ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ สมาคมไร้สาระ ที่ๆท่านควรระลึกไว้ว่าท่านจะไม่พบความมีสาระ ณ ที่นี่
 
เธšเน‰เธฒเธ™PortalliCalendarเธŠเนˆเธงเธขเน€เธซเธฅเธทเธญเธ„เน‰เธ™เธซเธฒเธชเธกเธฑเธ„เธฃเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ(Register)เธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเธเธฅเธธเนˆเธกเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš(Log in)

Share | 
 

 Dark Vanish

Go down 
เธœเธนเน‰เธ•เธฑเน‰เธ‡เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก
raymiel02
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 11
สังกัด : SoS Brigade Space Force
Registration date : 06/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Dark Vanish   Fri Apr 27, 2007 6:30 pm

Dark Vanish
บทนำ
ค่ำคืน ท้องฟ้า แสงดวงดาวระยิบระยับ แสงจันทร์นวลผ่องสำหรับหลาย ๆ คนอาจมองว่ามันสวยงาม แต่สำหรับข้าแล้วมันน่ารังเกียจที่สุด เพราะมันทำให้นึกถึงแต่เรื่องเก่า ๆ ที่ไม่อยากนึกถึง รู้สึกเหมือนโดนแสงสว่างเรือง ๆ นั่นยิ้มเยาะเย้ยยังไงก็ไม่รู้ สำหรับข้าแล้วคืนที่ไร้แสงดาวและแสงจันทรา คืนที่มีเมฆหมอกหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าในยามราตรี มันเป็นคืนที่น่าสนุกที่สุด เพราะในค่ำคืนแห่งการไล่ล่าไม่จำเป็นต้องมีแสงสว่างหรอก เลือดที่ย้อมไปในความมืดมันหอมหวานกว่าไวน์ที่ผ่านการหมักบ่มมานานนับปีหลายร้อยหลายพันเท่า ท่ามกลางซากศพที่นอนทอดยาวต่างต้นหญ้า คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนบนพื้นประหนึ่งกลีบกุหลาบ นี่คือโลกที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจจะย่างกรายเข้ามาได้ มันคือโลกที่ผู้เข้มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่ต่อไปได้ ใช่แล้ว ตั้งแต่จำความได้ข้าก็อยู่ในความมืดมิดนี้มาตลอด ข้าไม่เคยสนใจว่าตนเองจะเป็นใคร มาจากที่ไหน สิ่งที่ข้าสนใจมีเพียงสิ่งเดียวคือการลากพวก ”มัน” ออกมาจากความมืดเพื่อสังหารอย่างไม่ใยดี ข้าจะทำลายพวกมันทั้งหมดที่อยู่บนโลกใบนี้ไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว

ปล.ฟิกนี้จะลงที่นี่ที่เดียวเท่านั้นนะครับไม่มีที่อื่น
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
raymiel02
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 11
สังกัด : SoS Brigade Space Force
Registration date : 06/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Dark Vanish   Fri Apr 27, 2007 6:47 pm

Dark Vanish

ตอนที่ 1 สาวน้อยจากศาสนจักร

ท้องฟ้าสว่างสดใส ทุ่งหญ้าสีเขียวอ่อน ๆ ของฤดูใบไม้ผลิ ลมโชยอ่อน ๆ ที่นำพากลิ่นไอดินและความรู้สึกอันเย็นสบาย นั่นมันก็แค่ภาพในอดีตของที่แห่งนี้เท่านั้นแหละ ทุกอย่างที่กล่าวไปเมื่อครู่มันก็สิ่งที่เคยเป็นของสถานที่แห่งนี้ เมืองที่เคยสวยงาม อุดมไปด้วยพืชพันธัญญาหารนานาเวลานี้มันกลายเป็นเมืองร้างที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆครึ้มสีดำเท่านั้น แสงสว่างไม่เคยส่องผ่านมายังดินแดนแห่งนี้เลยนับแต่เมฆดำนั้นปรากฏออกมาปกคลุมท้องฟ้าสีครามของที่นี้ ที่ ๆ เคยคึกคักไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่เดินไปมาอย่างคับคั่ง บัดนี้มันเหลือทิ้งไว้แต่ซากปรักหักพังของไม้ผุ ๆ กับซากหินจำนวนมากเท่านั้น ไม่หลงเหลือเค้าเดิมของเมืองใหญ่ที่แสนเจริญรุ่งเรืองจนได้ชื่อว่าสรวงสวรรค์แห่งแดนใต้แม้แต่น้อยนิด

“หวา!! โทรมสุดไปเลย”

หญิงสาวผู้หนึ่งยืนทำหน้าแหย ๆ อยู่หน้าสถานที่ที่เคยเป็นประตูเมืองใหญ่ แต่ตอนนี้มันพังเสียหายไปมากจนหาเค้าเดิมแทบจะไม่ได้ เธอแลหางตาไปดูเด็กหนุ่มที่กำลังยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่ห่างตัวเธอไม่มากนัก

“ระ....โรซารี่ จะ....จะ..จะ..ขะ..ขะ..เข้า ไป...ทะ...ที่นี่..จะ.......จริง ๆ น่ะ..เหรอ?”

เสียงที่สั่นเทาลอยออกมาจากริมฝีปากที่กำลังสั่นสุดขีด สีหน้าของเด็กหนุ่มบ่งบอกเป็นนัย ๆ เขาไม่อยากจะเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ สายตาอ้อนวอนนั้นจ้องมองไปยังเด็กสาวผมสีทองยาวสลวยที่ถูกมัดรวบเป็นหางม้าไว้อย่างเรียบร้อย

“จะบ้าหรือไง เอ็ดดี้!!? ถ้าเรากลับตอนนี้เราจะเอาอะไรไปรายงานทางโบสถ์เล่า!!”

เด็กสาวผู้มัดผมหางม้าสีทองในชุดซิสเตอร์สีขาวบริสุทธิ์ แต่ชุดของเธอดูแปลกตากว่าซิสเตอร์คนอื่น ๆ ที่มักพบเห็นตามโบสถ์ทั่ว ๆ ไปซักหน่อยก็ตรงที่เสื้อของเธอเป็นเสื้อแขนกุด และเธอก็ไม่สวมกระโปรงแบบซิสเตอร์คนอื่น ๆ โรซารี่ชอบสวมกางเกงขาวสั้นมากกว่ากระโปรงแม้ทางโบสถ์จะตักเตือนเธอหลายครั้งแต่เธอยกเหตุผลมาอ้างว่ามันขยับร่างกายได้ง่ายกว่าถ้าใส่กางเกงแถมเวลายกแข้งยกขาก็ไม่กลัวว่าจะเกิดภาพไม่งามตา

สุดท้ายทางโบสถ์ก็เบื่อที่จะบ่นเรื่องการแต่งกายแหวกเหล่าแหวกกอของเธอก็เลยปล่อย ๆ ไปไม่อยากว่าอะไร แต่อย่างน้อย ๆ ให้เธอเอาผ้าผืนยาวประมาณกระโปรงของซิสเตอร์คนอื่น ๆ มาติดไว้ที่เอวทำให้เวลามองด้านหลังหรือด้านข้างก็จะคิดว่าเธอใส่กระโปรงอยู่ ที่แขนขวาของเธอใส่ปลอกแขนเหล็กที่ดูไม่เข้ากับแขนอันเรียวเล็กของเธอแม้แต่น้อย แต่โรซารี่กลับไม่คิดอย่างนั้น สำหรับเธอแล้วไอ้ปลอกแขนอันนี้จะให้ห่างตัวไม่ได้เพราะมันคืออาวุธคู่กายของเธอนั่นเอง ยิ่งอยู่ในสถานที่แบบนี้ด้วยแล้วไอ้ปลอกแขนอันนี้แหละที่พอทำให้อุ่นใจได้บ้าง

“ตะ...แต่ว่า....พวกที่มาก่อนเราเป็นระดับมือโปรกันทั้งนั้นแต่ก็ยังไม่มีใครกลับไปรายงานเลยนะ แล้วระดับอย่างเราสองคน……”

เอ็ดดี้ยังคงมีทีท่าสั่นเช่นเดิม สายตาของเขามองลอกแล่กไปทั่วขณะที่คุยกับโรซารี่ที่กำลังออกเดินขึ้นไปบนซากกำแพงหินที่พังทับถมกันลงมา

“ปั๊ดโธ่!!! บ่นอยู่ได้!!! ที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะใครกันห๊า!!!?”

“ก็เธอนั่นแหละ!!!! จะมีใครอีกเล่า!!”

โรซารี่สะดุ้งโหยงเพราะคำตอบที่ได้รับพร้อมกับนึกย้อนกลับไปถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ ณ เมืองร้างอันแสนวังเวงนี้ มันเป็นเรื่องเมื่อ 3 วันก่อนความผิดพลาดเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ส่งผลมหาศาล ในวันนั้นที่โบสถ์ได้เรียกนักปราบปิศาจตั้งแต่ระดับสามขึ้นไปให้มาประชุมกันเพื่อรับทราบเรื่องราวสำคัญบางอย่าง โรซารี่ผู้ที่เป็นนักปราบปิศาจระดับสามก็ต้องไปเข้าร่วมด้วยอย่างไม่มีทางเลือกแม้เธอจะเพิ่งกลับมาจากงานปราบผีที่แสนหนักหนาเมื่อคืนจนไม่ได้หลับได้นอนก็ตาม

ภายในห้องทำงานของซิสเตอร์ซินเดรียผู้เปรียบได้กับหัวหน้าใหญ่ของที่นี้ เหล่านักปราบผีหลายคนได้ยินเข้าแถวหน้ากระดานอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของซิสเตอร์ซินเดรีย หญิงวัยสี่สิบปีในชุดซิสเตอร์ที่ถูกระเบียบเป๊ะทุกอย่างกำลังขยับแว่นตากรอบรีที่สวมอยู่บนใบหน้าให้เข้าที่เข้าทางช่างเหมาะกับสีหน้าที่เคร่งขรึม แววตาคู่นั้นของเธอบ่งบอกถึงนิสัยเจ้าระเบียบของเธอได้อย่างดีเยี่ยม และเรื่องราวทั้งหมดมันก็เริ่มจากตรงนี้นั่นเอง

“ซิสเตอร์โรซารี่........ซิสเตอร์โรซารี่................ซิสเตอร์โรซารี่!!!”

เสียงเรียกชื่อสาวน้อยที่กำลังยืนหลับอย่างดุดันทำเอาถึงกับหลุดจากภวังค์เลยทีเดียว ซิสเตอร์ซินเดรียมายืนอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาและสีหน้าบ่งบอกความไม่พอใจอย่างยิ่งกับการกระทำอันน่าละอายนี้

“ซะ....ซะ....ซิสเตอร์ซินเดรีย.........”

โรซารี่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พูดอะไรไม่ออกวางตัวไม่ถูกเมื่อถูกจ้องด้วยแววตาแบบนั้น

“มายืนหลับแบบนี้หมายความเช่นไรกันซิสเตอร์โรซารี่ การกระทำเช่นนี้มันเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียอย่างมากสำหรับนักปราบปิศาจแห่งศาสนจักรอย่างพวกเรามิใช่หรือ?”

ซิสเตอร์ซินเดรียเริ่มเทศนา

“ตะ...แต่ว่าเมื่อคืนนี้หนูออกไปปราบปิศาจกลับมาก็ต้องทำรายงานให้ทางโบสถ์อีกยังไม่ได้นอนเลยนะคะ”

“หึ การอดนอนแค่คืนสองสำหรับพวกเราแล้วนี่เป็นเรื่องปกติ การที่เธอยังรับสภาพไม่ได้แบบนี้แสดงว่ายังฝึกฝนมาไม่พอ ดีเลยถ้าเช่นนั้นงานคราวนี้เธอก็รับไปก็แล้วกัน”

“หา!!! แต่หนู ๆ “

“ไม่มีแต่อะไรทั้งสิ้น นี่ถือเป็นการลงโทษเธอด้วย ภารกิจคราวนี้เธอต้องทำโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เข้าใจไหม?”

ซิสเตอร์ซินเดรียยืนยันแข็งขันคำแก้ตัวของเด็กสาวไม่มีผลใด ๆ ที่จะต่อรองในคราวนี้เธอจึงต้องมาอยู่ ณ ที่ตรงนี้ หลังจากการนึกย้อนถึงสาเหตุที่แสนเจ็บปวดจบลงโรซารี่ก็มองไปรอบตัวเอง สภาพในเมืองตอนนี้นับแต่เธอเดินเข้ามาก็ยังไม่พบอะไรอื่นนอกจากซากของสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ถูกทำลายจนพังย่อยยับมีร่องรอยของเพลิงไหม้เป็นแห่ง ๆ พร้อมกับซากโครงกระดูกมนุษย์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

หัวใจของซิสเตอร์สาวผมทองเต้นระรัวเป็นกลองก็มิปานแต่ก็ต้องเก็บอาการเหล่านั้นไว้เพื่อมิให้คู่หูของเธอที่หวาดกลัวมากอยู่แล้วต้องมากลัวหนักขึ้น ในขณะที่ชายหนุ่มในชุดบาทหลวงที่มากับเธอก็ดูท่าทางจะยิ่งกลัวหนักขึ้นเมื่อเข้ามาในที่แห่งนี้

“ให้มาตรวจดูสภาพเมืองเซาส์เรนตันงั้นเหรอ? ฟังดูเหมือนจะง่ายแต่ได้ยินมาว่าพวกที่เคยมาสำรวจก่อนหน้าเราก็ไม่เคยมีใครกลับไปรายงานเลยซักคน ขนาดหน่วยอัศวินเกราะเงินที่ว่ากันว่าเป็นหน่วยทหารที่แข็งแกร่งยังไม่ไหว แล้วพวกเราแค่นักปราบปิศาจระดับสามจะไปเหลืออะไรล่ะ นี่โรซารี่ฉันว่าเรารีบ ๆ ถอยกลับตอนนี้จะดีกว่านะ!!”

เอ็ดดี้บ่นคร่ำครวญด้วยความหวาดกลัว สายตาที่กวาดมองไปทางซ้ายทีขวาทีของเขามองเห็นแต่ภาพเดิม ๆ ที่ชวนขนลุกขนพองเหล่านี้ ไม่ไหวเลย

“ทำยังไงได้เล่า ถ้าเราไม่เอาข้อมูลไปรายงานมีหวังพวกเราโดนฉีกเป็นชิ้นแน่ เวลาซิสเตอร์ซินเดรียโกรธน่ะน่ากลัวจะตายนายก็รู้นี่นา” โรซารี่เอ่ยขณะที่กำลังเดินมองไปรอบ ๆ สิ่งที่เห็นก็ไม่ต่างอะไรจากภาพเดิม ๆ ที่เห็นมาตลอดทางที่เดินมา

“ดูท่าจะไม่มีคนรอดชีวิตหลงเหลืออยู่นะ”

หลังจากเดินสำรวจมานานพอสมควรสาวน้อยก็เอ่ยคำพูดนั้นออกมาด้วยความรู้สึกหมดหวังที่จะค้นพบผู้รอดชีวิตในสถานที่แห่งนี้แล้ว

“นั่นสินะ ถ้าแบบนี้แล้วเราคงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะอยู่ที่นี่ต่อแล้ว ทางที่ดีฉันว่าเราควรรีบออกไปจากที่แห่งนี้เร็ว ๆ เข้าเถอะ ฉันมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีเลย”

เอ๊ดดี้พยายามคะยั้นคะยอมให้คู่หูของตนรีบออกไปจากที่นี่โดยไว เพราะตัวเขาเริ่มจะทนไม่ได้กับภาวะแบบนี้แล้ว รู้สึกหนาวสันหลังขึ้นทุกขณะยิ่งเดินอยู่ในนี้ก็ยิ่งหนาวขึ้นเรื่อย ๆ รู้สึกแน่นหน้าอกพิกล ๆ อีกตะหาก แต่เอ็ดดีไม่ได้บอกอาการผิดปกติของเขาให้โรซารี่รู้

“นั่นสินะ แต่ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เมืองนี้เป็นเช่นนี้ล่ะ? แล้วไอ้เมฆดำ ๆ ที่ปกคลุมท้องฟ้านั่นอีกฉันรู้สึกอย่างกับว่ามันไม่ใช่ก้อนเมฆธรรมดาเลยรู้สึกถึงไอ้ปิศาจครุกรุ่นออกมายังไงก็ไม่รู้”

สาวน้อยแหงนมองดูท้องฟ้าที่แสนมืดครึ้มนั้นแล้วมันช่างพาลให้รู้สึก สับสน หวาดกลัว หดหู่ เศร้าสร้อย เคียดแค้น กระวนกระวาย เหมือนว่าความรู้สึกด้านลบทั้งหมดในใจคนเราได้รวมตัวกันอยู่บนก้อนเมฆสีดำอึมครึมเหล่านั้นยิ่งจ้องมองนานเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้รู้สึกแย่ลงทุกขณะ ทว่าในระหว่างนั้นเองบางสิ่งที่ผิดปกติก็ได้เกิดขึ้น

แกร๊ก!!!

เสียงบางสิ่งตกกระทบพื้น มันเป็นเสียงที่เกิดขึ้นอย่างแผ่วเบาแต่ว่าในความเงียบสงัดเช่นนี้มันจึงฟังดูก้องกังวาน พริบตาต่อมาเสียงระเบิดก็ดังขึ้นกึกก้องขึ้น ณ เบื้องหน้าโรซารี่ห่างออกไปราว ๆ สองร้อยเมตร แต่ถึงจะเกิดความผิดปรกติใกล้ ๆ กับตัวเธอขนานนี้แต่สาวน้อยก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะซากปรักหักพังทั้งหลายมันทับถมจนกลายเป็นกำแพงสูงบดบังสายตาในระยะสองร้อยเมตรนั้นหมดสิ้น แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดทำให้ซากที่ขวางทางเธอพังทลายลงแต่ถึงกระนั้นนั่นก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับโรซารี่กับเอ็ดดี้นักเพราะพวกเขาต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจากการถล่มลงมาของเศษซากพวกนั้นจนเกือบเอาตัวไม่รอด

ระหว่างนั้นก็ปรากฏร่างของเด็กน้อยเพศหญิงอายุราว 9-10 ปีกระเด็นออกมาจากกลุ่มของฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายจากการถล่มเมื่อครู่ โรซารี่เห็นดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นจากพื้นและวิ่งไปหาเด็กน้อยคนนั้นทันที โรซารี่โดดเข้าประคองร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้นเอาไว้อย่างรวดเร็วพร้อมกับพยายามเขย่าร่างน้อย ๆ ที่อยู่ในอ้อมแขนนั้นให้รู้สึกตัว เด็กน้อยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแววตาสีน้ำตาลเข้มสะท้อนภาพของผู้ที่กำลังจ้องมองเธออยู่


“นี่หนูน้อยปลอดภัยดีใช่ไหม!!?”

“ชะ....ช่วยหนูด้วยค่ะ!!! มะ...มะ….มันกำลังจะมาฆ่าหนู!!!!”

เด็กหญิงร้องโผขึ้นกอดโรซารี่อย่างรวดเร็วพร้อมกับร้องไห้อย่างหวาดกลัว ร่างเล็ก ๆ นั้นสั่นเทาไปหมดจนแขนที่ประคองร่างน้อย ๆ นั้นไว้รู้สึกได้ คำพูดที่ออกจากเล็ก ๆ ที่ซีดเผือดนั้นก็แสดงความหวาดกลัวออกมาได้อย่างชัดเจนจนสาวน้อยผมสีทองต้องโอบกอดร่างนั้นไว้แน่นเพื่อที่จะคลายความกลัวให้กับเด็กน้อย เสียงโลหะกระทบกันดังอยู่ไม่ไกลโรซารี่จ้องมองไปยังเบื้องหน้า สิ่งที่ได้เห็นในเวลานั้นคือเหล่าอัศวินในชุดเกราะรูปมังกรสีเงินกำลังต่อสู้กับใครบางคนอยู่
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
raymiel02
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 11
สังกัด : SoS Brigade Space Force
Registration date : 06/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Dark Vanish   Fri Apr 27, 2007 6:48 pm

คนที่กำลังฟาดฟันเหล่าอัศวินเกราะเงินอยู่นั้นคือชายหนุ่มในชุดสีดำ ในมือของเขาถือดาบโลหะที่ส่องประกายคมกริบ เส้นผมสีดำขลับพลิ้วไหวเล็กน้อยไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวร่างกายที่คล่องแคล่วว่องไว เหล่าอัศวินชุดเกราะสีเงินจำนวนห้าคนพยามไล่ต้อนชายหนุ่มแต่ไร้ผล การโจมตีของพวกเขาไม่อาจจะไล่ตามลีลาการเคลื่อนไหวที่เปรียบดั่งสายลมและการใช้ดาบที่ว่องไวและดุดันปานสายฟ้าฟาดนั้นได้แม้แต่น้อยถึงแม้เหล่าอัศวินทั้งหลายจะควงดาบคู่กันทุกคนแต่นั่นก็ยังไม่อาจเทียบได้กับฝีมือของชายหนุ่มในชุดโค้ทสีดำได้แม้แต่น้อย

พริบตาเดียวศีรษะของอัศวินคนแรกที่ประชิดตัวชายหนุ่มลึกลับนั้นก็ถูกตัดกระเด็นออกจากบ่า หมวกเกราะที่ถูกฟันกระเด็นนั่นลอยมาตกลงที่เบื้องหน้าของเอ็ดดี้ ทำเอาเด็กหนุ่มขวัญหนีดีฟ่อร้องไม่เป็นภาษามนุษย์ก่อนจะตะเกียดตะกายหนีออกจากตรงนั้น ภาพนั้นสร้างความใจให้กับโรซารี่เป็นอย่างมากหรือว่านี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ที่นี่เป็นแบบนี้ คนที่ฆ่าผู้คนมากมายในเมืองนี้ คนที่สังหารเหล่าผู้ที่มาสืบข่าวคือเจ้าหมอนี่งั้นเหรอ!!?

โรซารี่คิดสิ่งเหล่านั้นอยู่ในใจพลางเอื้อมมือไปหยิบปืนพกคู่กายที่เหน็บอยู่ที่เอวทั้งสองข้าง พร้อมกับเล็งมันยังผู้ที่กำลังใช้เท้ายันศพที่เพิ่งโดนตนเองตัดหัวไปหมาด ๆ ให้กระเด็นไปหาพรรคพวกที่กำลังวิ่งกรูเข้ามา ศพไร้หัวถูกถีบอย่างแรงได้กระเด็นไปกระแทกกับร่างของอัศวินอีกคนที่กำลังง้างดาบไปด้านข้างอย่างเต็มที่หมายบั่นคอข้าศึกในคราเดียว แรงกระแทกทำให้เขาเสียหลัก และพริบตาเดียวนั้นเองปลายดาบที่คนกริบก็ทิ่งแทงผ่านร่างที่ไร้ศีรษะทะลุผ่านมาโดนร่างของอัศวินผู้เคราะห์ร้ายอย่างเต็มเปา

คมดาบสีเงินที่ทะลุผ่านร่างของคนสองนั้นในคราเดียวถูกตวัดขึ้นด้านบนอย่างว่องไว ร่างที่ไร้วิญญาณทั้งสองถูกผ่าออกจนเกือบจะเป็นสองซีก ในขณะที่อัศวินอีกสามคนที่ยังเหลืออยู่ก็พยายามเข้าโจมตีพร้อมกันจากรอบด้าน แต่พริบตานั้นร่างของอัศวินเกราะเงินทั้งสามก็ถูกฟันขาดสะบั้นเป็นสองชิ้นพร้อมกันทั้งหมด ดาบในมือชายหนุ่มส่องแสงสว่างเรือง ๆ ออกจากใบดาบที่ควรจะเปื้อนเลือดแต่มันกลับใสสะอาดไม่มีแต้แต่รอยเลือดซักหยดเดียว ดาบยังคงส่องสว่างต่อไป

เสี้ยววินาทีที่เหล่าอัศวินถูกสังหารเกลี้ยง ปืนของโรซารี่ที่เพิ่งจะเล็งเป้าหมายเสร็จหมาด ๆ ก็เปิดฉากส่งกระสุนออกจากรังเพลิงทันที

ปัง!!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

เสียงปืนดังขึ้นติดกันหลายครั้งในขณะที่ปืนพกออโต้เมติกขนาด 9.mm สีเงินสองกระบอกบนมือของสาวน้อยผมสีทองพากันส่งลูกระสุนออกจากรังเพลิงตามจังหวะเหนี่ยวไกของผู้เป็นเจ้าของชนิดไม่มีหยุดพักแม้แต่นิดเดียว กระสุนทั้งหมดพุ่งตรงเข้าหาเป้าหมาย

ชายหนุ่มที่เพิ่งพิฆาตศัตรูลงได้หมดเมื่อครู่หมุนตัวหลบกระสุนได้อย่างว่องไวพร้อมกับใช้ดาบในมือปัดป้องกระสุนที่พุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย มือขวาพลางชักปืนพกที่อยู่ต้นขาขวาออกมายิงตอบโต้อย่างว่องไง

ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!

ปืนพกออโต้เมติกขนาด 9 mm. สีดำยิงกระสุนออกไปสามนัด โรซารี่รีบกดเด็กน้อยให้หมอบลงเพื่อหลบกระสุนในขณะที่ตัวเธอก็โค้งลงเบื้องหน้าเล็กน้อยเพื่อจะหลบกระสุน กระสุนนัดแรกจากปืนสีดำพุ่งถากเส้นผมสีทองของสาวน้อย ส่วนอีกสองนัดโดนเข้าที่ปืนบนซ้ายของเธอ และอีกนัดเฉียวบ่าซ้ายไป เลือดสีแดงสดไหลออกจากบาดแผลทันที

โรซารี่สะดุ้งเฮือกเพราะความเจ็บจังหวะการยิงจึงขาดลง เพียงเสี้ยววินาทีนั้นชายหนุ่มพุ่งตัวเข้ามาพร้อมฟาดดาบเข้าใส่ทันทีแต่เป้าหมายของเขากลับเป็นเด็กน้อยที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อนคมดาบจะถึงตัวเด็กน้อยโรซารี่ก็พุ่งปราดเข้ามาบังร่างน้อย ๆ นั้นไว้คมดาบสีเงินคมกริบพุ่งเข้ามาใกล้ร่างของสาวน้อยทุกเสี้ยววินาทีและมันกำลังจะปักเข้าที่หัวใจ

ปัง!!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

เสียงปืนกลกระหึ่มขึ้นเอ็ดดี้ถือปืนกลยาวมายืนกระหน่ำยิงใส่ชายชุดดำ กระสุนกระทบกับร่างของเป้าหมายแต่ดูเหมือนว่าจะไร้ผล ชายหนุ่มยังยืนอยู่ได้แต่ก็เซถอยออกห่างโรซารี่ไปเหมือนกัน จังหวะนั้นเองโรซายกปืนขึ้นมายิงใส่ร่างของชายหนุ่มชุดดำในระยะเผาขน

ปัง!!!!

กระสุนพุ่งออกจากลำกล้องตรงไปที่ศีรษะแต่ชายหนุ่มยกมือขึ้นบังไว้ได้กระสุนของโรซารี่กระทบเข้ากับแขนเสื้อสีดำนั้นอย่างจัง กระสุนที่ทำจากโลหะผสมบิดเบี้ยวเสียรูปร่างทันทีที่กระทบกับเสื้อผ้าของชายหนุ่ม สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความตกตะลึงให้กับสาวน้อยเป็นอย่างมาก

“หนีเร็วเข้าโรซารี่!!!!!”

เอ็ดดี้โยนอะไรบางอย่างมาตกที่ใกล้ ๆ ขาของหนุ่มชุดดำสิ่งนั้นมีรูปทรงเหมือนกระป๋องอะไรซักอย่าง และพริบตานั้นมันก็พ่นควันสีขาวออกมาจนฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ ควันเหล่านั้นบดบังการมองเห็นอย่างมาก แต่ชายหนุ่มที่ตกอยู่ในม่านควันนั้นกลับนิ่งเฉยเหมือนกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นพลางเอามือดึงสลักเล็กบนตลับสีดำที่ติดอยู่ข้างเอวให้เปิดออกพลางหยิบเอาวัตถุรูปร่างเหมือนการ์ดออกมาจากตลับนั้น

Tornado

เสียงพูดดังขึ้นสิ่งที่ถูกถืออยู่บนมือเรืองแสงออกมาพร้อมกับลอยหายเข้าไปในดาบบนมือของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว สายลมอันรุนแรงหมุนวนรอบตัวของชายชุดดำพลังลมหมุนพัดเอาควันที่บดบังการมองเห็นไปจนหมดสิ้น เมื่อทัศนวิสัยปลอดโปร่งอีกครั้งเขาก็กวาดสายตามองโดยรอบแต่ก็ไม่พบบุคคลเหล่านั้นแล้ว

“หนีไปหมดแล้วสินะ” เสียงชายวัยกลางคนดังออกมาจากกำไลสีเงินที่ประดับอยู่ที่ข้อมือขวาของชายหนุ่ม

“ก็คงงั้น แต่ว่าไม่น่าเชื่อเลยว่าจะยังเหลือมนุษย์อยู่ในที่แห่งนี้อีก” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงเรียบ

“คงจะมาจากข้างนอกเหมือน ๆ กับพวกที่โดนฆ่าไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ ว่าแต่จะเอายังไงต่อดีล่ะ?”

กำไลสีเงินถามกลับ

“ไม่มีปัญหา เป้าหมายของเราก็คือการล่าไม่เปลี่ยน”

ชายหนุ่มชุดดำเอ่ยอย่างเยือกเย็นก่อนจะเก็บดาบเข้าฝักที่เหน็บไว้ข้างเอวซ้ายและเดินหน้าตรงตามรอยหยดเลือดเบื้องหน้าไปอย่างไร้ความกังวล ฝ่ายโรซารี่กับเอ็ดดี้ที่พาเด็กน้อยหนีมาได้ก็นั่งพิงกำแพงบ้านที่เหลือแต่ซากอยู่อย่างเหนื่อยหอบ

“ไอ้บ้านั่นมันเป็นตัวอะไรกันน่ะ!!? กระหนำยิงไปขนาดนั้นยังทำไม่ได้แม้แต่รอยขีดข่วน”

โรซารี่โวยวายอย่างไม่พอใจในขณะที่เอ็ดดี้กำลังทำแผลที่บ่าให้ ส่วนเด็กน้อยในชุดกระโปรงคลุมเข่าสีขาวที่ขาดวิ้นพร้อมเสื้อกั๊กสีน้ำตาลที่สกปรกมอมแมมก็กำลังนั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

“โชคดีนะที่มันแค่ถากไปน่ะ บาดแผลเลยไม่ร้ายแรงแต่ว่าเราควรรีบออกจากที่นี่ดีกว่าเพราะถ้าไอ้เจ้านั่นมาอีกเราจะลำบาก”

เอ็ดดี้ย้ำผ้าพันแผลให้แน่นก่อนที่จะลุกขึ้นเก็บยาเข้ากระเป๋าที่แบกมาด้วย โรซารี่ชายตามองเด็กผู้หญิงคนนั้น

“หนูน้อยไม่เป็นไรนะ พวกเราจะพาเธอออกไปจากที่นี่เอง แต่ว่าก่อนหน้านั้นเธอช่วยบอกเราหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่? แล้วเจ้านั่นเป็นใครทำไมมันถึงตามฆ่าเธอ?”

เด็กน้อยค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแสดงการตอบรับกับคำพูดของโรซารี่

“มันปรากฏตัวขึ้นมา สร้างเมฆดำ ๆ พวกนี้แล้วมันก็ฆ่าทุกคน.......มันฆ่าทุกคนในเมืองนี้..........มันฆ่า.....ทั้งหมด......พ่อ......แม่........น้องสาว........มันฆ่าคนในครอบครัวหนูทั้งหมด!!!!”

พูดจบเด็กน้อยก็ร้องไห้โฮออกมาทันทีโรซารี่รู้สึกเจ็บแปลบในจิตใจลึก ๆ เธอมองดูสภาพเมืองนี้อีกครั้งและมองดูเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เอ็ดดี้เดินเข้าไปซับน้ำตาพร้อมกับลูบหัวเธอเบา ๆ

“น่าสงสารจริง ๆ ไอ้เจ้านั่นมันเลวจริง ๆ ฆ่าได้กระทั่งเด็กอายุเท่านี้!!! ฉันจะกำจัดมันให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม!!!” โรซารี่กำหมัดแน่นพร้อมกับกัดฟันด้วยความแค้น

“เดี๋ยวก่อนโรซารี่ เมื่อกี้เธอก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอมันเก่งขนาดไหน ขนาดอัศวินเกราะเงินตั้งห้าคนยังแพ้ในเวลาพริบตา ชุดเกราะที่พวกนั้นใส่ว่ากันว่าแข็งแกร่งและก็ต้านทานอาคมได้แทบทุกรูปแบบ แต่มันยังฟันขาดอย่างกะฟันกระดาษ อาวุธที่พวกเรามีก็ทำอะไรมันไม่ได้ถ้าไปสู้ก็มีแต่ตายกับตาย”

เอ็ดดี้ปรามโรซารี่ที่กำลังโกรธจัดไม่ให้ทำอะไรหุนหันพลันแล่น

“แล้วเราจะปล่อยเจ้านี่ไว้เหรอ!!!? ถึงกระสุนปราบปิศาจจะทำอะไรไม่ได้แต่ฉันก็ยังมีมือขวาอยู่นะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นแต่ถ้าเราตายที่นี่ก็ไม่มีใครพาเด็กคนนี้ออกไปน่ะสิ!!” เอ็ดดี้เตือนสติคู่หูของตนเองอย่างสุดความสามารถ และมันก็ได้ผล

“นั่นสินะ.... ถ้าหากเราไม่รีบกลับออกไปเด็กคนนี้ก็จะต้อง............” โรซารี่สงบสติอารมณ์ลงได้เมื่อเธอคิดถึงชีวิตของเด็กน้อยผู้น่าสงสาร

“ตกลงเอ็ดดี้ พวกเรารีบหนีออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย”

“อื้อ!! รอคำนี้มานานแล้ว!!!” เอ็ดดี้จัดแจงแบกกระเป๋าขึ้นบ่า ส่วนโรซารี่ส่งมือไปหาเด็กน้อยที่นั่งกอดเข่าอยู่

“เอาล่ะไปกันเถอะ เราจะพาเธอไปยังที่ปลอดภัยนะ แล้วฝันร้ายนี้จะจบลง”

เด็กน้อยเงยขึ้นมองใบหน้าของสาวน้อยผมสีทองในชุดซิสเตอร์สุดผิดปรกติทั้งที่ยังมีคราบน้ำตานองหน้า รอยยิ้มที่ดูอบอุ่นมีเมตตาของโรซารี่ทำให้เด็กน้อยค่อย ๆ ยื่นมือออกมาเพื่อที่จะสัมผัสมือที่ยื่นมานั้น แต่ทันใดนั้นเอง!!

“เจอตัวจนได้”

เสียงชายวัยกลางคนพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดเบื้องหลังของพวกโรซารี่ ชายหนุ่มในชุดสีดำยืนตระหง่านอยู่ ณ สูงสุดบนซากปรักหักพัง ใบหน้าที่เย็นชาดวงตาทั้งสองซ่อนอยู่ใต้กระจกแว่นตาสีดำกำลังจับจ้องมายังเด็กน้อยที่กำลังกลัวจนตัวสั่น โรซารี่รีบหันมาประจันหน้ากับชายชุดดำทันที แต่เธอก็ยังไม่ลืมที่จะปกป้องเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ ร่างของสาวน้อยยืนบังผู้ที่กำลังถูกตามล่าอย่างสุดความสามารถในขณะที่ชายหนุ่มลึกลับผู้นั้นก็ค่อย ๆ ชักดาบออกจากฝักอย่างช้า ๆ

To Be Conitnue
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
 
Dark Vanish
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ 
เธซเธ™เน‰เธฒ 1 เธˆเธฒเธ 1

Permissions in this forum:เธ„เธธเธ“เน„เธกเนˆเธชเธฒเธกเธฒเธฃเธ–เธžเธดเธกเธžเนŒเธ•เธญเธš
REDICULOUS X WKCreative :: บริเวณลานกิจกรรม :: FICTION Library-
เน„เธ›เธ—เธตเนˆ: