะคะ หวังว่ามันคงไม่รกเกินไป..”

แขกทั้งสองมองหน้ากันแล้วกระพริบตาปริบๆ นาธานหันมามองสาวใช้คนโปรดของเจ้านครแล้วยิ้มเจื่อนๆ “นีน่าไม่ต้องลำบากก็ได้ เรานอนข้างนอกก็ได้”

“ไม่ได้ค่ะ คุณท่านบอกให้ท่านนาธานพักที่ห้องข้า” นีน่าตอบเสียงขรึม “แต่ไม่ได้บอกว่าข้าต้องอยู่ด้วยนี่คะ เพราะฉะนั้นข้าจะไปขอค้างที่ห้องพี่สาวข้าค่ะ ไม่ต้องห่วง” ตอนท้ายเธอว่ายิ้มๆ

“นีน่าเจ้าเล่ห์จังนะ แต่ว่าไม่ลำบากเหรอ” พ่อมดปาดเหงื่อแล้วส่งยิ้มหวานให้ สาวใช้คนเก่งชะงักไปนิดนึงก่อนจะส่ายหน้าดิก “มะ.. ไม่ลำบากหรอกค่ะ แค่นี้สบายมาก”

นาธานก้มหัวขอบคุณ “ขอโทษนะที่ทำให้ลำบาก”

นีน่าหน้าแดงฉ่าพูดจาตะกุกตะกัก “มะ.. ไม่เป็นไรค่ะ หะ.. ห้องของท่านบลูอยู่สุดทางเดินนะคะ ละ.. แล้วถ้ามีอะไรก็ตามข้าได้ค่ะ ห้องพี่สาวข้าอยู่ชั้นล่างนี่ค่ะ” เสร็จแล้วเธอก็วิ่งปรู๊ดหายไป

นาธานเปิดประตูห้องเข้าไปพร้อมกับเพื่อนสาว เมื่อประตูปิดลงก็..

“แง.. แองเจลา เราจะทำไงดีอ่ะ ท่านเจ้านครแอบรู้ความลับของเราหมดแล้ว..” นักเวทมนตร์โวยวายด้วยเสียงแหลมสูง เขาเอามือกุมหัวแล้วเดินไปมาทั่วห้องด้วยอาการสับสน

ฝ่ายนักดาบหญิงเห็นเพื่อนเดินวนไปวนมาชักเวียนหัวจึงคว้าเอาตัวเพื่อนสนิทมากอดไว้แล้วกระซิบข้างหูเป็นการปลอบ “ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า.. ไม่มีใครปิดความลับเจ้านครเอลรอนได้หรอกนะ”

“ก็เข้าใจนะว่าอยากจะปลอบ.. แต่อย่ากอดได้มั๊ย” คนในอ้อมแขนพยายามดิ้น แต่คนกอดกลับส่ายหน้าแล้วหัวเราะเบาๆ “คิกๆ แรงของนักเวทมนตร์จะสู้กับนักดาบที่ฝึกมาดีได้ไง ดิ้นไม่หลุดหรอกน่า.. จะบอกให้นะถ้าเจ้าโดนท่านคริมสันแกล้งล่ะก็ แสดงว่าท่านน่ะถูกใจเจ้าแล้วน่ะสิ..”

นาธานได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นหูเลยเหลียวกลับไปมองแองเจลา “ท่านคริมสัน? ใครกัน”

แองเจลาปล่อยร่างบางในมือให้หลุดออก เธอเดินตรงไปยังโซฟาเล็กๆ แล้วทรุดตัวลงนั่ง สาวน้อยแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “ข้าพูดชื่อนั้นด้วยเหรอ?”

ผู้ใช้มนตราได้ยินสรรพนามแปลกๆ จึงมุ่นคิ้วเล็กน้อย “เธอใช้สรรพนามว่า ‘ข้า’ กับ ‘เจ้า’ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” นักดาบสาวรู้สึกตัวจึงรีบตะครุบปิดปากตัวเองทันทีพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ

“ฉันก็.. แค่ติดจากคนที่นี่น่ะ” แองเจลาพูดหน้าตาย ดวงตาสีน้ำเงินสงบนิ่งไม่มีจุดที่จะให้คนเป็นเพื่อนจับผิด

นาธานมองมาที่เธออย่างไม่เชื่อซักเท่าไหร่ “เอาเถอะ.. แล้วท่านคริมสันน่ะใครกันบอกมาเลย ไม่งั้นเลิกคบ!”

แองเจลาถอนหายใจ เธอรู้ว่าเพื่อนแค่ขู่เล่น แต่ก็ยอมเปิดปากบอก “ท่านคริมสัน มิเรน่า ท่านเจ้านครของเอลรอนไง” นาธานมองมาด้วยสายตางุนงง “เธอรู้ได้ยังไง ท่านเจ้านครไม่ได้เอ่ยชื่อตัวเองออกมาเลยนะ แล้วแม้แต่ท่านบลู หรือนีน่าก็ไม่ได้พูดออกมาซักนิด”

“ฉันเคยเจอท่านแล้วหนนึงน่ะ เมื่อตอนนั้นฉันยังเด็กมาก ท่านเลยจำฉันไม่ได้ล่ะมั้ง” นักดาบสาวขยับตัวนั่งไขว่ห้าง หลุบตาลงเอนหัวพิงพนักอ่อนนุ่ม

“เล่าให้ฟังได้มั๊ย?” นาธานพูดเสียงเรียบ นัยน์ตาสีน้ำตาลจางจับจ้องไปยังใบหน้าสวยของเพื่อนสนิท แววตาออดอ้อนที่เธอเคยใช้กับเขาถูกเอากลับมาใช้กับตัวเอง

แองเจลาแหงนหน้าขึ้นช้าๆ เหมือนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว “นานแสนนานมาแล้ว.. ตอนนั้นฉันอายุประมาณ 10 ขวบ สมัยนั้นฉันมีเพื่อนน้อยมากชนิดนับคนได้เลยล่ะ แต่ว่าคนเป็นเพื่อนของฉันไม่มีใครอายุใกล้เคียงกับฉันเลยซักคน.. จนกระทั่ง.. ฉันได้รู้จักกับวอลซ์ วอลซ์น่ะเป็นชาวซิมโฟเนียเหมือนกับเธอนั่นแหละ..” ชื่อ วอลซ์ สะกิดใจคนฟังเล็กน้อย นาธานมุ่นคิ้วขึ้นจนเธอถามว่า “มีอะไร?”

“เปล่าๆ เล่าต่อเถอะ แค่คุ้นๆ ว่าจะเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหนซักที่แค่นั้นแหละ” นาธานทำท่าใช้ความคิด

“..วอลซ์ เป็นเพื่อนคนแรกที่อายุไล่เลี่ยกับฉัน แม้ว่าเราจะสนิทกันมากแต่ว่าเราก็ไม่ค่อยได้เจอหน้ากันหรอกนะ เพราะความที่เราอยู่ไกลกัน แต่บางทีวอลซ์ก็จะมาค้างที่.. บ้านฉัน และบางทีฉันก็ไปค้างที่บ้านวอลซ์เหมือนกัน มีอยู่วันนึงที่วอลซ์มาชวนฉันไปเที่ยวบ้านเธอ เธอบอกว่าคราวนี้จะพาไปเจอคุณลุงใจดีคนนึง เขาเป็นเพื่อนของพ่อกับแม่ของวอลซ์..” แองเจลาเล่าด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุข เพราะความหลังที่สวยงามในวัยเด็ก

“แล้วคนๆ นั้นก็คือท่านคริมสันใช่มั๊ย” คนอยากรู้ถามอย่างกระตือรือร้นหลังจากที่เลิกคิดเรื่องของผู้หญิงชื่อวอลซ์แล้ว

แองเจลาพยักหน้าอย่างช้าๆ “ใช่ ท่านเป็นคนใจดีนะ เสียแต่ว่าชอบแกล้งคนที่ตัวเองถูกใจแค่นั้นเอง ฉันได้เจอท่านเพียงครั้งเดียวแล้วก็ต้องกลับบ้านเพราะมีเรื่อง..”

“เจอกันอีกหนก็คราวนี้ แต่ว่าท่านคริมสันก็จำเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เมื่อตอนนั้นไม่ได้ซะแล้ว” สาวน้อยทอดสายตาไปยังหน้าต่างอย่างเหม่อลอย

..วอลซ์.. ป่านนี้เจ้าจะเป็นยังไงนะ.. สำหรับเจ้าเวลามันผ่านไปนานแสนนานเหลือเกิน.. แต่สำหรับข้าแล้วมันก็แค่เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น..

เธอคิดถึงภาพของผู้หญิงสวยที่เรือนผมสีน้ำตาลสว่างยาวสลวย นัยน์ตาสีเหล็กดูใจดี ร่าเริงแต่แฝงแววซุกซนไว้ภายใน

“แองเจลา..” นาธานพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นเพื่อนสาวของตนแสดงอารมณ์เหงาที่นานๆ จะได้เห็นสักหน

ก๊อกๆ

“ข้าเข้าไปนะคะ” เสียงเคาะประตูตามมาด้วยเสียงใสของนีน่าที่ค่อยๆ เปิดประตูเข้ามา เธอจับกระโปรงยกขึ้นเล็กน้อยแล้วย่อตัวคำนับ “ชอบห้องข้ารึเปล่าคะ?”

“อืม” นาธานยิ้มบางในขณะที่แองเจลาแค่หันมามอง “เราชอบมากเลยล่ะ”

“คือว่า.. คือว่า.. คือ..” สาวใช้เจ้าของห้องพูดอ้ำอึ้งจนนักเวทมองมายังสาวใช้ที่กำลังหน้าแดงแป๊ดด้วยสายตาสงสัย “คือว่างี้นะคะ..”

“..คุณท่านสั่งคนอื่นไว้ว่าไม่ให้ข้าไปขอนอนด้วย ข้าก็เลยต้อง.. ต้อง..” นีน่าว่าพลางก้มหน้างุด “ต้องกลับมาที่ห้องค่ะ.. หวังว่าท่านนาธานคงไม่รังเกียจข้า.. โอย.. พูดเหมือนคำสารภาพรักเลย..” แล้วสาวใช้คนเก่งก็ลมใส่ทรุดฮวบลงไปนอนกับพื้นอย่างรวดเร็วจนนาธานเข้ามารับไม่ทัน

“ละ.. แล้วเราจะทำไงดีล่ะทีนี้?” นักเวทมนตร์หันไปถามความเห็นของเพื่อนสาวที่ยังนั่งอมยิ้มทั้งๆ ที่ตัวเองยังประคองคนเป็นลมอยู่

แองเจลายกมุมปากขึ้นอย่างมีเลศนัย “ก็พาไปขึ้นเตียง แล้วก็ปลดกระดุมเสื้อ หลังจากนั้นก็..”

คนฟังตาโตหูผึ่ง พวงแก้มขึ้นสีแดงเรื่อ เผลอตะโกนลั่น เสียงที่ไม่ค่อยสมกับตัวจึงออกมาเต็มๆ “วะ.. ว่าอะไรนะ!”

นีน่าได้ยินเสียงดังใกล้หูจึงค่อยๆ ลืมตาชึ้น แล้วความรู้สึกก็บอกว่าตัวเองกำลังถูกกอดอยู่ นีน่าพยายามขยับตัวจะลุกขึ้นแต่มือเล็กๆ ของเธอก็ไปสัมผัสโดนอะไรบางอย่าง..

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!”

เสียงกรี๊ดดังลั่นจนคนประคองเบ้หน้า เมื่อก้มหน้ามองก็พบว่านีน่ากำลังจับอะไร ใบหน้าที่ขาวอยู่แล้วก็ยิ่งซีดเผือดลงไปอีก

..ตายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตายแน่..
คำว่าตายบินว่อนเต็มหัวของนักเวทมนตร์ เขาอยากจะเป็นลมตรงนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด

“ทะ..ทะ.. ท่านเป็นผู้หญิง!!”

==================================
ลงทีละนิด.. กลัวคนอ่านไม่ทัน


เนเธเน‰เน„เธ‚เธฅเนˆเธฒเธชเธธเธ”เน‚เธ”เธข เน€เธกเธทเนˆเธญ Sat Apr 28, 2007 7:34 pm, เธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธกเธ” 1 เธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
ReshaValentine
นักเรียนมัธยม
นักเรียนมัธยม
avatar

Female
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 145
อายุ : 26
สังกัด : โทโฮคลับ
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Wed Apr 11, 2007 5:53 pm

รออ่านตอนต่อไป... จนถึงในบอดเก่าเลย *-*
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://members.thai.net/animeost/index.html
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Mon Apr 16, 2007 8:44 pm

บทที่ 5
ละอองดารา


“ไม่เอา เราไม่ใส่!! ให้ตายก็ไม่ใส่!!” เสียงใสโวยวายลั่น ในขณะที่เจ้าของเสียงยืนเท้าสะเอวค้านหัวชนฝา ดวงตาสีน้ำตาลจางจ้องมองคนตรงหน้าที่กำลังถือชุดกระโปรงสีอ่อนด้วยสายตาไม่พอใจ


“ไม่ได้ค่ะ ต้องใส่ชุดนี้ ไม่งั้นข้าก็ไม่พาท่านออกไปข้างนอก!” อีกเสียงยื่นคำขาด เมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงแรกนั้นปฏิเสธไม่ยอมใส่อยู่ท่าเดียว

คนถูกบังคับได้ยินดังนั้นจึงได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือไปยังนักดาบสาวที่นั่งมองเพื่อนลำบากหน้าตาเฉย “แองเจลา.. พูดอะไรบ้างสิ”

“อืม..” แองเจลากระแอมเบาๆ นาธานมองมาอย่างมีความหวังว่าจะไม่ต้องใส่ชุดที่น่าสยองนั่น “งั้นเอาเป็นชุดนี้แล้วกัน” แล้วก็หยิบเอาชุดอีกชุดนึงออกมาจากตู้เสื้อผ้าของเจ้าของห้อง เธอหันหน้าไปปรึกษากับสาวใช้ร่างบางที่กำลังถือชุดแรกอยู่ในมือ “ชุดนี้เป็นไงนีน่า?”

คนขอความช่วยเหลือได้ยินดังนั้นจึงค้อนควับให้ “ใจร้าย.. ไม่ช่วยก็ไม่ต้องแกล้ง”

“ชุดนั้นก็สมค่ะท่านแองเจลา” ว่าแล้วสาวใช้คนเก่งก็รับเอาชุดใหม่ที่ได้จากแองเจลามาทาบตัวของอีกคน นีน่าพยักหน้าพอใจ “อืม.. สวยใช้ได้ ตกลงเอาชุดนี้นะคะ ท่านแองเจลาอุตส่าห์เลือกให้ทั้งที ถ้าท่านไม่ยอมใส่เดี๋ยวนางจะเสียใจนะ”

“ใช่ ถ้าไม่ยอมใส่ฉันโกรธเธอด้วย” นักดาบสาวชี้นิ้วเป็นการย้ำ

นาธานได้แต่ตวัดหางตาค้อนไปมาสองสามรอบในที่สุดก็ยอมจำนน “ก็ได้.. ใส่ก็ใส่”

แองเจลาได้ยินก็ยิ้มหวานออกมาอย่างอารมณ์ดี “เอาน่า นาตาเลีย นานๆ ใส่ทีไม่ตายหรอก ไม่เหมือนกับพวกเชื้อพระวงศ์ที่ต้องแต่งยิ่งกว่านี้แล้วยังแต่งประจำด้วย น่าอึดอัดจะตาย..”

นักเวทมนตร์ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินชื่อ ‘นาตาเลีย’ ขณะที่นีน่าที่กำลังจับเธอแต่งตัวอยู่ก็พูดขึ้น “นั่นชื่อจริงเหรอคะ?”

นาตาเลียพยักหน้ารับแม้จะติดอาการงอนๆ อยู่ก็เถอะ “อื้ม”

“นาตาเลีย เกรย์สโตน..” แองเจลาเดินตรงเข้ามาช่วยแต่งตัวด้วยอีกคน เธอหยิบหวีมาสางเส้นผมสีน้ำตาลที่ยาวระปลายคางของนาตาเลียอย่างนุ่มนวล “ผมเธอเส้นหนาจัง.. ถ้ายาวๆ หน่อยคงจะสวย”

“ข้าทำให้ไหมคะ?” นีน่าหันมาถามนักดาบสาว ก่อนที่จะหันไปมองเจ้าตัวที่ยืนเก้ๆ กังๆ เป็นตุ๊กตาให้สองสาวจับแต่งตัว สาวใช้คนเก่งก็ได้รับการพยักหน้านิดๆ เป็นเชิงอนุญาต

“งั้น.. เอาล่ะนะคะ” นีน่าว่าแล้วก็สะบัดมือเบาๆ ก่อนจะไล้ไปตามเรือนผมสีน้ำตาลของนาตาเลีย เส้นผมเปล่งแสงสีอ่อนออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆ ยืดยาวขึ้นจนถึงกลางหลัง

นีน่าเอามือลูบคางไปมาทำเสียงอืมในลำคอ ดวงตาสีฟ้าสดใสเพ่งมอง ‘ตุ๊กตา’ อย่างพึงพอใจ “น่าจะเล็มแต่งอีกนิด.. หรือว่าจะถักเป็นเปียดี..”

“จับรวบดีกว่า แบบนี้ไง” แองเจลาว่าแล้วรวบผมสีน้ำตาลอ่อนเป็นสองปอยให้เมดสาวดู “น่ารักมั๊ย?”

“ดีค่ะ ต่อไปก็แต่งชุดให้เสร็จ” นีน่ายิ้มให้กับนักดาบหญิงพลางจัดเสื้อผ้าของตุ๊กตาจำเป็นต่อ คนเป็นตุ๊กตาได้แต่ยืนกระพริบตาปริบๆ มองดูผู้หญิงสองคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการแต่งตัวให้เธอ

ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายสมาธิของสองสาวที่จดจ่ออยู่กับการแต่งตัวตุ๊กตา “นีน่า.. ข้าจะเข้าไปนะ” เสียงที่ขึ้นเป็นเสียงของคุณหนูคนเล็กแห่งตระกูลมิเรน่า

“ข้าแต่งตัวเสร็จแล้วนะ แขกพร้อมรึยัง?”
ประตูค่อยๆ เปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดลำลองแบบเรียบๆ ที่เปิดประตูเข้ามาอย่างช้าๆ แต่เมื่อเห็นภาพเด็กสาวคนหนึ่งกำลังถูกจับแต่งตัว หญิงสาวก็หันหลังควับเตรียมก้าวเท้าหนี “เอ่อ.. ถ้ายังข้าไปรอที่ห้องก็ได้”

“คุณหนูคะ.. อย่าบอกนะว่าจะใส่ชุดเรียบๆ แบบนั้นออกไปข้างนอก” น้ำเสียงราบเรียบของเมดสาวทำเอาบลูสะดุ้งเฮือก คุณหนูแห่งคฤหาสน์มิเรน่าหันหน้ากลับมาอย่างช้าๆ พร้อมรอยยิ้มเจื่อน “ไม่ได้เหรอ?”

ดวงตาซีกขวาใต้แผ่นหนังที่แองเจลาเคยนึกว่าบอดบัดนี้ปราศจากแผ่นหนังสีดำปกปิด มันไม่ได้บอด ทว่า.. มันมีสีคนละสีกับข้างซ้าย! หากว่าซีกซ้ายเป็นท้องฟ้ายามกลางวัน ซีกขวานั้นคงเป็นท้องฟ้าราตรีที่สีน้ำเงินเข้มดังรัตติกาล

“คุณหนูไปนั่งรอก่อนค่ะ เดี๋ยวข้าจัดการกับท่านนา.. นาตาเลียเสร็จแล้วท่านเป็นรายต่อไป” เจ้าของดวงตาสองสีได้ยินก็พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างขัดใจแล้วเดินตรงไปยังโซฟา เธอทิ้งตัวลงจนโซฟากระเพื่อม

แต่เอ๊ะ! เมื่อกี้นี้มัน..
คิดได้ดังนั้นบลูก็ผุดลุกจากโซฟาพร้อมกับจ้องไปยัง ‘ตุ๊กตา’ เขม็ง สายตามองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า มองไล่ขึ้นไล่ลงหลายรอบ หลังจากที่สมองประมวลผลเสร็จสรรพปากก็ร้องอุทานออกมาลั่น “เฮ้ย! เจ้าเป็นผู้หญิงนี่”

“...” ไม่มีเสียงตอบรับ นาตาเลียได้แต่กระพริบตาปริบๆ

“ค่ะ ท่านนาตาเลียเป็นผู้หญิงค่ะคุณหนู” นีน่าที่ยังคงจัดการชุดของนาตาเลียตอบให้แทน แองเจลามองมาที่บลูแล้วก็พยักหน้าช่วยยืนยันอีกที

“เอ้า! เสร็จแล้วค่ะ” นีน่าว่าแล้วก็จัดการพานาตาเลียไปที่กระจกบานใหญ่ นาตาเลียกระพริบตาปริบๆ มองตัวเองในกระจกอย่างไม่เชื่อสายตา ริมฝีปากที่นิ่งสนิทมานานขยับขึ้นลงพึมพำ “สวย..”

ภาพเด็กสาวอายุราว 16 -17 ปี ปรากฏในกระจก ผิวขาวอย่างชาวเอเชียถูกขับให้เด่นด้วยชุดกระโปรงยาวสีส้มอ่อนประดับด้วยลูกไม้เล็กที่ชายกระโปรง คลุมทับด้วยเสื้อคลุมไหล่ทำจากผ้าเนื้อนิ่มสีขาว ดวงตาสีน้ำตาลจางๆ ของเจ้าของเต็มไปด้วยแววประหลาดใจและงุนงง เรือนผมสีเดียวกันที่ยาวถึงกลางหลังถูกรวบแบ่งเป็นสองข้างแล้วผูกด้วยริบบิ้นสีชมพูสว่างกับกระพรวนเล็กๆ ที่จะส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งเวลาที่เธอขยับตัว

“นีน่านี่ฝีมือไม่ธรรมดาเลย..” แองเจลากล่าวชมพร้อมกับพิจารณาผลงานที่กำลังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้ากระจก ก่อนจะตะครุบตัวสาวน้อยน่ารักเข้ามากอดแน่น ทำเอาคนโดนกอดอายม้วนแก้มแดงเรื่อ

“ไม่หรอกค่ะ ถ้าไม่ได้ท่านแองเจลาก็คงไม่ออกมาดีอย่างนี้” สาวใช้คนเก่งย่อตัวลงคำนับ แล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ต่อไปก็..”

บลูเห็นสายตาชั่วร้ายสองคู่มองมายังตัวเองจึงรีบยกมือขึ้นห้าม “หยุด! ไม่ต้องมองอย่างนั้นเลย สำหรับข้า เลือกชุดให้ข้าก็พอ ข้าแต่งเองได้”

“งั้นคุณหนูก็ต้องสัญญานะคะว่าจะใส่จริงๆ” สาวใช้คนสนิทของบลูมองมาอย่างไม่ไว้ใจ จนคุณหนูแห่งตระกูลมิเรน่าชักเริ่มออกอาการงอน “โธ่นีน่า ข้าบอกว่าใส่ก็ใส่สิ”

นีน่ายิ้มอย่างชั่วร้ายแล้วก็รื้อตู้เสื้อผ้าตัวเองอยู่พักหนึ่งแล้วหยิบชุดหนึ่งออกมา “คุณหนูพูดแล้วห้ามคืนคำนะคะ”

...

จัตุรัสเวรีเดียน..

ที่นี่เป็นศูนย์รวมร้านค้าแทบทั้งหมดในเอลรอน ว่ากันว่าอยากได้อะไรอยากหาอะไรถ้ามาที่นี่แล้วก็จะได้หมดทุกอย่าง มีขายตั้งแต่ยาสมุนไพร ของป่า หรือแม้กระทั่งอาวุธหายาก จตุรัสแห่งนี้เป็นลานยกสูงประมาณตึกสองชั้นทำด้วยไม้เหมือนเช่นทางเดินทั่วไปในเอลรอน ไม้ที่ใช้สร้างทางเดินต่างๆ ในเอลรอนนั้นถูกเรียกว่าไม้เวรีเดียน ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีสีเขียวตลอดทั้งต้นทั้งเนื้อไม้หรือแม้กระทั่งเปลือกนอกของลำต้น นับว่าเป็นไม้ยืนต้นที่ชาวเอลรอนนิยมนำไปทำเป็นสิ่งก่อสร้างเนื่องด้วยไม้ชนิดนี้แม้จะตายไปแล้วแต่ก็ยังคงความชุ่มชื้นและไม่ผุสลายง่าย แถมยังให้กลิ่นไออ่อนๆ ของป่าทำให้สดชื่นอีกด้วย

นาตาเลียมองดูตามร้านต่างๆ อยู่หลายร้านอย่างสนใจ แต่ก็ไม่ได้เดินเข้าไปดูเลยซักร้าน เธอยังคงเดินตามหลังบลู นีน่า และแองเจลาที่เดินนำมาตลอดทาง

“น้ำหวาน.. ร้านขายขนมหวานทุกชนิด” นาตาเลียทวนชื่อร้านอย่างงงๆ ร้านชื่อน้ำหวานแต่ดันขายขนม..

“สวัสดี/ค่ะครับท่านบลู” เสียงทักดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย ตลอดการเดินทางสั้นๆ คนที่เป็นที่สนใจที่สุดก็คือบลู มิเรน่า ลูกสาวคนเล็กของเจ้านครเอลรอน เพราะว่าวันนี้หญิงสาวแต่งตัวแปลกตาเป็นพิเศษ ชุดที่ใส่ดูเหมือนพวกคุณหนูมีฐานะ ซึ่งเธอไม่เคยคิดที่จะแตะมันแม้แต่นิดเดียว ปกติการแต่งตัวของเธอจะง่ายๆ สบายๆ เหมือนคนทั่วไป ถ้าจะให้พูดคือเห็นเธอเมื่อไหร่ก็จะเห็นชุดฮันเตอร์กับคันธนูเมื่อนั้น

แม้จะแต่งชุดหรูหราแต่บลูกลับเดินกระทืบเท้าปึงๆ อย่างไม่สบอารมณ์ จนนีน่าแทบจะทักทุกๆ 2 นาทีว่า “ไม่งามค่ะ”

ด้านแองเจลาแม้จะใส่เสื้อแขนสั้นกับกระโปรงผ้ามีระบายสีขาวตัวโปรดของเธอ สาวเจ้าก็ยังคงดูดี เธอก้าวเท้าเดินเรื่อยๆ อย่างไม่เร่งรีบ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมองตรงไปข้างหน้า โดยไม่วอกแวกไปกับสิ่งรอบตัว

ส่วนนีน่านั้นยังคงแต่งตัวด้วยชุดสาวใช้ของบ้านมิเรน่าเหมือนเดิม โดยเธอยืนยันว่าชุดนี้ดีแล้ว ดูท่าจะชอบมากพอๆ กับที่บลูชอบใส่ชุดฮันเตอร์ทีเดียว

“ถึงแล้วค่ะ..” นีน่าหันกลับมาบอก แองเจลาพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปในร้านที่ตั้งอยู่ห่างไกลที่สุด นาตาเลียแหงนมองป้ายชื่อร้านที่อ่านได้ว่า “Phil the black smith”

...

บรรยากาศภายในร้านดูสลัวๆ แต่ก็ยังคงได้กลิ่นสดชื่นจากไม้เวรีเดียนที่ใช้สร้างร้าน อาวุธมากมาย ทั้งหอก ดาบ ธนูถูกแสดงอยู่บนฝาผนัง บ้างก็อยู่ในกล่องไม้ที่ฝาเปิดแง้มไว้ ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อยู่หลังเคาน์เตอร์ ดวงตาสีฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเอลฟ์กำลังจับจ้องอยู่กับอัญมณีสีสวยในมือ แองเจลากระแอมเบาๆ เป็นการเรียกความสนใจ “แฮ่ม”

“อ๊า.. ขอโทษครับ ท่านหญิงจะรับอะไรดีครับ? ร้านเรามีอาวุธแทบทุกชนิด ไม่ว่าท่านต้องการหอก ดาบ ธนู มีด ขวาน ฯลฯ หากท่านไม่พอใจสินค้าในร้านจะสั่งตีเป็นพิเศษก็ได้นะครับ ตระกูลข้าสืบทอดเทคนิคการตีดาบมานานตั้งแต่.. ฯลฯ ” เจ้าของร้านที่ชื่อฟิลสาธยายสรรพคุณของร้านตัวเองยาวเหยียดจนแองเจลาเหงื่อตก

“เอ่อ..”

“ครับท่านหญิง ท่านต้องการอะไรล่ะครับ” ฟิลลูบมือไปมาพร้อมกับยิ้มหว่านเสน่ห์แบบที่พวกพ่อค้าแม่ขายชอบใช้

“ข้ามารับดาบตามใบสั่งนี่” นักดาบหญิงว่าแล้วก็ยื่นกระดาษในมือให้กับเจ้าของร้าน เขารับมาพิจารณาพักหนึ่งแล้วพยักหน้าหงึกๆ แล้วเดินหายไปหลังร้าน

พักหนึ่งเขาก็กลับมาพร้อมกับห่อผ้าห่อหนึ่งที่หุ้มวัตถุชนิดหนึ่งที่น่าจะเป็นดาบเอาไว้ข้างใน ฟิลยิ้มอย่างอัธยาศัยดี “เชิญท่านหญิงเปิดดูได้เลยครับ ดาบนี้ชื่อว่า ละอองดารา ตีจากพลอยดวงดาวสีน้ำเงินที่หายาก มันเป็นผลงานชิ้นเอกของข้าอีกชิ้นนึงทีเดียว ข้าใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะตีมันเสร็จ..”

แองเจลาแกะห่อผ้าออกเพื่อตรวจตราว่าดาบมีร่องรอยตำหนิหรือไม่ นักดาบหญิงหยิบดาบออกมาตวัดไปมาเพื่อทดสอบ ปลายนิ้วไล้ไปตามคมดาบอย่างอ่อนละมุน เธอพยักหน้าพึงพอใจ แต่เมื่อเธอจะนำดาบเก็บลงห่อก็พบจดหมายฉบับหนึ่งแปะอยู่กับห่อผ้าด้านใน นักดาบหญิงเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอหันไปถามเจ้าของร้าน “จดหมายนี่มันอะไร?”

ฟิลส่ายหน้าเล็กน้อย “ความลับของลูกค้า ข้าไม่ได้แกะมันดู แต่ผู้หญิงที่สั่งดาบเล่มนี้กำชับข้าว่าให้ส่งให้กับท่านหญิง”

“ส่งให้ข้า?” แองเจลาทวนคำ

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ นางบอกว่าให้ส่งให้กับคนที่จะมารับดาบนี่น่ะครับ ข้าก็กลัวลืมเลยใส่ไว้กับผ้าที่จะใช้ห่อดาบครับ เงินค่าตีดาบนางก็ให้แล้ว” ฟิลพูดอย่างซื่อๆ แองเจลาจึงค่อยๆ แกะมันออกมาอ่าน

ถึง แองเจลา เฟรย์อาร์

ว่าไงแองเจลา ตอนนี้ดาบคงอยู่ในมือเธอแล้วสินะ ไม่รู้ว่าแองเจลาจะรู้สึกยังไงที่ได้เห็นจดหมายฉบับนี้นะ แต่พี่ขอเดาว่าคงต้องงงแน่เลย ไม่ต้องงงจ้ะ พี่ก็แค่อยากให้ของขวัญแก่น้องสาว เนื่องในโอกาสที่ครบรอบวันเกิดเธอไงล่ะ มันอาจจะช้าไปหน่อยคงไม่ว่ากัน อ้อที่บอกว่าไปเอาเองไม่ได้น่ะล้อเล่นจ้ะ ก็แค่อยากจะเซอร์ไพรส์แค่นั้นเอง(หุๆ) แล้วก็อยากถามนะว่าชอบดาบเล่มนั้นรึเปล่า? ถ้าชอบพี่จะดีใจมากเลย
ปล.1 กลับมาเร็วๆ นะ พี่ก็อยากเห็นดาบเล่มนั้นเหมือนกัน
ปล.2 หมดตังค์ไปเยอะเลยT^T

อาจารย์หญิงและพี่สาวสุดน่ารัก
รีน่า สตาร์ริ่ง

แองเจลาอ่านจดหมายแล้วก็ส่ายหัวดิก นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมอง ‘ละอองดารา’ อย่างอ่อนโยน “ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง.. ขอบคุณมากค่ะอาจารย์”

“ละอองดารา” นักดาบหญิงเอ่ยเรียกเบาๆ ดาบนั้นก็ลอยมาอยู่ในมือ แองเจลาใช้นิ้วไล้ไปตามคมดาบอย่างแผ่วเบา “เจ้าเป็นของข้าแล้วนะ..”

กึกๆๆ

ชายคนหนึ่งก็สาวเท้าเข้ามาในร้าน เสียงพื้นรองเท้าที่เป็นโลหะกระทบกับพื้นไม้ส่งเสียงดังเป็นจังหวะ ดวงตาสีม่วงเข้มเหมือนอเมทิสต์ส่องประกายกล้า เส้นผมสีดำสนิทดังนิลพริ้วไหวตามแรงสะเทือนเล็กน้อยของพื้น เขาแต่งกายด้วยชุดหนังสีดำสนิทประดับด้วยเกราะไหล่สีเงินยวง ใบหูที่ดูคล้ายครีบมังกรไฟทำให้เจ้าของร้านรู้สึกสั่นนิดๆ

“ไม่ทราบว่านายท่านจะรับอะไรดีครับ..” เจ้าของร้านถามด้วยเสียงกล้าๆ กลัวๆ แต่แองเจลานิ่งค้างไปเรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัด เขามองมาที่เธอแวบหนึ่งแล้วก็เดินตรงเข้าไปทิ่เคาน์เตอร์

..เซน!!.. ไม่จริงน่า..

“เจ้า.. ซ่อมดาบเล่มนี้ได้มั๊ย?” เขาถามด้วยเสียงเรียบ ก่อนจะแบมือขึ้นแล้วเรียกดาบประจำตัวออกมาจากแสงสีดำสนิทที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปดาบบนฝ่ามือ

ฟิลพิจารณาดาบในมือของนักรบชุดดำ
ดาบสีดำเล่มนี้ฉายแววหมอง ไอพลังของมันอ่อนลงทุกที ความคมคงลดลงฮวบฮาบ..

“อีวิลคาลิเบอร์..” เจ้าของร้านพึมพำชื่อดาบเบาๆ แล้วจึงส่ายหน้าอย่างช้าๆ “ข้าไม่มีปัญญาซ่อมดาบในตำนานเล่มนี้หรอกครับ ขอโทษด้วยจริงๆ นายท่าน”

นัยน์เนตรสีอเมทิสต์ของนักรบดำฉายแววผิดหวังขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยดังเดิม เขาทำให้ดาบเปล่งแสงสีดำก่อนที่มันจะหายไปในอากาศตามเดิม “แล้วข้าจะซ่อมมันได้ยังไง?”

เจ้าของร้านถอนหายใจ “สำหรับดาบในตำนาน.. มีแต่คนตีเท่านั้นถึงจะซ่อมมันได้ แต่ถ้าหากเป็นการตีใหม่โดยใช้ดาบเล่มเดิมล่ะก็ อาจทำได้ก็เป็นได้ครับ ข้าเคยได้ยินว่าศาสตร์แห่งการตีดาบของชาวแพนเกียโบราณนั้นสูงส่งนัก สามารถตีดาบที่ตายไปแล้วให้กลับมามีชีวิตใหม่ได้ แต่ว่า..”

“แพนเกียถูกทำลายจนย่อยยับในสงครามเมื่อ 100 กว่าปีก่อน” นักรบเจ้าของดาบในตำนานต่อคำพูดให้ เจ้าของร้านพยักหน้าเล็กน้อย

“ใช่ครับ และการจะหาผู้สืบทอดวิชาตีดาบที่สูญหายในสงครามครั้งนั้นมันยากเหลือเกิน..” ฟิลพูดด้วยเสียงแผ่วเบา นักรบดำได้เพียงแต่ถอนหายใจแล้วหันหลังกลับ

ก่อนที่เขาจะเดินออกจากร้านในชั่วพริบตาที่สวนกัน แองเจลาเหมือนได้ยินเขาพึมพำกับตัวเอง “ฟันเฟืองแห่งโชคชะตากำลังจะเดินอีกครั้ง.. ข้าต้องรีบแล้ว.. ก่อนที่เหตุการณ์จะเลวร้ายเหมือนกับเมื่อ 100 ปีก่อน”

คำว่า 100 ปีก่อนมันก้องดังไปทั่วในความรู้สึกของหญิงสาว พร้อมทั้งความรู้สึกหลากหลายที่สับสนปนเป!
เซน.. มันจะเกิดเรื่องร้ายแรงเหมือนเมื่อก่อนหรือ? แล้วทำไมเจ้าถึงจำข้าไม่ได้?..
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Mon Apr 16, 2007 8:45 pm

...

นาตาเลียมองเข้าไปในร้านด้วยความเป็นห่วง เพราะเมื่อครู่จู่ๆ ก็มีผู้ชายท่าทางน่ากลัวแต่งชุดหนังสีดำขี่มังกรบินไวเวิร์นมาบินอยู่เหนือหัว เขาก็กระโดดตีลังกาลงมาถึงพื้นต่อหน้าต่อตา แถมดูท่าทางไม่เป็นอะไรแล้วก็เดินเข้าร้านตัวปลิวเหมือนไม่สนใจหลายคนที่ยืนอึ้งอยู่ต่อหน้า

“หมอนั่นใคร?” นาตาเลียถามนีน่าอย่างงงๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลจางๆ กระพริบถี่

“ขะ.. ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ..” นีน่าส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเชื่องช้า เนื่องด้วยยังคงตะลึงไม่หาย

“แต่ที่แน่ๆ ฝีมือไม่ธรรมดาเลย” บลูพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นาตาเลียย่นจมูก “แถมหน้าตายังไม่น่าคบอีกต่างหาก คนอะไรหน้างี้บึ้งอย่างกะหมีกินผึ้ง!”

นีน่าได้ฟังก็แย้งขึ้นมาว่า “แต่เขาก็หล่อนะคะ..”

“แล้วหมอนั่นเดินเข้าไปร้านเดียวกับแองเจลาด้วย เราล่ะเป็นห่วงเพื่อนเราจริงๆ” นักเวทสาวมองตามเข้าไปในร้านด้วยความรู้สึกเป็นห่วงยิ่งกว่าเดิม

คุณหนูของตระกูลมิเรน่าเงยหน้าขึ้นมองพาหนะของชายลึกลับ “ไวเวิร์น.. คนที่เก่งทางนี้น่าจะเป็นคนของโซเลียนะ” เธอออกความเห็นเพราะที่นั่นเรียกได้ว่าเป็นดินแดนที่มีการเลี้ยงและใช้มังกรไวเวิร์นเป็นพาหนะมากที่สุดในเทียร่า

“อาจใช่.. หรืออาจไม่ใช่ก็ได้ค่ะ.. ใครจะไปรู้”

ยืนคุยกันไปคุยกันมาคนก็เริ่มมามุงเนื่องจากแผ่นดินซิมโฟเนียนั้นแทบจะหามังกรบินไม่ได้เลย ต่างคนก็พากันชี้ไม้ชี้มือไปที่เจ้าไวเวิร์นที่บินต่ำเหมือนกำลังรอเจ้านายของตนอยู่ บางคนถึงกับไปพาลูกมาดูเป็นบุญตา

แล้วเสียงจ้อกแจ้กจอแจก็เงียบหายไปเพราะเจ้าของไวเวิร์นเปิดประตูออกมาแล้วผิวปากหวือเรียกมัน เจ้ามังกรก็รู้แล้วโฉบมาใกล้ นักรบดำใช้ช่วงนี้กระโดดขึ้นไปอยู่บนหลังของมัน มังกรบินครางเสียงต่ำในลำคอ ก่อนจะบินหายไปทางตะวันออกอย่างรวดเร็ว

“อะไรของเขา?” นีน่าทำท่าเหวอเพราะต้องก้มหลบสายลมกรรโชกของไวเวิร์นที่โฉบมารับเจ้านายถึงที่

นาตาเลียมองตามเจ้ามังกรที่บินไปไกลลิบๆ แล้วก็ถอนใจเฮือก สาวน้อยบ่นกระปอดกระแปด “มาเร็วไปเร็วจริงๆ ไม่รู้จะรีบไปตายที่ไหน”

“…”
แองเจลาเดินออกมาจากร้านอย่างเชื่องช้า ดูเหมือนเธอกำลังใช้ความคิด จนชนนาตาเลียหกล้มลงไปกลิ้งหลุนๆ กับพื้น “ว้าย.. ขอโทษจ้ะนาตาเลีย” นักดาบหญิงอุทานแล้วช่วยพยุงเพื่อนสาวขึ้นมาปัดฝุ่น

นาตาเลียกระพริบตาปริบๆ “ไม่เป็นไร เราเองก็มัวแต่เหม่ออยู่”

“ท่านแองเจลาทำหน้าเครียดเชียว มีอะไรรึเปล่าคะ?” นีน่าชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาสีท้องฟ้าของเธอมองมาอย่างสงสัย

“ปะ.. เปล่านี่” แองเจลาตอบปัดๆ แล้วมือเล็กก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเพื่อนสาว นักดาบหญิงส่งสายตาเป็นประกายวิบวับ “นาตาเลีย ไปเดินเที่ยวกันต่อนะ บลูด้วย นีน่าด้วยนะ”

เมดสาวยิ้มๆ “ก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้วค่ะ”

“อืม.. ข้าก็อยากเลือกซื้ออะไรอยู่พอดี..” บลูพูดไว้ท่า ใครจะบอกตรงๆ ล่ะว่าอยากไปด้วยน่ะ

ทั้ง 4 คนจึงเดินเที่ยวต่อ โดยมีนีน่าเป็นไกด์คอยแนะนำเพราะดูเหมือนว่าสาวใช้คนเก่งคนนี้จะรู้จักกับคนแทบทุกคนและทุกร้านที่เดินผ่าน สามารถบอกได้หมดว่าร้านชื่อนี้เจ้าของร้านชื่ออะไร แองเจลายังคงยิ้มแย้มตลอดวันแต่ใครจะบอกได้ว่าในใจของเธอกำลังคิดอะไรอยู่

..เซน.. เจ้าคงจำข้าไม่ได้สินะ..
นักดาบหญิงถอนใจแผ่วเบาในขณะที่นาตาเลียกับนีน่ากำลังสนุกอยู่กับการเปิดหนังสือนิทานภาพสีสันสดสวยออกดู

..นั่นสินะ.. คนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ 100 ปีที่แล้วใครจะไปจำได้..
เนตรสีน้ำเงินเข้มของแองเจลาเหม่อมองไปทางทิศที่เธอคิดว่าเป็นทิศที่ตั้งของ ‘บ้าน’ อย่างเศร้าสร้อย

..ถ้าหาก เขายังมีชีวิตอยู่เหมือนเราก็คงจะดีนะ.. เซน.. การที่ได้เจอเจ้าโดยบังเอิญอย่างนี้มันทำให้ข้านึกถึงเขาคนนั้น.. คิดถึง.. จนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว..

แล้วนักดาบสาวก็กระซิบกับตัวเองด้วยเสียงอันแผ่วเบา น้ำตาหยดหนึ่งไหลจากหางตาผ่านแก้ม และตกลงสู่พื้นโดยไม่มีใครเห็น “ข้าคิดถึงเจ้าจริงๆ นะ.. คล็อด”
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Mon Apr 16, 2007 8:46 pm

บทที่ 6
ชะตากรรม


แม้ว่าจะเป็นยามค่ำคืน แต่ในเอลรอนก็ยังคงมีกลิ่นไออ่อนๆ ของดอกไม้ป่าโชยมาต้องนาสิกประสาท ดวงจันทร์สีเหลืองนวลลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า นัยน์ตากลมโตสีน้ำเงินเข้มดุจดังรัตติกาลของหญิงสาวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย

“นี่.. แองเจลา” หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของนัยน์ตาสองสีเอ่ยทักขึ้นเบาๆ เธออยู่ในชุดนอนสีเขียวตองอ่อนดูสบายตา

“คะ?” นักดาบหญิงขานรับอย่างสุภาพพร้อมเบือนดวงตาสีน้ำเงินเข้มไปสบ

บลูยกมือขึ้นกอดอกเพื่อบรรเทาความหนาวของอากาศ เธอเอนหลังพิงหน้าต่างที่เปิดรับแสงพระจันทร์ “ปะ.. เปล่าหรอก แค่อยากรู้น่ะ” คุณหนูของตระกูลมิเรน่าเสมองไปทางอื่น “ที่จริง.. ข้าเคยคิดมานานแล้วเจ้าดูเหมือนพวกคุณหนูมากกว่าข้าซะอีก..”

แองเจลาขยับมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ “ก็แล้วแต่ท่านจะคิดค่ะ แต่ถึงอย่างไร ตัวข้าก็ยังเป็นตัวข้า เรื่องนี้ไม่มีทางเปลี่ยนไปได้หรอก..”

บลูพูดพลางถอนหายใจเบาๆ “บางทีนะ เจ้าอาจเป็นมากกว่าที่คนอื่นเห็นก็ได้ อะไรที่มัน.. สูง.. สูงมากๆ”

เนตรสีเข้มทั้งสองเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาหม่นนั้นจะหายไป ริมฝีปากได้รูปของหญิงสาวขยับขึ้นลงเปล่งเสียงจากลำคอ

“ถามดวงดาวบนฟากฟ้านภาใส
เพราะเหตุใดใจข้าหวั่นสั่นเพียงนี้
โปรดสักนิดช่วยดลจิตข้าเสียที
ให้รู้ว่า.. ข้านี้เป็นอะไร..

อยู่ไกลกันมากแค่ไหนใจยิ่งหวั่น
อยู่ใกล้กันสักนิดคงชิดใกล้
อยู่ห่างกันอย่างนี้ข้าห่วงใย
อยากจะได้อยู่เรียงเคียงเช่นเคย

ความเหงาหวามหวงความห่วง
เป็นดังบ่วงมัดใจให้เฉลย
คงเป็นรักแน่แท้หนอข้าเอย
รักที่เคยเสาะหามาเนิ่นนาน

แต่ใยรักข้าไม่เป็นเช่นคนเล่า
ข้ารักเจ้าเจ้าไม่รู้ไม่สงสาร
ข้าเฝ้ารอเฝ้าแล้วนับชั่วกาล
เฝ้ารอวันดังวันวานที่มีกัน..”

พรายสาวยักคิ้วให้ข้างหนึ่ง “เพราะดี แต่มันเศร้านะ.. เจ้าไปจำมาจากไหนล่ะ?”

“ข้าแต่งเอง.. เอาไว้ท่องเวลาเหงาค่ะ” แองเจลาตอบแล้วก็เดินเอื่อยๆ ตรงเข้าหาหน้าต่าง ดวงตาสีน้ำเงินก็มองเหม่อขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง

“นี่.. แองเจลา.. เจ้าน่ะเคยมีน้องรึเปล่า?” บลูถามขึ้นทำลายความเงียบอีกครั้ง คนที่เอาแต่เหม่อจึงเบือนหน้ามามอง

“น้องสาวเหรอคะ?” สาวน้อยทวนคำ

คุณหนูแห่งตระกูลมิเรน่าพยักหน้ารับพร้อมกับส่งเสียง “อื้ม” ในลำคอเบาๆ

“มีค่ะ.. แต่ว่า..” เสียงของเธอเบาลง นัยน์ตาสีท้องฟ้ารัตติกาลหม่นลงจนคนถามรู้สึกผิด “ไม่ต้องเล่าก็ได้.. ข้าไม่อยากรู้แล้วล่ะ” ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มอ่อนโยนที่แองเจลาไม่เคยเห็นมาก่อน

“ที่จริงท่านก็ยิ้มสวยนี่คะ ทำไมถึงชอบยิ้มแบบประหลาดๆ ล่ะคะ?” สาวน้อยทำตาแป๋ว

บลูเสมองไปทางอื่นอย่างอายๆ “ก็.. แหม.. มันชินน่ะ”

แองเจลาได้ยินก็แอบกลั้นหัวเราะนึกไม่ถึงว่าคุณหนูจอมเฮี้ยวจะทำท่าอาย “ยิ้มอย่างเมื่อครู่น่ะสวยกว่าเยอะเลยค่ะ เอ้า!จริงๆ นะคะ ข้ารับรองได้” นักดาบหญิงตีหน้าเคร่งตอนพูดประโยคสุดท้ายเมื่อบลูมองมาด้วยสายตาไม่เชื่อ

“ส่วนเรื่องน้องสาวของข้าน่ะนะ นางสวย ข้าว่าสวยกว่าข้าอีกนะ ดวงตาสีน้ำเงินสวยมากเหมือนมีประกายดาวอยู่ ผมของนางเป็นสีชาล่ะ เซน่า.. เอ่อพี่เลี้ยงของข้าบอกว่านางน่ะเหมือนพ่อ แต่ข้าเหมือนแม่มากกว่า.. นางเป็นคนซื่อๆ ใสๆ เลยมีคนชอบนางมาก..” แองเจลาพูดถึงน้องสาวอย่างมีความสุข

“..เหรอ.. ข้าไม่รู้หรอกนะ เพราะข้าไม่มีน้อง..” เนตรสองสีหม่นลงเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสดใส ริมฝีปากสวยขยับยิ้ม “งั้นเจ้ามาเป็นน้องข้าไง ข้าอยากมีน้องมานานแล้ว เจอหน้าทีก็ได้ยินแต่รีน่าบ่นเรื่องน้องชายตัวแสบตลอดเลย”

“..ก็ยิ้มได้นี่คะ ท่านพี่” นักดาบหญิงเอ่ยแซว

“เจ้าตกลง?”

“ค่ะ” นักดาบหญิงที่บัดนี้อยู่ในชุดนอนปาจามาสีชมพูสว่างตอบรับ แล้วจึงล้วงมือลงไปในถุงเก็บของสารพัดที่ใส่ของได้เกินขนาดถุง เธอหยิบเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งออกมาจากถุง

แองเจลาย่อตัวลงเล็กน้อย เธอถามด้วยรอยยิ้ม “ข้าทราบมาว่าชาวเอลฟ์มีเสียงที่ไพเราะ ท่านพี่ช่วยเป็นนักร้องให้ข้าสักเพลงได้ไหมคะ?”

บลูยิ้มหวานในแบบที่ ‘น้องสาว’ บอกว่าสวย นักดาบหญิงที่เปลี่ยนตัวเองเป็นนักดนตรีก็จรดขลุ่ยที่ริมฝีปากไร้เครื่องประทิน นิ้วเรียวเล็กขยับไปมาบนรู แล้วเสียงก็ดังขึ้นเป็นท่วงทำนองของเพลงหวาน พรายสาวหลับตาลงอย่างช้าๆ

แล้วน้ำเสียงหวานเสนาะก็ดังขึ้นจากปากของบลู มิเรน่า เป็นทำนองของเพลงรักหวานซึ้งกินใจชวนให้เคลิบเคลิ้ม เสียงเรไรดังคลอเบาๆ ราวกับจะช่วยประสานเสียง เป็นดนตรีแห่งพนาของนางพรายที่คอยขับกล่อมนิทราให้กับจิตวิญญาณทั้งหลายทั้งมนุษย์ สัตว์ ต้นไม้ ต้นหญ้า ตราบจนกระทั่งเหล่าเอลฟ์..

“ถ้ามีโอกาส.. สักวันท่านจะได้รู้ค่ะว่าข้าเป็นใคร ท่านพี่.. ข้าขอสัญญากับท้องทะเลแห่งดวงดาวเหล่านี้..” เสียงกระซิบแผ่วเบาของแองเจลาคงเป็นเสียงสุดท้ายที่คุณหนูแห่งตระกูลมิเรน่าได้ยิน

...

“ว่างๆ แวะมาอีกนะที่นี่ยินดีต้อนรับเสมอ แล้วข้าจะรอนะ”
เสียงของบลูยังคงได้ยินชัดเจนในห้วงคิดของแองเจลา รอยยิ้มที่แสนสวยจนนีน่าคงอยากเอ่ยปากถามเธอว่าไปทำอะไรกับคุณหนูของเธอ แค่คิดก็ทำให้หญิงสาวอดอมยิ้มไม่ได้ แม้ว่าจะล่วงเข้าวันที่ 2 หลังจากออกมาจากเอลรอนแล้วก็ตาม

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีความสุขจริงนะ” นาตาเลียเหล่ตาแซวเพื่อนสาว

“เอ้า.. ก็ฉันมีความสุขนี่ คิดถึงความหลัง” แองเจลาตอบอย่างฉะฉานพร้อมรอยยิ้มละไมบนใบหน้า

...

“เจ้าหญิงเพคะ” น้ำเสียงออกหวาน แต่ราบเรียบไร้อารมณ์ดังขึ้นในห้วงความคิด

“เจ้าเป็นใคร?” เสียงใสของเด็กหญิงถามกลับทันควัน ดวงตาสีน้ำเงินเข้มสวยจับจ้องคนที่คุกเข่าอยู่ต่อหน้าแน่นิ่ง

“เซน่าเพคะ..” หญิงสาวในชุดอัศวินวิหารเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก่อนจะต่อประโยคที่ค้างไว้จนจบ “องครักษ์ของเจ้าหญิงเพคะ”

เจ้าหญิงน้อยผุดลุกขึ้นจากเตียง เธอตวาดลั่นพร้อมชี้นิ้วออกไปที่ประตู “ข้าไม่เคยต้องการ และจะไม่ต้องการด้วย! แล้วเจ้าก็ออกไปจากห้องข้าได้แล้ว!”

“..เพคะ” ผู้มีศักดิ์ต่ำกว่าค้อมหัวเล็กน้อยแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย แต่ก่อนจะเปิดประตูห้องนางหันกลับมาบอกกับผู้เป็นนายด้วยใบหน้าที่เฉยชา “ข้าจะทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง.. แต่ข้าขอร้องท่าน.. เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น..”

“อย่าไล่ข้าไปเลยนะเพคะ ข้าตั้งใจที่จะเป็นคนดูแลองค์หญิงจริงๆ นะเพคะ” ดวงตาสีมรกตมีประกายความเอาจริงฉายอยู่เต็มเปี่ยม เจ้าหญิงเห็นความตั้งใจจริงในดวงตาคู่นั้นจึงผ่อนลมหายใจ นัยน์เนตรสีท้องฟ้ารัตติกาลอ่อนแสงลง “ก็ได้.. เจ้า... เซน่าสินะ ข้ายอมรับเจ้า”

อัศวินหญิงย่อกายลงต่ำทำความเคารพ “ขอบพระทัยเพคะ”

“งั้นสิ่งแรกที่เจ้าจะต้องทำความเข้าใจ.. คือเจ้าไม่ใช่คนรับใช้ ไม่ใช่ทหาร แต่เจ้าจะเป็นเพื่อนและเป็นพี่สาวให้ข้า..” ราชนิกูลตัวน้อยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“เพคะ..”

“งั้น.. งานแรกนะ ไปหาอะไรให้ข้ากินหน่อยสิ ข้าหิวจัง นะเซน่า..” เจ้าหญิงน้อยใช้คำออดอ้อนแทนที่จะเป็นคำสั่ง องครักษ์สาวได้ยินก็ถึงกับลืมเก๊ก เผลอยิ้มหวานออกมา “ได้ตามสั่งเพคะ”

“เจ้ายิ้มสวย..”

“ถ้างั้นหม่อมฉันจะยิ้มให้บ่อยๆ นะเพคะ..”

...

“นี่เซน่า จริงรึเปล่าที่ว่าท่านพ่อหาองครักษ์ให้ข้าอีกคนน่ะ”

“จริงเพคะ” เซน่าเอ่ยตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้ามาเปิดม่านรับแสงยามเช้า “เป็นเด็กผู้ชาย อายุพอๆ กับองค์หญิงเพคะ ท่านเซซิลคงอยากให้องค์หญิงคบเพื่อนผู้ชายบ้าง ก็เจ้าหญิงไม่ยอมคุยกับผู้ชายคนไหนเลยนอกจากคนสองคนคือท่านเซซิลกับท่านคิดนี่เพคะ”

“เซน่า!” เจ้าหญิงทำหน้างอ “เดี๋ยวสั่งตัดเงินเดือนซะหรอก ชอบมาแขวะข้าดีนัก”

องครักษ์สาวยิ้มแล้วหัวเราะเบาๆ “ท่านไม่กล้าหรอกเพคะ ท่านเป็นคนขี้สงสารออกจะตาย”

“เซน่า! เจ้านี่ชักจะรู้จักข้ามากกว่าตัวข้าแล้วนะเนี่ย” ราชนิกูลตัวน้อยสะบัดหน้าหนีอย่างงอนๆ เมื่อเห็นองครักษ์คนสนิทไม่ยอมง้อตามปกติก็เลยต้องเลิกงอนเอง “แล้วหมอนั่นเป็นยังไง เก่งไหม?”

เซน่าเบือนดวงตาสีมรกตมาสบกับดวงตาอีกคู่ “ท่านสนใจด้วยหรือเพคะ?”

“โธ่เซน่าก็.. ข้าก็อยากรู้ว่าท่านพ่อจะเอาใครมาแกล้งข้าอีก คราวที่แล้วก็เจ้า.. คราวนี้จะเป็นคนยังไงน้า..” เจ้าหญิงหงายหลังนอนลงบนเตียงนุ่มจนตัวกระดอน

“หม่อมฉันว่าถ้าฝีมือไม่แน่จริงและไว้ใจไม่ได้ ท่านเซซิลคงไม่เลือกให้มาดูเจ้าหญิงสุดยุ่งของหม่อมฉันหรอกเพคะ” เซน่าตอบหน้าตาย

เจ้าหญิงหลุบตาลงช้าๆ “นั่นสินะ.. แต่เอ๊ะ! นี่เจ้าแอบว่าข้าอีกแล้วนี่นา” ร่างเล็กผุดลุกขึ้นจากเตียง แล้วโวยลั่น “ต้องหักเงินเดือน!!!”

...

“หมั้น?” เจ้าหญิงน้อยที่บัดนี้อายุเกือบครบ 16 ปีตะโกนลั่น

พระราชาและราชินีพยักหน้ารับคำถามของเจ้าหญิงองค์โต “ใช่.. เจ้าจะต้องหมั้นกับลูกชายของราเวน”

“ลูกชายของท่านน้าราเวน คนที่หม่อมฉันไม่เคยแม้รู้จักชื่อรึเพคะ? ท่านพ่อ ท่านแม่ทำกับลูกอย่างนี้ได้อย่างไรเพคะ? ทำไมไม่คิดถึงใจลูกบ้าง” เจ้าหญิงพูดตัดพ้อด้วยความน้อยใจ แล้วจึงวิ่งหายลับไป

เซน่าเปิดประตูเข้ามาในห้องบรรทมของเจ้าหญิง องครักษ์สาวปลอบโยน “ไม่เป็นไรเพคะ อย่ากรรแสงเลย”

“ฮือ.. เซน่า ข้าจะไม่ได้แต่งงานกับคนที่ข้ารัก.. มันเป็นหน้าที่ใช่มั๊ย เจ้าหญิงก็มีหน้าที่ของเจ้าหญิง พระราชาก็มีหน้าที่ของพระราชา แต่หน้าที่ของพ่อต่อลูกล่ะ?” เจ้าหญิงโผเข้าหาเซน่าที่เป็นแทบทุกอย่างให้กับเจ้าหญิงองค์นี้ เซน่าเป็นทั้งองครักษ์ ทั้งพี่เลี้ยง เป็นทั้งพี่สาว เป็นทั้งเพื่อน..

“ความรักกับหน้าที่.. บางทีมันก็ขัดแย้งกันเพคะ..” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


เนเธเน‰เน„เธ‚เธฅเนˆเธฒเธชเธธเธ”เน‚เธ”เธข เน€เธกเธทเนˆเธญ Sat Apr 28, 2007 7:19 pm, เธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธกเธ” 1 เธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Mon Apr 16, 2007 8:47 pm

...

“เปลวไฟจากใต้พิภพเอ๋ย.. จงกลายเป็นเสาเพลิงเผาผลาญศัตรูแห่งข้า......” นักบงการธาตุสาวชูขวานสามเหลี่ยมสีม่วงขึ้นเหนือศีรษะ

“วัลคานิค อีรัปชั่น (Vulcanic eruption เพลิงนรกภูเขาไฟ)”

สิ้นเสียงร่ายคาถาของนาง ขวานสามเหลี่ยมก็ปักฉึกกับพื้น เกิดรอยแยกเป็นแนวตรงไปทางอัศวินสาว เซน่ามองมาที่เจ้าหญิงเป็นครั้งสุดท้าย "ลาก่อน.. น้องสาวที่รัก.." นัยน์ตาสีเขียวมรกตทั้งคู่ก็ค่อยๆ หลุบลงอย่างช้าๆ เหมือนรู้ชะตากรรมของตัวเอง..

...

ภาพนั้นปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในมโนสำนึกของหญิงสาว ภาพแห่งฝันร้ายที่ไม่มีทางลบเลือน ภาพที่ทำให้แองเจลาไม่สามารถกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาได้..

เซน่า ทำไมเจ้าต้องตาย... ทำไมคนที่ตายวันนั้นถึงไม่ใช่ข้า?..

หญิงสาวชะลอฝีเท้าลงจนหยุดนิ่ง คนเป็นเพื่อนเห็นผิดปกติจึงหันกลับไปมอง “แองเจลา เป็นอะไรน่ะ..”

หยาดน้ำใสคลอเต็มดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่กลมโตของหญิงสาวก่อนที่จะรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย..

“แองจี้!” นาตาเลียอุทานอย่างใจเสีย นักเวทมนตร์สาวก้าวเท้าฉึบๆ ตรงมาหาเพื่อนสนิท “เธอเป็นอะไรรึเปล่า?”

แองเจลาได้แต่ส่ายหัวปฏิเสธ “..แค่คิดถึงอะไรบางอย่างที่มันไม่น่าจำน่ะ”

นาตาเลียขมวดคิ้วอย่างสงสัย “เล่าให้เราฟังได้มั๊ย?”

“รอให้ฉันพร้อมก่อนเถอะนะ.. ฉันสัญญาว่าจะเล่าให้ฟัง” นักดาบหญิงพูดด้วยเสียงสั่นเครือ มือเล็กๆ ยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่เป็นม่านบังออกจากดวงตาคู่สวย “เราไปต่อเถอะ อีกไม่นานก็ถึงบ้านแล้วไม่ใช่เหรอ”

นาตาเลียพยักหน้าหงึก เธอจับเส้นผมสีน้ำตาลหนานุ่มรวบแล้วซ่อนไว้ใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาลอมส้มของนักเวทมนตร์ “ไม่เป็นไรแน่นะ?”

เมื่อเห็นเพื่อนสาวพยักหน้ารับ เธอก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วออกเดินต่อ

..แองเจลา ทำไมเธอต้องเก็บมันไว้คนเดียวด้วยนะ..

...

บรู๊วววววววววววววววว

เสียงหอนโหยหวนของสุนัขป่าทำให้นาตาเลียสะดุ้งเฮือก นัยน์ตาสีน้ำตาลจางหันมองตามต้นเสียงทันที “หมาป่าขาว.. แองเจลาระวังตัวล่ะ”

แองเจลาชักเอา ‘ละอองดารา’ ออกมาจากช่องว่างในอากาศ มือขวากุมด้ามดาบแน่น

กรร..

ตุบ! พลั่ก!

“เสียงต่อสู้นี่ แสดงว่าคงมีใครกำลังสู้กับมัน รีบไปดูกัน” นักดาบสาวเสกดาบเล่มใหม่ให้หายไปแล้วลากเพื่อนตามเสียงต่อสู้ไป

สองคนแหวกผ่านพุ่มไม้หลายพุ่มจนกระทั่งมาถึงชายป่าที่มีแต่ไม้พุ่มเตี้ยๆ นาตาเลียสะกิดแองเจลาพลางทำหน้าเหยๆ “แองเจลา.. ทะ.. ที่ไหล่..”

แองเจลาเมื่อมองตามนิ้วของนักเวทมนตร์ก็พบอะไรบางอย่างดิ้นขยุกขยิกอยู่..

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

“เอาออกไปที เอาออกไปที” นักดาบหญิงแทบจะเต้นเมื่อพบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญขึ้นมานั่งบนไหล่ของเธอ

“อะ.. เอาออก.. เอาออก..” นาตาเลียก็เหวอไม่แพ้กัน เธอทำหน้าตาเลิ่กลั่กไม่รู้จะทำยังไงดี

แล้วพุ่มไม้ข้างหน้าก็ไหวยวบ เสียงซวบซาบดังออกมาจากพุ่มไม้สีเขียวสดนั้น!

“ยัยแองจี้เธอจะกรี๊ดดดดดดด ทำไม” คนที่แหวกพุ่มไม้เข้ามาก่อนเลียนเสียงกรี๊ดของนักดาบสาวนามแองเจลาที่กำลังทำตาแดงๆจะร้องไห้ เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาจัดว่าดีคนหนึ่ง ผมสีดำตัดสั้นด้านหน้าทำไฮไลท์ด้วยสีขาวดูดีในระดับหนึ่ง ที่หน้าผากคาดด้วยผ้าสีเขียวอ่อนตกแต่งด้วยแผ่นโลหะจากชุดเกราะสีเงิน เสื้อสีเขียวอ่อนคาดทับด้วยเกราะไหล่ซีกซ้ายเพียงข้างเดียว และดาบเล่มใหญ่ที่เขาลากมากับพื้นตลอดทาง บ่งบอกถึงสายอาชีพของชายหนุ่มคนนี้

นาตาเลียรีบปรี่เข้ามาดึงตัวคนปากดีไปหาแล้วชี้บางอย่างให้ดูอย่างกล้าๆ กลัวๆ “หือ? หนอนนี่นา ชินเมโจไต๋?” คนเป็นนักรบรับจ้าง<mercenary> ที่ถูกลากมาขมวดคิ้วถาม

“ก็ใช่น่ะสิ เอาออกไปให้ทีสิ” คนขอร้องน้ำตาแทบไหลพราก จนคนถูกขอร้องอดขำไม่ได้ เขาชูมือขวาขึ้นแล้วง้างนิ้วดีดดังเฟี้ยว และแล้วเจ้าหนอนผู้เคราะห์ร้ายกระเด็นหายวับไปในพงไม้

“ขะ.. ขอบใจนะ..ไบรอัน” แองเจลาว่าแล้วก็ทรุดลงไปนั่งแหมะกับพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด หนอน” อีกเสียงดังขึ้นจากทางที่ไบรอันดีดหนอนไปแทบทันที คนต้นเรื่องเกาหัวยิกคิ้วผูกเป็นปม ด้วยลืมไปว่าทางนั้นมีคนอยู่อีก

“ไบรอัน...นายใช่ไหม? จงใจแกล้งกันใช่มั๊ย?” น้ำเสียงของคนถูกหนอนเย็นยะเยือก ออร่าแห่งความโกรธแผ่ออกจากร่าง หล่อนก้าวฉับ ฉับ ตรงมาหาไบรอันที่ยืนหน้าซีดเพราะเห็นเคียวยมทูตในมือของสาวน้อยที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นปีศาจสาว นัยน์ตาสีม่วงลาเวนเดอร์ฉายแววอาฆาต ใบหูเหมือนสุนัขตั้งขึ้นคอยรับฟังเสียงเคลื่อนไหว หางฟูๆ สะบัดไปมาเป็นการระบายอารมณ์ ผมสีม่วงกำลังพลิ้วตามแรงอารมณ์ ชุดยาวที่ดูรุ่มร่ามไหวตามเส้นผมยาวสวยนั้น

“อะ.. เอ่อ.. คุณเอ่อ.. คุณเป็นใครเหรอ?” เสียงสวรรค์(ของชายหนุ่มที่ชื่อไบรอัน)ดังขึ้นจากข้างหลังของคนก่อเรื่อง นาตาเลียมองมาที่เจ้าของเคียวอย่างผวาๆ

“เอ๋? คะ..” เจ้าของเคียวสังเกตเห็นอีกสองคนที่อยู่ข้างหลังไบรอันจึงเสกเคียวให้หายไป ทำให้เขาลอบถอนใจออกมาด้วยความโล่งอกแล้วหันไปทำหน้าขอบคุณคนช่วยไว้ทันเวลา
..เฮ้อ...รอดตัวแล้วสิเรา

“แองเจลาคนนี้ชื่อคาเรน ควอเทอร์ เรารู้จักกันตอนไปอาชูรา” ไบรอันบอกพลางชี้นิ้วไปที่หญิงสาวเชื้อสายฮาล์ฟตรงหน้า “คาเรนไม่ค่อยคุยกับคนแปลกหน้า เธอเหมือนกับนาธานอ่ะแหละ”

“แองเจลา เฟรย์อาร์ค่ะ ยินดีที่รู้จัก” แองเจลาว่าแล้วยื่นมือไปจับกับคาเรนที่ยังมีทีท่าเขินๆ อยู่หูของเธอลู่ลง “คาเรนน่ารักจังนะคะ” ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้คาเรนหน้าแดงขึ้นไปอีก หางสุนัขตวัดไปมาด้วยความขวยเขิน นาตาเลียมองแล้วพยักหน้าอืมๆ เหมือนกับว่าเคยเห็นตัวเองในเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน

ไบรอันหันมาจ้องด้วยสายตาแปลกๆ แต่ก็ต้องเลิกเพราะโดนสายตาดุของคนชมส่งมาขู่ “ฉันชมว่าคาเรนน่ารัก นายมีปัญหาอะไร?”

“เปล๊า!” นักรบรับจ้างผิวปากหวือทิ้งดาบลงกับพื้นแล้วทรุดตัวลงนั่งพิงต้นไม้ นักดาบสาวจึงละสายตาจากจอมกวนหันไปมองคนเป็นเพื่อนสนิท

“แล้วนั่นนาธาน เกรย์สโตน เป็น ‘แฟน’ ค่ะ” แองเจลายิ้มหวานแต่คนเป็นแฟนยืนอึ้งรับประทานไปเรียบร้อยแล้ว

“ปะ.. เป็นแฟนเหรอคะ?” คาเรนถาม

“อะ.. อืม” นาตาเลียพยักหน้ารับหงึกๆ ให้แนบเนียนด้วยไม่อยากให้ความลับแตก

แซ่ก.. แซ่ก..
พุ่มไม้ไหวอีกครั้ง คาเรนหันกลับไปมองแล้วตะโกนเรียก “คล็อด ทางนี้”

..คล็อด?..
แองเจลาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แล้วสายตาก็มองตรงไปที่พุ่มไม้ที่ไหวๆ

“ไม่รอกันเลยนะ” เสียงชายหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับมือที่แหวกพงรกออกมา หนุ่มน้อยหน้าตาดีที่บัดนี้กำลังขมวดคิ้วเพราะเศษหญ้าติดเต็มตัวไปหมด “แล้วนี่.. ดันผ่าดงรกออกมาอีก”

..คล็อด!.. ใช่เจ้าจริงๆ รึเปล่า?
แองเจลาทำหน้าแปลกใจ เธอเดินตรงเข้าไปหาเด็กหนุ่มในชุดเกราะสีน้ำเงินของนักรบกลาดิเอเตอร์ เนตรสีท้องฟ้ารัตติกาลมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า พลันสายตาก็ไปสะดุดกับอัญมณีสีน้ำเงินบนเครื่องประดับ ‘กุญแจพระจันทร์’ สวมไว้ที่ข้อมือข้างซ้าย เหมือนอย่างที่ต่างหูของเธอ

..ไม่ผิดแน่ คล็อดแน่ๆ! เขายังเหมือนเดิม.. เขาอยู่ตรงนี้..

“เอ่อ..” คล็อดเอ่ยขึ้น นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเขามองมาที่แองเจลาเหมือนกัน เรือนผมสีบลอนด์ของเขาที่ถูกรวบไว้ที่ท้ายทอยเปรอะไปด้วยเศษหญ้า “..เราเคยพบกันมาก่อนรึเปล่า?”

ประโยคนั้นทำเอาหญิงสาวตะลึงค้าง ก่อนที่จะค่อยๆ ก้มหน้าลงช้าๆ เธอส่ายหน้าเร็วๆ เป็นการปฏิเสธ “ไม่เคยค่ะ.. ขอโทษด้วยฉันคงต้องขอตัวก่อน”

แองเจลารีบวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้น ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองมาด้วยความสับสน นาตาเลียทำท่าจะวิ่งตามไปแต่ด้วยความซุ่มซ่ามจึงสะดุดต้นหญ้าล้มลง เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาเพื่อนสาวก็ไม่อยู่แล้ว นักเวทมนตร์พึมพำกับตัวเองว่า “แองเจลาเป็นอะไรไปนะ..”

แองเจลาวิ่งอย่างสุดฝีเท้า วิ่งไปให้ไกลจากที่นั่นที่สุด ไกลเท่าไรยิ่งดี เพราะน้ำใสๆ มันร่วงจากดวงตาสีน้ำเงินเข้มทั้งคู่ออกมาไม่หยุด เธอกลั้นมันไว้ไม่ไหวแล้ว..

..ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย เขาจำเราไม่ได้ เขาจำเราไม่ได้!!..

ในที่สุดนักดาบสาวก็วิ่งต่อไปไม่ไหว ขาอันอ่อนล้าทรุดลงกับพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม เธอปล่อยโฮลั่น หนึ่งปีที่หล่อหลอมจิตใจเธอให้เข้มแข็งกลับสูญเปล่า น้ำตาของเธอมันไม่ยอมหยุดไหล เธอได้แต่สะอื้นไห้อยู่อย่างเดียวดาย

..ข้าเคยหวังว่าจะได้พบเขาอีก แต่มันไม่ใช่แบบนี้ ต้องไม่ใช่แบบนี้แน่!

..ปล่อยให้ข้าข้ามกาลเวลามาอย่างเดียวดาย.. 100 ปี 100 ปีข้างหน้า ช่วงเวลาที่ข้าไม่เคยแม้จะคิดถึง แต่แล้วข้าก็ได้พบกับเขา คนที่เคยเคียงข้างข้าตลอดมา คนที่ข้าเฝ้าภาวนาให้ปลอดภัย คนที่ข้ารอคอยเพื่อจะได้พบเป็นแรมปี เขาได้ข้ามกาลเวลามาพร้อมกับตัวข้า! แต่ว่าท่านกลับทำอย่างนี้กับข้า ทำให้เขาจำข้าไม่ได้ เทพีเทียน่า ท่านเล่นตลกอะไรกัน! ท่านใจร้าย! ใจร้ายที่สุด!!!


เนเธเน‰เน„เธ‚เธฅเนˆเธฒเธชเธธเธ”เน‚เธ”เธข เน€เธกเธทเนˆเธญ Sat Apr 28, 2007 7:20 pm, เธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธกเธ” 1 เธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
ReshaValentine
นักเรียนมัธยม
นักเรียนมัธยม
avatar

Female
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 145
อายุ : 26
สังกัด : โทโฮคลับ
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Tue Apr 17, 2007 12:32 pm

เดี๋ยวรออ่านตอนที่18เลยดีก่า *-*

เอามาลงเรื่อยๆเน้อ~~
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://members.thai.net/animeost/index.html
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Tue Apr 24, 2007 7:17 pm

บทที่ 7
เมืองไร้สายลม คาล์ม


“กงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มหมุนแล้วสินะ.. ซีรีน”
ดวงตาสีเหล็กจ้องมองลูกแก้วผ่านผ้าคลุมหน้าผืนบางที่ใช้ซุกซ่อนแววตาหนักใจของเจ้าของ ลูกแก้วที่ตั้งอยู่ตรงหน้ากำลังเปล่งแสงสีนวลพร้อมกับสิ่งที่เหมือนกลุ่มควันเคลื่อนไหวอยู่ภายใน


สตรีที่บอกได้ว่างดงามแม้ว่าใบหน้าครึ่งหนึ่งจะถูกบดบังไว้ด้วยอาภรณ์สีม่วงอ่อน เจ้าของดวงตาสีเหล็กระบายลมหายใจอย่างเศร้าหมอง “ ‘เจ้านั่น’ กำลังจะกลับมา.. ยุคแห่งความหายนะที่เคยปกคลุมทั่วทั้งเทียร่ากำลังส่งเสียงเรียกร้อง”

“ข้าทราบค่ะท่านอาจารย์.. เอ่อ.. ท่านแม่” ‘ซีรีน’ หญิงสาวร่างโปร่งใสผู้มีเรือนผมสีเงินสวยกล่าวตอบอย่างอ่อนน้อม เนตรสีเดียวกันหลุบลงต่ำด้วยอารมณ์เศร้าหมอง “เพราะว่าศิลาแห่งสายลมถูกแย่งชิงไปได้.. ข้าไม่มีความสามารถพอที่จะปกป้องมัน.. แถมยังเกือบ.. เกือบทำให้..”

ผู้เป็นมารดาเพียงส่ายหน้า “อย่าโทษตัวเอง.. ซีรีน”

“แต่..” เจ้าของร่างโปร่งใสเหมือนวิญญาณเอ่ยค้าน

“เป็นห่วงลูกสินะ” นัยน์ตาสีเหล็กมองลอดผ่าอาภรณ์สีม่วงอ่อนมาด้วยแววอ่อนโยน “เขาจะไม่เป็นไร.. ข้าเชื่ออย่างนั้น”

“..ค่ะ ท่านแม่” ซีรีนย่อตัวลงคำนับเชื่องช้า ก่อนที่ร่างอันโปร่งใสของนางจะค่อยๆ จางหายไปในอากาศ

สตรีผู้ปิดบังใบหน้าด้วยผ้าคลุมเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพึมพำกับตัวเอง “...คงเพราะโชคชะตาเล่นตลกล่ะมั้ง”



“แองเจลา!” เสียงของนักเวทมนตร์สาวในคราบเด็กหนุ่มดังขึ้นหลายต่อหลายครั้งแต่ทุกครั้งก็ไม่มีแม้เสียงตอบรับ

“นาธาน.. แองเจลาเป็นอะไรของเขาคะ?” สาวน้อยผมสีม่วงผู้มีสายเลือดเผ่าพันธุ์ฮาล์ฟซึ่งมีลักษณะเป็นมนุษย์กึ่งสุนัข หันไปถามนาตาเลียอย่างสงสัย

นาตาเลียส่ายหน้าดิกอย่างเหนื่อยใจ “เราก็ไม่รู้เหมือนกัน..”

“แล้วทำไม.. ไม่ให้สองคนนั่นช่วยตามหาด้วยล่ะคะ?” คาเรนถามพลางทำหูลู่ตก ดวงตาสีลาเวนเดอร์ทั้งคู่เต็มไปด้วยประกายของความสงสัย

นาตาเลียมุ่นคิ้ว เธอยกมือขึ้นมากอดอก นัยน์ตาสีน้ำตาลจางฉายแววไม่สบอารมณ์ “ไอ้หมอนั่น เอาไปก็มีแต่ยุ่ง พูดก็มากน่ารำคาญ”

คาเรนหัวเราะคิกคักแล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “อ้าว แล้วคล็อดล่ะ?”

“เธอก็เห็น ว่าแองเจลาเห็นเขา เอ่อ.. คล็อดใช่มั๊ย?” นาตาเลียหันไปสบตาเพื่อย้ำ เมื่อคาเรนพยักหน้าหงึกให้จึงพูดต่อ “..ก็วิ่งหนีไปเลย”

“ทำไมเราไม่รู้หรอกนะ แต่เอาเป็นว่าช่วยกันหาแองเจลาก่อนเถอะ” นาตาเลียว่าแล้วออกเดินจ้ำพรวดๆ ต่ออย่างใจร้อน แต่เท้าเจ้ากรรมดันสะดุดกับท่อนไม้จนกลิ้งหลุนๆ ลงจากบนเนินหญ้า

ตูม! ซ่า!
เสียงน้ำสาดกระจาย คาเรนได้ยินก็เบ้หน้าพร้อมกับยกมือปิดหู สมองก็จินตนาการถึงสภาพของเพื่อนใหม่ที่สภาพตอนนี้คงไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำซักเท่าไหร่

“แง.. ช่วยด้วย เราว่ายน้ำไม่เป็น!!!”
เสียงแหลมแว้ดขึ้นมาอย่างลืมตัว

“วะ.. ว่าไงนะคะ?” คาเรนสะดุ้งโหยงรีบวิ่งตรงไปยังที่เกิดเหตุ และก็โชคดีประสบเหตุการณ์เดียวกัน “ว้าย!!!”

ตูม!! ซ่า!..

“นาธาน.. อยู่ไหน” คาเรนผุดขึ้นจากน้ำ เธอสะบัดน้ำออกจากหัวแล้วมองหาคนว่ายน้ำไม่เป็น “นาธาน!”

หมับ!
นักเวทมนตร์ผู้ว่ายน้ำไม่เป็นตะเกียกตะกายโผเข้ากอดคนผมสีม่วงที่ลอยคอทำหน้าเลิ่กลั่ก เธอเบนดวงตาสีลาเวนเดอร์มามอง พอเห็นท่าทางของอีกคนก็อมยิ้ม “ไม่เป็นไรน้ำตรงนี้หยั่งเท้าถึงไม่จมหรอกค่ะ”

นาตาเลียกระพริบตาปริบๆ ลองหยั่งเท้าก็พบว่าน้ำไม่ลึกอย่างที่คาเรนบอกจริงก็ก้มหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะความอายหนี แต่สองมือที่กอดสาวน้อยไว้ก็ไม่ยอมปล่อยจนคาเรนเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเสียงแหลมสูงเมื่อครู่และ.. อะไรที่สัมผัสได้ที่หน้าอก!
“นะ.. นาธาน”

คนถูกเรียกหันมามองหน้าคนที่กำลังกอดอยู่ก็ชักเริ่มรู้สึกตัว มุมปากกระตุกขึ้นเป็นยิ้มแหยๆ มือที่กอดหญิงสาวแน่นก็ปล่อยออกรีบผละหนีออกห่าง “คะ.. คาเรน เราไม่ได้ตั้งใจ”

“นะ.. นาธาน.. เป็น.. ผู้หญิง” เสียงตะกุกตะกักที่ดังออกมาจากปากสาวน้อยผมสีม่วงทำให้คนตรงหน้าแทบตะโกนดังๆ ออกมา

..ซวยสนิท..
นาตาเลียตบหน้าผากตัวเองดังป้าบ อยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอด

..เอาก็เอาวะ..
เธอสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะตอบไปอย่างกล้าหาญ “ก็ใช่น่ะสิ ถึงหน้าอกจะแบนเป็นไข่ดาวอย่างนี้ก็เถอะ!”

...

ไม่นานนักในป่าอีกด้านหนึ่ง..
แองเจลาที่เผลอหลับไปชั่วครู่ก็ได้สติเพราะเสียงฝีเท้าสองคู่ที่ย่ำลงบนใบไม้แห้ง มันค่อยๆ ใกล้เข้ามา นักดาบหญิงแสร้งทำเป็นหลับต่อแต่ก็พร้อมรับมือศัตรูที่กำลังจะมาถึง

อีกประมาณ 3 ก้าว..
สองคน พอรับมือไหว เธอกระซิบบอกกับตัวเอง

และแล้วเจ้าของฝีเท้าก็เดินมาถึง นักดาบหญิงลืมตาโพลงเรียกดาบละอองดาราไว้ในมือพร้อมกับตวัดดาบไปข้างหน้า “ย่าห์”

“เหวอ!!!” น้ำเสียงและใบหน้าที่คุ้นตาทำให้แองเจลาถึงกับยิ้มเจื่อนๆ แล้วลดดาบในมือที่กำลังจ่อคอหอยของนักเวทมนตร์สาวเพื่อนสนิทลง เธอสะบัดมือให้ดาบคู่ใจเล่มใหม่ให้หายไปในอากาศ “ขอโทษที..”

“ยายบ้า จะฆ่ากันรึไง” นาตาเลียมองเพื่อนสาวด้วยตาขวางๆ เธอทำเสียง ‘ฮึ’ ในลำคอ

นักดาบสาววิ่งเข้าไปกอดพะเน้าพะนอเป็นการง้อ “โอ๋ๆ ดีกันนะ”

“ไม่” นักเวทมนตร์สาวเชิดหน้าใส่ จนแองเจลาหันไปบอกคนที่มาด้วยกันกับเพื่อนของเธอให้ช่วยง้อ “คาเรน.. ช่วยฉันง้อหน่อยนะ”

คาเรนทำหูตก แล้วเดินเข้ามาหานาตาเลียด้วยท่าทางเหมือนแมวน้อยน่าสงสาร ดวงตาสีลาเวนเดอร์กระพริบปริบๆ “นาธาน...”

ปกติแค่คนเดียวก็ต้องยอมใน 5 นาทีแต่นี่ 2 คนแถมคนหลังยังมีวิชาง้ออันแก่กล้า ความใจอ่อนของนาตาเลียจึงออกฤทธิ์ทันทีที่ได้เห็นนัยน์ตาสุดอ้อนทั้งสองคู่ “ก็ได้.. แต่ต้องมีข้อแม้”

“เย้!!!” คนดีใจยิ่งกอดแน่นเข้าไปอีกจนคนถูกกอดเริ่มทนไม่ไหว

“อย่ากอดสิ.. เรา.. หายใจไม่ออกนะ อายด้วย..” หน้าขาวๆ ของนาตาเลียเปลี่ยนเป็นแดงจัดเพราะความขวยเขินหรือเพราะหายใจไม่ออกก็ไม่ทราบได้

“ว้าย!! ขอโทษจ้ะ” แองเจลารีบปล่อยมือที่กอดรัดเพื่อนสาวอย่างรวดเร็ว “แล้วข้อแม้เมื่อกี้ล่ะ?”

นักเวทมนตร์เจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์ “เล่ามา.. เธอกับคล็อดมีความสัมพันธ์กันยังไง ทำไมต้องทำท่าทางแปลกๆ ด้วย”

“ฉันอยากรู้เหมือนกันค่ะ” คาเรนมองมาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

คำถามที่ไม่คาดคิดทำให้แองเจลานิ่ง เธอเพียงยิ้มฝืนๆ แล้วใช้มือซ้ายสะบัดผมสีดำสนิทของเธอให้มันพลิ้วเล่น “มันคงถึงเวลาที่ต้องเล่าให้ใครซักคนฟังแล้วสินะ..”

แองเจลาทรุดตัวลงนั่งที่ใต้ร่มไม้เดิมที่เธอแอบหลับไปเมื่อสักครู่ สาวน้อยส่งยิ้มให้กับเพื่อนสนิทและเพื่อนใหม่ “ฉันเป็น.. เจ้าหญิง”



เมืองไร้สายลม คาล์ม..

เมืองเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของทวีปเกียอาซึ่งเป็นทวีปใหญ่ทางตะวันตก ถึงแม้จะชื่อว่าเมืองไร้สายลม แต่เมืองนี้ก็ไม่ได้ไร้ลมอย่างชื่อ สายลมชนิดเดียวที่ทำให้เมืองได้ชื่อว่าไร้สายลมก็คือลมพายุและมรสุมจากทะเล คนโบราณเล่าต่อๆ กันมาว่า เมืองนี้ตั้งอยู่ในอาณาเขตวิหารวารีของเทพีสมุทร เอลดีน ผู้ปกปักห้วงสมุทรและธารน้ำทุกสายในเทียร่าจากภัยพิบัติร้ายแรง เมื่อสิ้นสุดฤดูมรสุมทุกๆ ปีจะมีเทศกาลลอยโคมไฟกระดาษสาลงสู่ท้องทะเลเพื่อเป็นการบูชาและขอขมาต่อนาง

คาล์มมีประชากรไม่ถึงหนึ่งพันคนซึ่งไม่น่าจะเรียกว่าเมืองด้วยซ้ำ แต่เพราะว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามตั้งอยู่ใกล้ๆ จึงทำให้ในหนึ่งปีมีคนผ่านเข้ามาไม่น้อย ทั้งนักท่องเที่ยว นักเดินทางหรือนักผจญภัย รวมทั้งการเป็นเมืองที่เป็นทางผ่านจากอาณาจักรแห่งการค้า แพนเกีย เพื่อไปสู่นครหลวงแอคคอร์เดียน เมืองแห่งดนตรีซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรซิมโฟเนีย ที่มีเทศกาลดนตรีที่ดึงดูดความสนใจจากผู้รักในเสียงดนตรีทุกคน

ไบรอันที่ถูกนาตาเลียไล่ออกมากำลังลากตัวคล็อดออกมาจากป่าเทียร์ด้วยอาการลุกลี้ลุกลนจนคล็อดอดไม่ไหวต้องถามขึ้นมา “จะรีบไปไหนอีกล่ะ เมืองก็อยู่ตรงหน้าแล้วนี่”

เจ้าตัวดีไม่พูดมากลากตัวคล็อดให้เดินเข้าไปในกำแพงเมือง ซึ่งก่อจากอิฐสีน้ำตาลแดงคล้ายกับศิลาแลงสูงไม่เกินเมตรครึ่ง ซึ่งไม่ได้ทำไว้เพื่อป้องกันข้าศึก เพราะอาณาจักรแพนเกียเป็นเมืองที่ไม่สนใจสงครามผู้คนอยู่กันด้วยความสันติ ซิมโฟเนียกับแพนเกียจึงมีการติดต่อค้าขายกันอย่างมิตรประเทศ

“เฮ้.. จะรีบไปไหนกัน” คล็อดถามอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากคนเคยช่างพูดที่พอถึงเวลารีบมันกลับเงียบขึ้นมาเฉยๆ

จ๊อกก~~
เสียงที่ตอบคำถามของคล็อดได้เป็นอย่างดีดังขึ้นจากข้างหน้า เขาพยักหน้าหงึกๆ “อืม.. ที่แท้มันรีบไปกินข้าว” แล้วคล็อดก็โดนลากต่อไป..

กังหันลมขนาดใหญ่ที่หมุนเอื่อยอยู่กลางเมือง เป็นสัญลักษณ์ที่นักเดินทางทุกคนจดจำได้ดี ไบรอันบอกว่ามันเป็นโรงไฟฟ้าพลังแรงลม พอถึงเวลากลางคืนลมจะแรงขึ้นทำให้ปั่นไฟเพื่อเก็บพลังงานไว้ในหินพลังไฟฟ้าเพื่อจะใช้เป็นพลังงานสำหรับเรือเหาะซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการทดลองและพัฒนา นอกจากกังหันใหญ่กลางเมืองยังมีที่ท้ายเมืองซึ่งเป็นทางลมผ่านอีกหลายอัน คล็อดพยักหน้ายอมรับในความฉลาดของคนออกแบบ

บ้านทุกหลังในเมืองเป็นบ้านสไตล์เรียบง่ายส่วนใหญ่มี 2 ชั้น สร้างด้วยอิฐ ซึ่งให้กลิ่นอายสบายๆ ของเมืองเล็กๆ ที่ผู้คนมีไมตรี ไบรอันลากคล็อดมาจนถึงบ้านหลังหนึ่งที่มีป้ายที่ออกแบบมาอย่างสวยงามแขวนไว้ ชื่อร้านที่เขียนด้วยตัวอักษรสีสันสดใส “รีน่า คอฟฟี่ชอป (ร้านกาแฟรีน่า)”

คล็อดมองลอดกระจกเข้าไปในร้านก็เห็นภาพผู้คนกำลังนั่งสนทนาหรือไม่ก็ทานอาหารตามโต๊ะที่จัดแบบร้านกาแฟ และอีกส่วนจัดไว้ให้เป็นบาร์ที่มีโต๊ะเคาน์เตอร์ตัวยาวทาด้วยสีขาวออกครีมที่เต็มเอี๊ยดไปด้วยลูกค้า ไบรอันผลักประตูร้านที่แขวนป้ายบอกว่าเปิดเอาไว้เบาๆ

เมื่อประตูเปิดออก คนที่กำลังสาละวนอยู่กับอาหารหรือไม่ก็การสนทนาได้หยุดชะงักลงแล้วหันมามองผู้มาใหม่ ไบรอันลากตัวคล็อดเข้าไปนั่งที่มุมกาแฟที่ยังมีโต๊ะว่างแล้วเดินฉึบๆ ตรงไปยังเคาน์เตอร์ “เอ้า มองอะไรกันครับหรือว่าแปลกใจที่ไม่เห็นสุดหล่อคนนี้นาน” มันเอ่ยปากชมตัวเองหน้าตาเฉย แต่คนในร้านกลับส่ายหน้าดิกอย่างระอาและชินชาแล้วเลิกสนใจคนคิดว่าตัวเองหล่อ กลับไปทำสิ่งที่กำลังทำค้างอยู่

โป๊ก!
เสียงกระทะเฉาะบนหัวคนหล่อทำให้คนในร้านหัวเราะครืน ที่มาของกระทะมาจากหญิงรูปร่างสูงโปร่งผมสีท้องฟ้าที่ใส่ผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดยืนเท้าสะเอวหน้าหงิกอยู่หลังเคาน์เตอร์ ตาสีเดียวกับสีผมหรี่ลงข้างนึงด้วยความไม่พอใจ “ไบรอัน....”

“อึ๋ย.. พี่รีน่า..” ไบรอันทำหน้าแหยแล้วเดินย่องๆ เข้าไปหาที่นั่งที่เคาน์เตอร์ มือขวาหยิบกระทะส่งคืนให้เจ้าของมือซ้ายคลำหัวที่ปูดโนเพราะฤทธิ์กระทะบินสยบมาร

ไบรอันกวักมือเรียกคล็อด ให้ย้ายที่นั่งมานั่งด้วยกัน เมื่อเห็นคล็อดชักช้าจึงลุกฉึบแล้วรีบไปดึงตัวมาจากที่นั่งทันที

“เอ้านั่งลงซะ” ไบรอันกดไหล่ให้คล็อดนั่งลง ก่อนที่ตัวเองจะค่อยๆ หย่อนก้นลงไปนั่งบ้างอย่างเกรงๆ สายตาดุๆ ที่จงใจส่งให้เฉพาะตัวเขา

“นี่พี่สาวฉันเองรีน่า สตาร์ริ่งเป็นเจ้าของร้านนี้ ฝีมือการทำอาหารเด็ดมาก และเป็นนักดาบฝีมือดีด้วยได้เลื่อนระดับเป็นนักดาบหญิงชั้นสูง<sword mistress> ตั้งแต่ยังไม่ 18 ตอนนี้อายุ 21 ปี สถานภาพยังโสดไม่แต่งงาน เรื่องหัวใจยังคงว่าง ถ้าจะจีบก็ไม่ว่ากัน ส่วนเรื่องสัดส่วน..” ไบรอันสาธยายยังไม่จบน้ำจากแก้วในมือของรีน่าก็สาดโครมเข้าใส่หน้าด้วยความขอบคุณในความปรารถนาดี

คล็อดอดอมยิ้มปนนึกสมน้ำหน้าไม่ได้ ขณะที่ไบรอันกำลังลูบน้ำออกจากหน้าและยังไม่วายบ่นขมุบขมิบ “อะไร.. เราก็แค่โปรโมตพี่สาวให้เพื่อนฟังแค่นั้นเอง..”

โป๊ก..
เมื่อกระทะสยบคนปากมากแผลงฤทธิ์อีกครั้ง เจ้าตัวดีจึงเงียบปากไปได้แต่ยังส่งสายตาขุ่นๆ ให้แก่พี่สาวของตน

เมื่อคนปากมากเงียบไปแล้วคล็อดจึงเริ่มแนะนำตัวกับรีน่าพร้อมทั้งสั่งอาหารมาทาน ซึ่งสองคนก็ดูเหมือนจะเข้ากันได้ดี บางครั้งเธออธิบายวิธีสยบคนปากมากขึ้นมาซึ่งเจ้าตัวโวยวายก็สะดุ้งโหยงในวิธีที่พิสดารเหล่านั้น(เพราะโดนทดลองมาแล้วว่ามันได้ผลจริง) ได้แต่ตั้งใจกินอาหารที่ถูกบังคับให้กินตรงหน้าต่อไป

“เอ่อ.. คล็อด รู้จักคุณเฮรินน่ามั๊ย เธอน่ะเป็นหมอดูที่ดูดวงแม่นมากๆ เลยนะ” รีน่าเอ่ยถึงหมอดูที่มีชื่อเสียงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มซึ่งทำให้คล็อดเกิดความสนใจขึ้นมาได้ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่เคยสนเรื่องดวงเลยซักนิด

คล็อดทวนชื่อแล้วพึมพำกับตัวเอง “เฮรินน่า?..จะใช่ผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า?”


เนเธเน‰เน„เธ‚เธฅเนˆเธฒเธชเธธเธ”เน‚เธ”เธข เน€เธกเธทเนˆเธญ Sat Apr 28, 2007 7:21 pm, เธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธกเธ” 1 เธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Tue Apr 24, 2007 7:17 pm

...

คล็อดเดินเรื่อยๆ มาตามทางเดินที่ปูด้วยอิฐสีหม่นๆที่ทอดยาวไปยังจัตุรัสกลางเมืองที่มองเห็นกังหันลมยักษ์อยู่ไกลๆ สายลมพัดมาวูบหนึ่งพร้อมกับเงาดำที่ทาบทับเงาของเขา คล็อดแหงนหน้าขึ้นมองบนฟ้าก็พบเจ้าของเงาที่ว่า

เรือไม้ขนาดไม่ใหญ่โตเท่าไร แต่มีใบพัดหลายขนาดติดอยู่ตามเสากระโดงเรือและกราบเรือ มองเห็นผู้คนตัวเล็กๆ มองลงมาจากบนเรือ คล็อดคิดในใจว่านี่เหรอที่เขาเรียกว่า เรือเหาะ ในตอนแรกเขาไม่เคยนึกว่าเรือจะสามารถบินในอากาศได้ เมื่อมาเห็นกับตาจึงเผลออุทานออกมาเบาๆ “ว้าว”

เขาคิดชื่นชมอยู่ในใจ นี่ขนาดอยู่ในช่วงทดสอบและพัฒนานะ ถ้าสำเร็จแล้วการเดินทางไปมาคงจะสะดวกขึ้นมากทีเดียว

ผู้คนในเมืองที่แต่งกายด้วยชุดหลากหลายดูละลานตา ยิ่งเมื่อใกล้เทศกาลเทพีสมุทรเมืองก็ยิ่งคึกคัก มีทั้งนักรบ อัศวิน นักดาบ หรือพ่อมด ไปจนกระทั่งนักเล่นแร่แปรธาตุเดินขวักไขว่ บ้างก็เลือกดูสิ่งของตามร้าน บ้างก็กำลังต่อราคาสินค้า บ้างก็เพียงแค่เดินชมเมืองพร้อมกับแผนที่ในมือ

“ท่านเฮรินน่าน่ะนะ ทำนายอนาคตได้แม่นมากเลยล่ะ ท่านบอกว่าในอาทิตย์นี้ฉันจะโชคดี.. แล้วดูสิ วันนี้ฉันเจอผลไม้หายากด้วยล่ะ อย่าหาว่าคุย..” นายพรานคนหนึ่งนั่งคุยกับเพื่อนที่มุมตึกอย่างออกรส

“จริงเหรอ งั้นฉันต้องไปขอให้ท่านดูดวงให้ซะมั่งแล้ว เผื่อมีโอกาสดีๆ เข้ามาจะได้ไม่พลาดอย่างคราวที่แล้ว” อีกคนพยักหน้ายอมรับอย่างเห็นด้วย

คล็อดได้ยินแว่วๆ เลยเข้าไปสอบถามอย่างสุภาพ “ขอโทษครับ ผมรู้ว่าท่านเฮรินน่าอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านทางชายหาด ไม่ทราบว่ามันอีกไกลไหมครับ”

“อ๋อ.. นายเป็นนักท่องเที่ยวสินะ หูตาไวดีนี่ เดินตรงไปตามถนนเลยนะ แล้วพอเห็นบ้านท่านก็จะรู้เองแหละ บ้านท่านไม่เหมือนหลังอื่นๆ โชคดีนะไอ้หนุ่ม ” ชายในชุดฮันเตอร์พูดอย่างอารมณ์ดีพลางตบไหล่คล็อดเบาๆ

คล็อดพยักหน้าขอบคุณแล้วเดินเอื่อยๆ ไปตามทาง ดูร้านรวงที่เต็มไปด้วยของประหลาดบ้าง ธรรมดาบ้าง ที่จัตุรัสของเมืองเป็นลานโล่งเหมือนกับมีไว้จัดงานเทศกาลและที่พักผ่อน ซึ่งเมื่อถึงยามเย็นมักจะมีพวกพ่อค้านำเอาสินค้ามาวางขายแบกะดินให้ได้เลือกชมและเลือกซื้อในราคาถูก

เดินลอยชายไปมาไม่นานนักก็มาถึงบ้านหลังที่ฮันเตอร์อารมณ์ดีบอก มันเป็นบ้านที่แตกต่างจากหลังอื่นๆ อย่างสิ้นเชิงด้วยเพราะว่ามันเป็นเรือนสร้างจากไม้ทั้งหลังดูคล้ายเรือนไทยกลายๆ ให้บรรยากาศสบายๆ ของบ้านริมทะเล เสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง เสียงลมพัดโบกยอดไม้ให้ลู่เอน ภาพผู้คนบางตาเหลือเกินทั้งๆ ที่ว่าเป็นสถานที่ที่หมอดูชื่อดังอาศัยอยู่

“วันนี้ท่านเฮรินน่าไม่รับแขกค่ะ” หญิงสาวคนหนึ่งในชุดแต่งกายแบบนักพยากรณ์<oracle> เดินมาบอกกับคล็อดที่เดินเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าบ้าน

“เอ่อ ขอโทษครับ” คล็อดยิ้มจืดๆ เพราะดูเหมือนกับว่าเขาจะมาผิดเวลา

“เชิญเขาเข้ามา มารีอา” เสียงสูงน่าฟังของสตรีดังออกมาจากในเรือนไม้ มารีอาค้อมหัวนิดๆ แล้วผายมือเชิญคล็อดให้เข้าไปรอในเรือน

ภายในเรือนมีบรรยากาศออกทึมๆ แต่กลับให้ความรู้สึกสบาย ผ้าม่านหลากสีสันถูกแขวนกางกั้นแบ่งห้องเป็นหลายส่วน ลูกแก้วขนาดเท่าลูกบอลหลายสีล่องลอยไปมาในอากาศอย่างมหัศจรรย์ ประกายระยิบระยับจากอะไรสักอย่างทำให้ผู้เข้ามาในห้องนี้ดูเหมือนล่องลอยอยู่ในจักรวาล ถ้าไม่นับเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของพื้นไม้

มารีอาเบิกม่านบางๆ สีชมพูเดินเข้ามาหาคล็อดพร้อมคำนับน้อยๆ “ท่านเฮรินน่ากำลังรออยู่ค่ะ ท่านคล็อด”
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Tue Apr 24, 2007 7:18 pm

บทที่ 8
นักพยากรณ์แห่งคาล์ม


มารีอาเบิกม่านบางๆ สีชมพูเดินเข้ามาหาคล็อดพร้อมคำนับน้อยๆ “ท่านเฮรินน่ากำลังรออยู่ค่ะ ท่านคล็อด”

เด็กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้สนใจ เขาแหวกม่านบางนั้นเข้าไปข้างในตามคำเชื้อเชิญของหญิงสาว

ภาพที่เห็นเบื้องหน้านอกจากบรรยากาศของเรือนที่เขาคิดว่าดูลึกลับแล้ว บุคคลที่อยู่ตรงหน้ากลับยิ่งดูลึกลับมากกว่า สตรีที่เพียงแค่มองผ่านก็บอกได้ว่างดงามขยับริมฝีปากสีกลีบกุหลาบเอื้อนเอ่ยคำเชื้อเชิญ “นั่งลงก่อนสิ เจ้าหนูคล็อด”

เก้าอี้เล็กๆ บุนวมสีม่วงอ่อนปรากฏขึ้นหลังเสียงหวานแต่ทรงอำนาจเอ่ยเชิญให้นั่ง คล็อดระบายลมหายใจแล้วโคลงหัวเบาๆ ก่อนที่จะหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ที่อ่อนนุ่มนั้น “กะไว้แล้วเชียว.. เป็นคุณจริงๆ สินะ”

“อ้าว! ข้าก็เคยบอกแล้วไงว่าเราจะได้เจอกันอีกเร็วๆ นี้” เฮรินน่าพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวาน ผ้าคลุมหน้าผืนบางสีม่วงอ่อนนั้นปกปิดใบหน้าครึ่งบนจนเกือบมิด มองเห็นแค่เพียงปลายจมูกได้รูปและริมฝีปากที่สวยสดของเธอ “นั่งลงสิข้าจะได้ดูให้.. แต่คราวนี้ไม่ฟรีนะ”

มือเรียวงามของนักพยากรณ์แบออกตรงหน้าคล็อด “อะไรครับ?”

“อืม.. ท่าทางคงยังไม่คุ้นกับธรรมเนียมของนักพยากรณ์สินะ.. เงินไงล่ะจ๊ะ เป็นค่าบูชาวิชาน่ะ” ดวงตาที่ถูกผ้าคลุมหน้าบดบังกำลังจ้องมาทางคล็อดซึ่งกำลังทำหน้าสงสัย หัตถ์ข้างหนึ่งไล้ไปตามเรือนผมสีนิลที่ยาวจนระพื้นห้องส่องประกายระยับดั่งดวงดาว ในที่สุดเธอก็ระบายลมหายใจแผ่วก่อนจะใช้นิ้วชี้เรียวงามเคาะกับโต๊ะเบาๆ “เฮ้อ.. เอาเถอะ.. ครั้งนี้ก็ยกให้อีกครั้งแล้วกัน”

ดวงตาสีเหล็กใต้ผืนผ้ามองเขาด้วยแววสงสัย “แล้วนั่นจะไม่ถอดเกราะออกรึไง? หนักตายเลย”

“ฮ่ะๆ.. ขอบคุณครับ ที่ใส่ก็เพราะมันชินแต่ถ้าอยากให้ถอดก็ได้ครับ” คล็อดหลับตาลงตั้งสมาธิแล้วชุดเกราะสีน้ำเงินของนักรบกลาดิเอเตอร์ก็ค่อยๆ จางหายไปเหลือเพียงชุดลำลองสีน้ำเงินเข้มที่ใส่ไว้ใต้เกราะ

ริมฝีปากสีกุหลาบคลี่ยิ้มน้อยๆ “เอ้า! คราวนี้จะดูเรื่องอะไรล่ะ พ่อหนูน้อย?”

กลาดิเอเตอร์หนุ่มใช้มือเท้าคางแล้วมองทะลุผืนผ้าบางที่คลุมหน้า “...ผมไม่ได้อยากรู้อะไรเป็นพิเศษหรอก แต่ที่สนใจตอนนี้ก็คง..”

“ข้ารึ?” น้ำเสียงหวานถามขึ้น คล็อดก็หัวเราะเบาๆ “ได้มั๊ยล่ะครับ?”

เฮรินน่าทำเสียงฮึในลำคอ “ถ้าข้าปฏิเสธล่ะ..”

“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” เด็กหนุ่มไหวไหล่

“ดื้อเหมือนพ่อเจ้านะ..” นักพยากรณ์สาวถอนหายใจเบาๆ ดวงตาสีเหล็กใต้ผ้าคลุมบางจับจ้องมาด้วยความรู้สึกอย่างไรไม่อาจอธิบายเป็นคำพูดได้

คล็อดผุดลุกขึ้นถามด้วยเสียงดัง “คุณรู้จักท่านพ่อ?” ก่อนที่จะคิดได้และค่อยๆ นั่งลงเหมือนเดิม “..เพราะคุณเป็นนักพยากรณ์ที่เก่งล่ะสิ”

เฮรินน่าไล้นิ้วของนางไปตามปลายคาง ริมฝีปากสีกุหลาบขยับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มสวย “ถ้าข้าบอกว่าข้ารู้จักเป็นการส่วนตัวล่ะเจ้าจะว่าไง เจ้าหนู? แล้วถ้าข้าจะบอกว่าข้ารู้จักเป็นการส่วนตัวล่ะ?”

“ผมก็คงต้อ..” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบก็ถูกนักพยากรณ์สาวเอ่ยดักขึ้นมา “แต่ข้าไม่บอกเจ้าหรอกนะ”

“ยังไม่ถึงเวลา.. เราต้องเจอกันอีกหลายครั้ง” เฮรินน่ากล่าวเสียงเรียบ ก่อนที่ดวงตาสีเหล็กภายใต้ผ้าคลุมครึ่งหน้าจะอ่อนลง “..เจ้าน่ะ สัมผัสถึงมันได้มั๊ย?”

“อะไรครับ?” นักรบกลาดิเอเตอร์ถามกลับด้วยความสงสัย

นักพยากรณ์สาวเบือนหน้าไปทางทิศเหนือ “..เสียงเต้นของหัวใจ.. หัวใจของเจ้าที่เฝ้าตามหามาตลอด.. สิ่งที่เจ้าเคยถามเมื่อครั้งก่อน”

“ข้าบอกได้แค่เพียงว่า ‘นาง’อยู่ไม่ไกลหรอก..”

คล็อดเตรียมตัวจะขยับปากถาม แต่แล้วเขาก็รู้สึกถึงนิ้วชี้เรียวของเฮรินน่าที่แตะลงบนริมฝีปากของเขา “อย่าถามเลย.. ข้าบอกได้แค่นี้แหละ..” คล็อดหลับตาลง แล้วพยักหน้าช้าๆ เป็นการรับรู้ “ผมรู้สึกว่าคุณเฮรินน่าคล้ายกับท่านแม่..”

เฮรินน่าเลิกคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ “ยื่นมือมาสิ จะได้ดูให้ซะที.. นี่เจ้ายังคงตามหาสิ่งนั้นอยู่อีกใช้มั้ย”

“ครับ” คล็อดส่งมือขวาให้เฮรินน่ากุมไว้อย่างว่าง่าย เขารู้สึกว่านางหลับตาลงเหมือนคราวที่แล้ว ซักพักนักพยากรณ์สาวก็เริ่มพูดพึมพำ “..มืด.. มืดมาก”

นักรบกลาดิเอเตอร์นิ่งรอฟังคำพูดของนักพยากรณ์สาวสวย เขารู้สึกว่ามือน้อยที่กำลังกุมมือของเขาเริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อ “คุณเฮรินน่า..”

“เสร็จแล้วล่ะ..” เฮรินน่ายิ้มจางๆ ท่าทางของนางดูเหมือนไม่สบายใจ “ยังคงจำอะไรไม่ได้เลยสินะ.. ทุกอย่างรอบตัวเจ้าตอนนี้มันมืดมิดไปหมด”

“แต่ว่านะ.. ในความมืดก็ยังคงมีแสงสว่าง แม้จะเป็นจุดเล็กๆ ที่เจ้ายังไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมัน แต่ว่าอีกไม่นานหรอก..” หญิงสาวเผยยิ้มบางๆ ที่ทำให้ใบหน้าครึ่งเดียวงดงามขึ้น นางปล่อยมือที่เกาะกุมไว้ให้เป็นอิสระ “ส่วนโชคชะตาของเจ้า..”

“สิ่งที่เจ้าตามหา.. ความทรงจำของเจ้าจะนำมาซึ่งภาระอันยิ่งใหญ่..” เฮรินน่าประสานมือไว้บนโต๊ะแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและก้องกังวาน

คล็อดนิ่งอึ้ง รำพึงในใจ..
ภาระอันยิ่งใหญ่?..

ดวงตาสีเหล็กใต้ผ้าคลุมของเฮรินน่าจับจ้องมายังเขา “เจ้ามีทางเลือก 2 ทาง..”

“ทางแรก.. อยู่อย่างไร้ความทรงจำ ไม่ต้องรับรู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นใคร ทิ้งอดีตเสียแล้วเจ้าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับคนที่เจ้ารัก แม้ว่านั่นอาจเป็นเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ..”

“ทางที่สอง จงค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเจ้า..” นางถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างเหนื่อยใจ

คล็อดจ้องมองสตรีงามตรงหน้า ความลังเลใจที่อยากรู้เกิดขึ้น “ผม..”

เฮรินน่ายื่นมือมากุมมือของเขาไว้ แล้วกล่าวอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “อย่ากังวลเลยนะ.. เจ้าทำได้ข้ารู้ คล็อด.. ข้าแน่ใจว่าถึงอย่างไรเจ้าก็เลือกความทรงจำและตัวตนที่หายไปของเจ้าแน่ ถ้าปรารถนาเช่นนั้นเจ้าจงตามหาสิ่งสะท้อนตัวตนทั้ง 2 ชิ้น..”

“สิ่งสะท้อนตัวตน?” เด็กหนุ่มทวนคำด้วยความสงสัย เฮรินน่าพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงรับ “ใช่มันจะนำพาความทรงจำและตัวตนที่แท้จริงของเจ้ากลับมา.. แต่เจ้าจะต้องค้นหาเองว่ามันคืออะไร” นางเบิกผ้าบางที่คลุมใบหน้าออก เผยให้เห็นดวงตาสีเหล็กเป็นประกายที่จับจ้องมายังใบหน้าของเด็กหนุ่ม นางโน้มตัวเข้าไปจูบที่แก้มของเขาเบาๆ แล้วแย้มยิ้มบาง “ที่เอลรอน นครแห่งเอลฟ์จะมีคำตอบให้แก่เจ้า เด็กน้อย..”

“คะ..คุณเฮรินน่า.. ทำอะไรน่ะ!” คล็อดผงะหนีพร้อมกับเอามือลูบร่องรอยอ่อนละมุนที่แก้ม นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของชายหนุ่มจับจ้องใบหน้าที่งดงามที่ไร้แพรพรรณมาบดบังของเฮรินน่าเขม็ง ดวงตาทรงอำนาจแต่ก็แฝงแววแห่งความอารี ผิวที่ขาวสะอาดราวหิมะแรกของเหมันต์ รอยยิ้มประหลาดที่เหมือนจะชักพาสู่ความฝัน เรือนผมยาวเป็นประกายดุจดวงดาวที่ยาวระพื้นห้อง

“ค่าแลกเปลี่ยนไง.. ก็เจ้าได้เห็นหน้าข้าแล้วนี่ แหม.. ลูกชอบอย่างไงแม่ก็ชอบอย่างนั้นแหละ” นักพยากรณ์สาวตอบยิ้มๆ แต่เมื่อเห็นคล็อดทำท่าอ้ำอึ้งของเด็กหนุ่มนางจึง โบกมือผ่านหน้าของเขาไปมาแล้วพูดแกมหยอก “เป็นอะไร.. อย่าบอกนะว่าเกิดชอบข้าขึ้นมา?”

นักพยากรณ์สาวเห็นคล็อดจ้องมาที่เธออย่างไม่ละสายตาจึงแสร้งกระแอม “นี่.. เมื่อไรจะเลิกจ้องหน้าข้าสักทีเจ้าหนู หรืออยากรู้จักข้ามากกว่านี้?”

“คุณ.. อ่า.. ถ้าผมจะถามว่าคุณเฮรินน่าอายุเท่าไหร่..” คล็อดหลบดวงตาสีเหล็กที่จ้องมองมาด้วยแววขันๆ

“แฮ่ม.. ไม่รู้รึไงว่าการถามอายุผู้หญิงน่ะมันเป็นสิ่งไม่สมควรนะ...” เฮรินน่าแกล้งทำเสียงดุ “แต่ถ้าอยากรู้.. เอาเป็นว่าข้าอายุมากกว่าที่เจ้าคิดแล้วกัน มากเสียด้วย..”

คล็อดยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “อายุก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้นครับ..”

“อืม.. คำพูดนี้ถูกใจข้าแฮะ.. เอาเป็นว่าข้าจะบอกอะไรอีกอย่างเป็นของขวัญ” เฮรินน่าพูดอย่างอารมณ์ดี

คล็อดเลิกคิ้วแล้วถามขึ้น “อะไรเหรอครับ?”

“อยากรู้รึเปล่าว่าข้าเป็นใคร? ถ้าอยากรู้ข้าจะเล่านิทานให้ฟังเรื่องหนึ่ง..” เฮรินน่าหลุบตาสีเหล็กทั้งสองข้างของนางลง

“อืม.. ข้ามีชื่อจริงๆ ว่า โซเฟีย เฮรินน่า แมกซ์เวลล์ ส่วนนิทานของข้าเอาไว้เล่าให้ฟังคราวหน้าแล้วกันนะ เจ้าเด็กน้อย..” นางแอบกระซิบพลางใช้มือลูบหัวของคล็อดอย่างทะนุถนอม

“คุณว่าไงนะ!!!” คล็อดตะลึงค้างเมื่อได้ยินชื่อที่แสนคุ้นหูนั้น เขามองเฮรินน่าเดินลากชุดยาวๆ และเส้นผมสีดำขลับกลับเข้าไปข้างในด้วยความงุนงง

จะไม่ให้งงได้อย่างไรในเมื่อสตรีที่เดินจากไปบอกว่าเธอคือ โซเฟีย เฮรินน่า แมกซ์เวลล์ นักบุญแห่งนครเหนือคนนั้น!! ผู้หญิงที่ถูกยกย่องจนนำชื่อมาตั้งเป็นศักราช!! ผู้หญิงคนที่ว่าหายสาบสูญไปจากเทียร่าเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว!! ผู้หญิงคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!!


เนเธเน‰เน„เธ‚เธฅเนˆเธฒเธชเธธเธ”เน‚เธ”เธข เน€เธกเธทเนˆเธญ Sat Apr 28, 2007 7:22 pm, เธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธกเธ” 1 เธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Tue Apr 24, 2007 7:19 pm



“ไม่เจอกันนานนะ.. โซเฟีย” หญิงงามที่มีหน้าตาเหมือนกับเฮรินน่าหรือโซเฟียทุกกระเบียดนิ้วเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางแต่งกายด้วยชุดกระโปรงสีนวลยาวระพื้น ประดับด้วยกำไลสีทองอันเขื่องสลักอักษรประหลาดที่ลำคอระหงและข้อมือเล็กทั้งสองข้าง

โซเฟียขยับยิ้มฝืนๆ นางยื่นมือไปแตะอัญมณีสีม่วงที่ประดับกลางอกของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า “เฮริน.. ข้าทำอะไรไม่ได้อีกแล้วใช่มั๊ย เพื่อโลกที่ข้ารักข้าทำได้แต่เฝ้ามองความเป็นไปใช่มั๊ย เฝ้ารอวันที่มันจะแหลกย่อยยับไปกับดวงตาคู่นี้.. บอกข้าหน่อยเถอะ อีกครึ่งหนึ่งของข้า..”

สีหน้าของเฮรินไร้ความรู้สึก “เจ้าเปลี่ยนโชคชะตาไม่ได้หรอกโซเฟีย โชคชะตาที่ว่า เราไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับปัญหาที่ไม่ใช่ของเรา..”

“ข้ารู้.. แต่ข้าจะต้องพยายาม เพื่อโลกที่ข้าและเขาคนนั้นรัก..” เนตรสีเหล็กฉายแววความเศร้าขึ้นมาเพียงชั่วขณะแล้วก็หายไป

“โซเฟีย.. พอเถอะ เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว ปัญหาของเทียร่าก็ปล่อยให้ชาวเทียร่าแก้กันเอง กลับมากับข้าเถอะนะ ท่านพี่เทียน่าไม่ได้โกรธเจ้าแล้ว” เฮรินยื่นมือข้างหนึ่งให้ นักพยากรณ์สาวค่อยๆ ยื่นมือเข้าไปหาอย่างช้าๆ “นั่นสินะ..”

“แต่ขออีกซักนิดเถอะ เจ้าหนูคล็อดยังคงต้องการความช่วยเหลือจากข้าอยู่ เฮริน.. เชื่อข้า.. หมดเรื่องคราวนี้ข้าจะกลับไปกับเจ้า เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ข้าสัญญา..” โซเฟียชะงักมือที่ยื่นเข้าไปหาเฮรินแล้วเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

“อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลบูชาเทพีสมุทรแล้วนะ.. จะไม่อยู่รอเจอเอลดีนเหรอ” นักพยากรณ์สาวเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา

เฮรินส่ายหน้าปฏิเสธแล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่ดีกว่า.. อย่าลืมสิว่าวันนั้นเป็นวันที่ข้ายุ่งที่สุดในรอบปี คิดหรือว่า ‘จันทราวงแหวน’ น่ะสร้างง่ายๆ ด้วยพลังเพียงแค่ครึ่งเดียวของข้า..”

“งั้นรึ น่าเสียดายนะ..” โซเฟียยิ้มจืดๆ “เอาเป็นว่าข้าจะไปพบกับเอลดีนแทนเจ้าแล้วกัน เจ้าไม่ได้เจอนางมานานแล้วนี่”

“ฝากด้วยล่ะ โซเฟีย ตัวข้าอีกคน” แล้วร่างของเฮรินก็เปล่งแสงสีนวลแล้วค่อยๆ จางหายไปในอากาศ

“ฝากบอก 2 คนนั้นด้วยว่าให้พักเสียบ้าง”

“ได้..”
เสียงตอบรับครั้งสุดท้ายยังคงได้ยินติดหู นักพยากรณ์สาวมองร่างของหญิงสาวที่เพิ่งจะจางหายไป แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ “..นีเฟลร่า ที่นั่นตอนนี้หิมะคงเริ่มโปรยแล้วสินะ”



“ฉันเป็น.. เจ้าหญิง”

“เจ้าหญิง?” คำพูดของแองเจลาทำให้คาเรนถึงกับอึ้ง แต่นาตาเลียทำหน้าเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไร

“อืม..” แองเจลาพยักหน้ารับ

นาตาเลียขมวดคิ้วใช้นิ้วเคาะที่แก้มเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด “แต่ว่าเราไม่เคยได้ยินชื่อ ของเธอเลยนะ?”

“นาธาน.. เธอพูดยังกับว่ารู้จักกับพวกเชื้อพระวงศ์ดีงั้นแหละ” คาเรนหันมาต่อว่า

“ก็ใช่ แต่อย่างน้อยเราที่เป็นเพื่อนของเจ้าหญิงชาช่าแห่งซิมโฟเนีย ก็พอรู้จักพวกเจ้าหญิงเจ้าชายบ้าง แม้ว่าบางทีก็ได้ยินแค่ชื่อก็นะ..” นาตาเลียทรุดตัวลงนั่งบนพรมหญ้า “นาตาชา ออกความเห็นหน่อยสิ”

แล้วร่างโปร่งใสร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างๆ นาตาเลียด้วยท่าทางสะลึมสะลือ ใบหน้าที่เหมือนกันกับนาตาเลียอย่างกับแกะทำให้คาเรนเกิดความงุนงงเล็กน้อย “หืม?มีอารายเหรอ.. นา?”

“สวัสดี นาตาชา พักนี้ไม่ค่อยเห็นเธอเลยนะ” แองเจลายกมือโบกทักทายผีสาว

“หวัดดี.. แองจี้ พลังเวทเค้ายังไม่ค่อยฟื้นดีเลยต้องนอนมากหน่อย แล้วนั่นใครล่ะ?” นาตาชางัวเงียถาม คาเรนจ้องผีสาวตาไม่กระพริบ “ฝาแฝดเหรอคะ?”

“อื้อ..” นาตาเลียพยักหน้ารับ แล้วหันกลับไปมองผีสาวฝาแฝดของตัวที่กำลังทำท่าสัปหงกก็เอื้อมมือไปเขย่าตัวแรงๆ “นี่! นาตาชา! พี่อย่าหลับสิ ตื่นๆ”

ผีสาวทำท่าขยี้ตา เสร็จแล้วก็โผเข้ามานัวเนียรอบๆ ตัวนาตาเลีย “จ้า.. มีเรื่องอะไรถึงเรียกเค้ามาอ่ะ”

“มีเรื่องอยากให้รู้เอาไว้น่ะ..” แองเจลากล่าวเสียงขรึม “..นี่คาเรน เพื่อนไบรอัน”

คาเรนทำท่าขวยเขิน เธอยื่นมือที่กำลังสั่นเพราะความตื่นเต้นมาให้จับ “สะ.. สวัสดีค่ะ คาเรน ควอเทอร์ เป็นนักเวทวิญญาณ <necromancer> ยินดีที่รู้จักค่ะ”

“นาตาชา เกรย์สโตน พี่สาวฝาแฝดของนาจ้ะ” วิญญาณฝาแฝดของนาตาเลียยื่นมือมาจับตอบ ซี่งหญิงสาวชาวเผ่ามนุษย์หมาป่าตกใจเล็กน้อย เมื่อร่างที่เคยโปร่งใสกลายเป็นร่างที่มีเนื้อมีหนังเหมือนคนปกติ แต่..

นักเวทวิญญาณมองร่างตรงหน้าด้วยความสนใจ “ทำได้ยังไงคะ?”

“ร่างเนื้อนี้เหรอ?” ว่าแล้วนาตาชาก็ใช้มือสัมผัสส่วนต่างๆ ของร่างกายให้ดู ผีสาวขยับยิ้มสดใส “ใช้พลังเวทจากร่างของนา เอ่อ.. นาธานน่ะ ใช้กำไลวารีที่ข้อมือของนาเป็นสื่อกลางน่ะ..”

คาเรนพยักหน้าเข้าใจ “อืม.. คงคล้ายๆ มนต์มายาสินะคะ”

“ใช่แล้วล่ะ ถูกเผงเลย ถึงจะดูเหมือนแต่มันก็ไม่ใช่ของจริง!” นาตาชาประสานมือเข้าด้วยกันดังแปะ ดวงตาสีน้ำตาลจางๆ หยีลงพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่มุมปาก

“เอ่อ.. เอาเป็นว่า.. ถ้ามีอะไรให้นักเวทวิญญาณคนนี้รับใช้ก็บอกได้นะคะ” นักเวทวิญญาณยิ้มบางๆ ให้ “แล้ว..”

“นาตาชา!!!!”
เสียงลั่นของนาตาเลียดังขึ้นขัดบทสนทนาที่กำลังจะลื่นไหล

นาตาเลียจ้องร่างของพี่สาวฝาแผด แก้มทั้งสองข้างของเธอขึ้นสีแดงจัด นักเวทมนตร์สาวว่าพร้อมกับเบือนสายตาหนี “..พี่จะเปลือยอยู่อย่างงั้นอีกนานมั๊ย?”

“โธ่! นาอ่ะ.. จะอายทำไมเล่า?” ผีสาวหมุนตัวหนึ่งรอบ ชุดสีม่วงอ่อนที่ประกอบด้วยหมวกยอดแหลมใบใหญ่ และผ้าคลุมไหล่ยาวถึงบั้นเอวก็ปรากฏขึ้นบนร่างบาง เธอยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยแล้วย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างน่ารัก

“ก็มันเหมือนเห็นตัวเองเปลือยนี่นา..” นาตาเลียที่ก้มหน้าหนีแอบบ่นพึมพำเบาๆ

มนุษย์หมาป่าสาวทำหน้าประหลาดใจ ใบหูข้างหนึ่งลู่ลง “เป็นแม่มด<witch>เหรอคะ? ใช้มนตราเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องเลย”

“ใช่แล้วล่ะ! ตระกูลเกรย์สโตนของเรา เป็นตระกูลของนักเวทมนตร์ที่มีชื่อเสียงของซิมโฟเนีย พี่แอนนิต้าน่ะเคยเป็นถึงอาจารย์สอนเวทมนตร์ของเจ้าหญิงรัชทายาทองค์ปัจจุบันเชียวนะ” แม่มดสาวกอดอกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

“โห..” คาเรนทำตาโตตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ “แต่ว่าตอนนี้.. เราจะมาฟังเรื่องของคุณแองเจลาไม่ใช่เหรอคะ?”

นาตาชาทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือตัวเองดังปุ “นั่นสินะ เอางี้ คืนนี้เราไปคุยกันต่อที่บ้านแล้วกัน ตกลงมั้ย?”

นักเวทวิญญาณพยักหน้ารับพร้อมกระดิกหางดีใจ “ค่ะ”

“เอ่อ.. แองเจลารอจนหลับไปแล้วล่ะ..” นักเวทมนตร์สาวชี้นิ้วไปยังคนที่โดนลืม ดวงตาสีน้ำตาลจางกระพริบปริบๆ อย่างขอความเห็น “แองจี้..”

แองเจลาลืมนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มขึ้นมามอง “ตกลงฉันเล่าได้แล้วใช่มั๊ย?” ทั้งสามคน (หรือว่าสองคนหนึ่งผี) พยักหน้าหงึกอย่างพร้อมเพรียง

“อย่างที่บอก ฉัน.. เป็นเจ้าหญิง.. ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 100 ปีก่อน”
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 33
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Tue Apr 24, 2007 7:20 pm

บทที่ 9
ความหลังของสองคน 1



ศักราชโซเฟียที่ 33 (102 ปีก่อน)..

ปราสาทสีขาวตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ท่ามกลางหมู่ตึกที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบกึ่งยุโรป เงาสะท้อนของปราสาทบนผิวน้ำทอประกายระยับล้อเล่นกับแสงพระจันทร์ทั้ง 2 ดวง ‘พระราชวังจันทรา’ เป็นชื่อเรียกปราสาทหลังงามซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงของประเทศแห่งแสงพระจันทร์ ‘ลูนาเทีย’ แห่งนี้

“เซน่า..” เสียงสดใสของเจ้าหญิงองค์โตเจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวกับฟ้ารัตติกาลและเส้นผมยาวสีดำสลวยดุจแพรไหมดังขึ้นพร้อมกับเสียงวิ่งทั่กๆ ดังมาแต่ไกล

เซน่า องครักษ์หญิงผู้มักมีสีหน้าเรียบเฉยหันไปมองแล้วขมวดคิ้วเป็นเชิงไม่พอใจ “เจ้าหญิง.. อย่าวิ่งบนระเบียงสิเพคะ เดี๋ยวก็สะดุด..”

พูดยังไม่ทันขาดคำเจ้าหญิงน้อยก็สะดุดชายกระโปรงยาวที่ถูกบังคับให้ใส่จนหน้าคะมำ “...” ไม่มีเสียงร้องไห้ มีแต่เพียงรอยแดงๆ ที่ดวงตาคู่สวยเท่านั้น

“เอ้า.. เพี้ยง! ไม่เจ็บแล้วนะเพคะ” อัศวินสาวทำท่าเสกเวทมนตร์ให้กับนายตัวเล็ก ของตนแล้วยิ้มบางๆ ให้ ดวงตาสีมรกตแอบซุกซ่อนแววความเอ็นดูไว้ลึกๆ

“เซน่าล่ะก็.. ทำเหมือนข้าเป็นเด็กๆ ไปได้” เจ้าหญิงน้อยแอบทำหน้ายู่

“ก็เพิ่งจะ 13 เองไม่ใช่รึเพคะ” เซน่าถามด้วยความสงสัย

ราชนิกูลน้อยระบายลมหายใจเบาๆ แล้วเชิดหน้าขึ้น “ฮึ! เจ้านี่มันน่าตัดเงินเดือนนักเชียว”

“แฮ่ม.. แล้วที่วิ่งทำท่าดีใจจนออกนอกหน้าเกินงามนี่มีอะไรรึเพคะ?” องครักษ์สาวผมทองแสร้งทำท่ากระแอม

แองเจลา วาเลนไทน์ เจ้าหญิงองค์โต ผู้เป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งของลูนาร์เทียประกบมือเข้าด้วยกันดังแปะ “ใช่ๆ ข้าจะบอกว่าอีก 2 อาทิตย์ ท่านย่าวาเนสซ่าจะแต่งตั้งข้าให้เป็นสังฆราชขาวแล้วนะ”

เซน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “จริงรึเพคะ?”

“ก็จริงน่ะสิ ข้าน่ะเป็นนักบวชฝึกหัดตั้งแต่เด็กๆ พออายุครบ 10 ปี ข้าก็ได้เป็นนักบวชขาว แล้ว..” ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหลุบลงในขณะที่เจ้าตัวกำลังสาธยายเหตุผลของตัวเอง

“ท่านแองเจลา.. ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้น..” อัศวินวิหารขมวดคิ้วย่น แล้วถอนหายใจเบาๆ

“ไม่ค่อยเห็นเจ้าทำหน้ากลุ้มใจนะ” แองเจลาเลิกคิ้วพร้อมกับขยับยิ้มล้อเลียน

“บ่อยๆ มากกว่าเพคะ” เซน่าขยับยิ้มบางให้แล้วเอื้อมมือไปปลดเชือกมัดผมที่ใช้รวบเส้นผมสีทองอ่อนนุ่มไว้เป็นหางม้าออก เส้นผมที่ไม่มีที่รัดก็ทิ้งตัวลงแผ่สยายตามแรงโน้มถ่วงอย่างที่ควรจะเป็น มือข้างซ้ายล้วงเอาหินสีมรกตขึ้นมาจากในเสื้อเกราะแล้วผูกกับเชือกมัดผมทำเป็นจี้ห้อยคออย่างง่ายๆ ยื่นให้กับเจ้านายตัวน้อย “ถือว่านี่เป็นเครื่องรางจากหม่อมฉัน ถ้าวันใดหม่อมฉันไม่ได้อยู่ด้วย จี้นี้จะเป็นตัวแทนหม่อมฉัน ให้เจ้าหญิงคอยบ่น คอยว่า คอยขู่ว่าจะหักเงินเดือน คอย..”

“พอๆ เซน่า ไม่ถึงขนาดนั้น.. เดี๋ยวก็.. ” เจ้าหญิงส่งสายตาดุปนงอนๆ ไปให้องครักษ์คนสนิทที่ต่อประโยคให้จนจบว่า “..หักเงินเดือน”

แองเจลาได้ยินเข้าก็ทำหน้ามุ่นไม่พอใจอยู่พักเดียวก็หาเรื่องอ้อนองครักษ์สาว “เซน่า.. ใส่ให้ข้าสิ ข้าอยากให้เจ้าใส่ให้นะ.. นะ”

เซน่าเห็นท่าทางแสนอ้อนของเจ้านายก็ได้แต่โคลงหัวช้าๆ พร้อมกับยิ้มบาง “ใส่ให้ก็ได้เพคะ”

“เย้!” เจ้าหญิงองค์น้อยกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความดีใจ

“ท่านแองเจลา กรุณาอย่าทำท่าดีใจจนออกนอกหน้าเกินไปเพคะ” อัศวินสาวตีหน้าตายใส่เจ้าหญิงที่กำลังทำหน้าเป็น

“ยินดีด้วยเพคะ พี่หญิง”
เสียงสดใสดังมาจากทางด้านหลังของแองเจลา เซน่าย่อตัวทำความเคารพผู้มาใหม่อย่างนอบน้อม “สวัสดียามค่ำเพคะ เจ้าหญิงแอนเน็ตต์”

“แอนเน็ตต์ เพิ่งกลับมาจากอเมซอนเหรอ?” เจ้าหญิงแองเจลาถามน้องสาววัยไล่เลี่ยกัน ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของรัตติกาลกำลังจับจ้องบนใบหน้าสวยของน้องสาว

เจ้าหญิงแอนเน็ตต์ วาเลนไทน์ เจ้าหญิงรัชทายาทอันดับสองของลูนาร์เทีย เจ้าของเรือนผมสีชายาวระปลายคางและดวงตาคู่คมสีน้ำเงินเข้มดุจท้องฟ้าราตรีเช่นเดียวกับพี่สาว หากแต่ดูจะเรียบร้อยสมเป็นเจ้าหญิงกว่าคนพี่ที่ยังคงทำตัวเป็นเด็กขี้อ้อนในบางเวลา เธอส่งยิ้มให้กับพี่สาวสุดที่รัก “เพคะ เพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี่เอง พอได้ข่าวของพี่หญิง น้องก็รีบมาหาเลย”

“ที่อเมซอนเป็นไงบ้าง คงเหนื่อยแย่เลย ไม่ไปพักซะก่อนล่ะ” แองเจลาว่าเบาๆ พร้อมกับยิ้มหวานให้

แอนเน็ตต์ยิ้มตอบ “ก็ปัญหาชายแดนทั่วไปแหละเพคะ ท่านอาโรซ่าจัดการได้” เจ้าหญิงน้อยยกชายกระโปรงขึ้นพร้อมกับย่อตัวลงคำนับ “งั้นน้องขอตัวนะเพคะ ยินดีกับพี่หญิงอีกครั้ง แล้วก็ราตรีสวัสดิ์เพคะ”

“ราตรีสวัสดิ์จ้ะ” แองเจลามองน้องสาวที่เดินจากไปอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันไปหาเซน่าที่ถอยออกไปยืนอยู่ห่างๆ อย่างรู้มารยาท “ข้าก็ชักง่วงแล้ว.. กลับห้องกันเถอะเซน่า”

“เพคะ”

...

“นี่เซน่า จริงรึเปล่าที่ว่าท่านพ่อหาองครักษ์ให้ข้าอีกคนน่ะ”

“จริงเพคะ” เซน่าเอ่ยตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้ามาเปิดม่านรับแสงยามเช้า “เป็นเด็กผู้ชาย อายุพอๆ กับองค์หญิงเพคะ ท่านเซซิลคงอยากให้ท่านคบเพื่อนผู้ชายบ้าง ก็เจ้าหญิงไม่ยอมคุยกับผู้ชายคนไหนเลยนอกจากคนสองคนคือท่านเซซิลกับท่านคิดนี่เพคะ”

“เซน่า!” เจ้าหญิงทำหน้างอ “เดี๋ยวสั่งตัดเงินเดือนซะหรอก ชอบมาแขวะข้าดีนัก”

องครักษ์สาวยิ้มแล้วหัวเราะเบาๆ “ท่านไม่กล้าหรอกเพคะ ท่านเป็นคนขี้สงสารออกจะตาย”

“เซน่า! เจ้านี่ชักจะรู้จักข้ามากกว่าตัวข้าแล้วนะเนี่ย” ราชนิกูลตัวน้อยสะบัดหน้าหนีอย่างงอนๆ เมื่อเห็นองครักษ์คนสนิทไม่ยอมง้อตามปกติก็เลยต้องเลิกงอนเอง “แล้วหมอนั่นเป็นยังไง เก่งไหม?”

เซน่าเบือนดวงตาสีมรกตมาสบกับดวงตาอีกคู่ “ท่านสนใจด้วยหรือเพคะ?”

“โธ่เซน่าก็.. ข้าก็อยากรู้ว่าท่านพ่อจะเอาใครมาแกล้งข้าอีก คราวที่แล้วก็เจ้า.. คราวนี้จะเป็นคนยังไงน้า..” เจ้าหญิงหงายหลังนอนลงบนเตียงนุ่มจนตัวกระดอน

“หม่อมฉันว่าถ้าฝีมือไม่แน่จริงและไว้ใจไม่ได้ ท่านเซซิลคงไม่เลือกให้มาดูเจ้าหญิงสุดยุ่งของหม่อมฉันหรอกเพคะ” เซน่าตอบหน้าตาย

เจ้าหญิงหลับตาลงช้าๆ “นั่นสินะ.. แต่เอ๊ะ! นี่เจ้าแอบว่าข้าอีกแล้วนี่นา” ร่างเล็กผุดลุกขึ้นจากเตียง แล้วโวยลั่น “ต้องหักเงินเดือน!!!”

“ฮิๆๆ” เซน่าแอบหัวเราะคิกคักต่อหน้าเจ้าหญิงสุดยุ่ง “แล้วไม่อยากรู้เรื่องอื่นอีกรึเพคะ ท่านว่าที่นักบวชสูงสุด”

“ไม่ต้องมาทำเป็นอมพะนำเลยนะเซน่า รู้อะไรอีกบอกมาให้หมด” ว่าที่นักบวชสูงสุดขึ้นเสียงขู่

องครักษ์สาวกลับมาตีหน้าเรียบดังเคย “เจ้านั่นมาจากอเมซอนเพคะ ก็เป็นคนไว้ใจได้ เป็นสุภาพบุรุษ แล้วก็.. เก่งพอๆ กับหม่อมฉัน หรือบางทีก็เก่งกว่าหม่อมฉันอีก.. ส่วนหน้าตา..”

“เอ๊ะ! พูดเหมือนรู้จัก” เจ้าหญิงน้อยถามขึ้นอย่างสนใจ

“อ้าว! ลืมไปได้ยังไงเพคะว่าหม่อมฉันก็มาจากอเมซอน ไม่เชื่อจ้องตาดูสิเพคะ” เซน่าพูดแล้วใช้นิ้วชี้มาที่ดวงตาสีมรกตของตัวเอง

“นั่นสินะ ข้าลืมไปได้ยังไงว่าผู้หญิงชาวอเมซอนมีตาสีเขียวมรกต” แองเจลากอดอกแล้วพยักหน้าหงึกๆ เป็นการรับรู้ แต่เซน่ากลับส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ “ไม่ใช่ทุกคนหรอกเพคะ เพียงแต่ว่าสีตาสีนี้มีเฉพาะผู้หญิงที่มีสายเลือดอเมซอน ‘อามาโซเนส’ เพคะ”

“อืมๆ” เจ้าหญิงพยักหน้ารับรู้ “แล้วตกลงว่ารู้จักกันสินะ?”

องครักษ์สาวพยักหน้ารับ “เพคะ หมอนั่นเป็นลูก..อุ๊บ!” นางรีบตระครุบปากตัวเองอย่างรวดเร็ว แองเจลามองมาด้วยสายตาแสดงความสงสัย “ลูก?” อัศวินวิหารจึงรีบกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็ว “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเพคะ..”

แองเจลาหรี่ตามองด้วยสายตาไม่เชื่อเต็มที่ แล้วขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไหนๆ ก็หลุดปากออกมาแล้ว.. คายออกมาเลยนะ”

“...”
แต่อัศวินก็รูดซิบปิดปากเงียบสนิท

“ได้.. ฝากไว้ก่อนเถอะเซน่า” เจ้าหญิงน้อยพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ

...

ในสวนดอกไม้ด้านหลังพระราชวังจันทรา นักบวชขาวคนหนึ่งกำลังเดินเตร่ไปมาด้วยท่าทางเหมือนกำลังมองหาใครซักคน “เซน่าหายไปไหนของเขานะ?”

แล้วสายตาซุกซนก็พลันเหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายวัยสิบสองสิบสามกำลังแอบหลับอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ในสวนสวยหลังวังของตน ความรู้สึกฉุนก็พุ่งปรี๊ดในใจของเธอกำลังนึกว่า
..เจ้านั่นกล้าดียังไงเข้ามาในนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต..

นักบวชขาววัยสิบสามจึงเดินรี่เข้าหาต้นไม้ต้นนั้นหมายจะต่อว่าคนกล้าดี แต่ก็สะดุดกับก้อนหินเล็กๆ จนกลิ้งไปกระแทกต้นไม้โครมใหญ่ “อูย.. เจ็บจัง..”

แรงกระแทกทำให้คนหลับสะดุ้งตื่น เด็กชายกระโดดลงจากต้นไม้อย่างสวยงาม “เอ่อ เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า?”

“ข้าไม่เป็นไร.. เดี๋ยวข้ารักษาเองได้” แองเจลาตอบปฏิเสธไป ความรู้สึกฉุนนิดๆ เมื่อครู่ถูกลืมไปหมด “แล้วเจ้าเข้ามาได้ยังไง ไม่รู้รึไงว่าที่นี่น่ะเป็นเขตหวงห้าม..”

“ถ้าอย่างงั้นก็ขอโทษด้วย ข้าไม่รู้หรอกเพราะข้าเพิ่งมาถึงที่นี่ได้แค่วันเดียวเอง แล้วก็มีคนบอกให้ข้ามารอที่นี่.. แต่รอมาตั้งนานแล้วคงไม่มาแล้วล่ะ..” เด็กชายผมสีบลอนด์ยื่นมือมาดึงมือของแองเจลาที่ล้มอยู่กับพื้นหญ้าในสวนให้เธอลุกขึ้นยืน

“ขอบใจ” เจ้าหญิงน้อยเอ่ยขอบคุณเบาๆ เด็กชายลึกลับก็หันกลับมายิ้มให้ “งั้นข้าไปล่ะนะ ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้เจ็บตัว..”

“เดี๋ยวสิ!”

เด็กชายหันกลับมามองตามเสียง ดวงตาสีน้ำเงินเหมือนไพลินฉายแววความสงสัย “มีอะไรอีกหรือคุณหนูนักบวช?”

แองเจลาคลี่ยิ้มสวยส่งให้ “ที่จริงที่นี่ก็ไม่ได้เคร่งครัดกฎมากนักหรอกนะ ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรล่ะ พอดีตอนนี้ข้ากำลังว่าง เดินเล่นเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิ นะ..”

“คล็อด บลูซิลเวอร์” เด็กชายตอบพร้อมรอยยิ้มบางที่มุมปาก

“ข้าชื่อ.. แองเจลา เราเป็นเพื่อนกันแล้วกันนะ.. ข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้ายังไงไม่รู้”


เนเธเน‰เน„เธ‚เธฅเนˆเธฒเธชเธธเธ”เน‚เธ”เธข เน€เธกเธทเนˆเธญ Sat Apr 28, 2007 7:23 pm, เธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธกเธ” 1 เธ„เธฃเธฑเน‰เธ‡
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
 
Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ 
เธซเธ™เน‰เธฒ 1 เธˆเธฒเธ 3เน„เธ›เธ—เธตเนˆเธซเธ™เน‰เธฒ : 1, 2, 3  Next

Permissions in this forum:เธ„เธธเธ“เน„เธกเนˆเธชเธฒเธกเธฒเธฃเธ–เธžเธดเธกเธžเนŒเธ•เธญเธš
REDICULOUS X WKCreative :: บริเวณลานกิจกรรม :: FICTION Library-
เน„เธ›เธ—เธตเนˆ: